
เอกชนชะลอแผนเข้าตลาด
แหยงมูดี้ส์ปรับลดเครดิตจนทำให้ต้นทุนพุ่งกสิกรชี้สินเชื่อขนาดใหญ่ลดฮวบฮาบ
แหยงมูดี้ส์ปรับลดเครดิตจนทำให้ต้นทุนพุ่งกสิกรชี้สินเชื่อขนาดใหญ่ลดฮวบฮาบ
ภาคธุรกิจแหยง “มูดี้ส์” ลดเครดิตประเทศ ชะลอตัดสินใจเข้าจดทะเบียนตลาดหุ้น
นายวศิน วณิชย์วรนันต์ รองกรรมการผู้จัดการ ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า ขณะนี้ผู้ประกอบการขนาดใหญ่หลายรายเริ่มชะลอการตัดสินใจ และดูจังหวะการเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้น เพราะวิตกกังวลว่าสถาบันจัดอันดับความน่าเชื่อถือ มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส จะปรับเครดิตของประเทศลง จากภาระหนี้ภาครัฐ
“ตอนนี้ขึ้นอยู่ว่า มูดี้ส์จะลดเครดิตประเทศหรือไม่ เพราะจะส่งผลให้ต้นทุนการเงินแพงขึ้น ทั้งตราสารหนี้ภาคเอกชนและรัฐบาล ไม่ว่าจะเป็นการระดมทุนทั้งในประเทศและต่างประเทศ ซึ่งก็เป็นแรงกดดันให้ธนาคารพาณิชย์ยังไม่สามารถลดดอกเบี้ยลงได้” นายวศิน กล่าว
นอกจากนี้ หากธนาคารกลางสหรัฐ (เฟด) ลดมาตรการอัดฉีดทางการเงิน (คิวอี) ช่วงปลายปีนี้ ก็จะส่งผลให้เงินทุนบางส่วนไหลออก เงินบาทจะอ่อนค่าและสภาพคล่องในระบบจะหายไปบางส่วน
นายวศิน กล่าวว่า สินเชื่อขนาดใหญ่ในไตรมาสแรก เติบโต 2% จากเป้าหมายสินเชื่อขนาดใหญ่เติบโตทั้งปี 46% กลุ่มที่ชะลอตัวอยู่ในหมวดสินค้าเกษตร ทั้งข้าวและยางพารา
อย่างไรก็ดี เชื่อว่า ในไตรมาส 2 น่าจะทำได้ดีกว่าไตรมาสแรก ธนาคารคาดว่าจะได้เป็นที่ปรึกษากองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐาน (อินฟราสตรัคเจอร์ ฟันด์) ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างเตรียมการออก 2 โครงการ มูลค่าเกือบหมื่นล้านบาท ส่วนการเป็นที่ปรึกษาให้กับบริษัทเข้าจดทะเบียนในตลาดหุ้นขณะนี้มีเกือบ 10 โครงการ
นายวศิน กล่าวอีกว่า ปีนี้ตั้งเป้าหมายรายได้ค่าธรรมเนียมของกลุ่มลูกค้าขนาดใหญ่เติบโต 20% โดยธนาคารจะใช้ช่องทางอิเล็กทรอนิกส์เข้ามาช่วยลูกค้า เมื่อประกอบกับโครงสร้างพื้นฐานที่จะมีการลงทุนพัฒนาทั้งจากภาครัฐและเอกชน ธุรกรรมทางการเงินอิเล็กทรอนิกส์จะต้องมีความหลากหลายมากขึ้น







