posttoday
ระบบจัดสรรผลประโยชน์ของคนคิดใหม่

ระบบจัดสรรผลประโยชน์ของคนคิดใหม่

04 มิถุนายน 2556

กลุ่ม Baby Boomers ทำงาน และ เก็บเงินเพื่อลูกหลาน ตัวเองใช้ให้ประหยัดที่สุด ...ส่งไม้ต่อมาต่อมาที่ Gen X ที่ผ่านร้อนผ่านหนาว และ เจอวิกฤตเศรษฐกิจตลอดชีวิตของการทำงาน ทำให้ Gen X มีการเปลี่ยนแปลงในชีวิตที่มาก เปลี่ยนงานบ่อย ซึ่งข้อดี คือ Gen X มักมีประสบการณ์หลากหลาย จึงไม่แปลกที่ผู้นำองค์กรในปัจจุบัน มักจะเคยทำงานหลายบริษัท หรือ กระทั่งทำงานในหลากมายอุตสาหกรรม ..คนเหล่านี้เนื่องจาก ต้องดูแลตัวเอง แทนที่จำทำงานจนเกษียณทำให้คนเหล่านี้ มีลูกน้อย และ มีวิถีชีวิตที่ค่อนข้างประหยัด

กลุ่ม Baby Boomers ทำงาน และ เก็บเงินเพื่อลูกหลาน ตัวเองใช้ให้ประหยัดที่สุด ...ส่งไม้ต่อมาต่อมาที่ Gen X ที่ผ่านร้อนผ่านหนาว และ เจอวิกฤตเศรษฐกิจตลอดชีวิตของการทำงาน ทำให้ Gen X มีการเปลี่ยนแปลงในชีวิตที่มาก เปลี่ยนงานบ่อย ซึ่งข้อดี คือ Gen X มักมีประสบการณ์หลากหลาย จึงไม่แปลกที่ผู้นำองค์กรในปัจจุบัน มักจะเคยทำงานหลายบริษัท หรือ กระทั่งทำงานในหลากมายอุตสาหกรรม ..คนเหล่านี้เนื่องจาก ต้องดูแลตัวเอง แทนที่จำทำงานจนเกษียณทำให้คนเหล่านี้ มีลูกน้อย และ มีวิถีชีวิตที่ค่อนข้างประหยัด

กลุ่ม Gen X ในอเมริกา อาจจะมีข้อแตกต่างบ้างกับ Gen X ในเอเชีย เพราะในอเมริกามีระบบการเงินที่ “เปิดกว้าง” มากกว่า ..อย่าง Concept ของการ “ยิ่งให้ ยิ่งได้” ในโลกการเงิน ก็คือ การสร้างบริษัทที่สร้างผลกำไรดี มีความใส่ใจสังคม และ มีการระดมทุนในตลาดเพื่อให้บริษัทเป็น มหาชน เพื่อแบ่งกำไรให้กับคนอื่นๆ ในตลาด

สิ่งที่ผมเริ่มเห็นการเปลี่ยนแปลงคือ บริษัทต่างๆ มีมุมมอง เข้าใจผู้ถือหุ้นมากขึ้น ดูง่ายๆ จากการที่หลายๆบริษัท เริ่มให้ความสำคัญกับการ “จ่ายเงินปันผล” ให้มากที่สุด เท่าที่จะไม่กระทบต่อผลการดำเนินงาน ..หรือ การใช้เครื่องมือทางการเงินอย่าง ตราสารหนี้ และ การกู้ต่างๆ ให้มากที่สุด ..ในมุมของงบการเงิน การกู้ให้มากที่สุด หรือ Leverage สูง อาจถูกมองว่าเสี่ยง แต่สุดท้ายถ้าสามารถกู้ได้สุด แต่ไม่เกินตัว ก็จะยิ่งทำให้ “ผลตอบแทนการลงทุน” ดีขึ้นโดยที่ไม่ต้องทำอะไรอย่างอื่นเลย ...ดังนั้น ไม่ต้องแปลกใจเลยว่า อีกหน่อย เราจะเห็นบริษัทที่ทั้งเติบโต และ ให้เงินปันผลที่สูงในเวลาเดียวกัน

นวัตกรรมทางการเงิน อย่างการเอาบริษัทเข้าระดมทุนในตลาด , การกู้เงินโดยตรงจากนักลงทุน มันทำให้กิจการพึ่งพิงธนาคารน้อยลง และ ถ้ามองให้ลึก จะเห็นได้ว่า ทุกวิกฤตเศรษฐกิจจะมีกลุ่มธนาคารเป็นตัวนำ Lead สู่นรก ในทุกครั้ง เพราะ ในแต่ละครั้งของ Bubble จะเห็นการปั่นราคา Asset เช่น ที่ดินและอสังหา อย่างมหาศาล ทำให้สุดท้าย ธนาคารต้องมีส่วนร่วมในทุกครั้งของ Crisis นั่นเอง

ทุกวันนี้องค์กรธุรกิจใหญ่ที่อยู่ในตลาด และ มีความน่าเชื่อถือ อย่าง SCC หรือ PTT ..สามารถกู้เงินได้โดยตรงจากนักลงทุน โดย ไม่ต้องกู้จากธนาคาร โดย การออกหุ้นกู้ หรือ Bond ต่างๆ ซึ่งทำให้ป้องกันความเสี่ยงของวิกฤตการเงินต่างๆได้

มาในส่วนของ Gen Y หรือ Millennials เนื่องจากเห็นตัวอย่าง การทำงานหนัก แบบไร้ความสุขของรุ่น Baby Boomer มาจนทำงานบนความไม่แน่นอน และ การลดบทบาทขององค์กรต่างๆ ในการดูแลพนักงาน หลังเกษียณ ทำให้ Gen Y ยิ่งไม่ยึดติดกับใคร มากกว่า Gen X ...คำถามมันกลับมาที่ จะทำอย่างไร ในยุคที่ไม่มีอะไรแน่นอนเลย บริษัทก็ไม่รู้ว่าตัวเองจะอยู่รอดหรือไม่ เพราะ เราจะเห็นได้ว่าในยุคนี้ บริษัทใหญ่ๆ อย่าง GM , Kodak , Nokia , Blackberry ต่างโชว์ให้เห็นแล้วว่า “จากรุ่งเป็นร่วง” ในยุคนี้ใช้เวลาไม่นานเลย ...พูดง่ายๆว่า ไม่ใช่แค่ตัวเราเองที่ไม่แน่นอน แต่บริษัทเองกลับยิ่งไม่แน่นอนกว่า ทำให้มนุษย์ Gen Y จำนวนมาก ตั้งธงกันเลยว่า อยากมีธุรกิจเป็นของตัวเองแทนการเป็นลูกจ้าง

ไม่ง่าย!! การสร้างธุรกิจจากศูนย์ในยุคที่โลกเราแทบจะมีเครื่องอำนวยความสะดวกทุกอย่างแล้ว ถือว่า ยากมาก เพราะ มันต้องเริ่มที่การแข่งขัน ตั้งแต่วันแรกที่เปิด แถมยังเริ่มด้วยข้อด้อยอย่างๆ ที่ธุรกิจเล็กๆ ไม่มีอย่าง Economy of Scale หรือ การประหยัดจากขนาด ที่องค์กรใหญ่ๆ เขาเหนือกว่า ..อย่างวันนี้หลายๆ คนมองว่า “สื่อ” เปลี่ยนไปแล้ว คนตัวเล็กๆ ก็ สู้กับ ช่อง 3 หรือ ช่อง 7 ได้ ..เพียงแค่มีกล้องวิดีโอ และ มี Content เนื้อหาที่ดี ก็อาจต่อกรกับยักษ์ใหญ่ได้

“ตลกจริงๆ” ...ใช่โอกาสมันเปิดก็จริง แต่การแข่งขันมันไม่ได้เท่าเทียม ยกตัวอย่างง่ายๆ ช่อง 3 มีรายได้นับแสนล้านที่บริษัทต่างๆ เอามากองให้ล่วงหน้าทุกปี ก่อนจะมีการผลิตเนื้อหา ละคร โฆษณา ..เรียกได้ว่า เขามีเงินการันตีมากองล่วงหน้า ..พอเงินหนาเขาก็สร้างดารา หรือ จ้างใครก็ได้ ทำละครดีแค่ไหนก็ได้ ....ทำข่าวได้แจ๋ว แค่ไหนก็ได้ ..เทียบกับ คนๆนึง กับ YouTube ถ้าคุณจะเริ่มช่อง Internet สักช่อง ก็คงต้องควักเนื้อยอมลงทุนจากคุณเอง ยอมทำรายการที่ไม่มีโฆษณา คือ ทั้งหมดมันทำได้ แต่มันมีต้นทุนมหาศาลในมุมมองของรายบุคคล และ ของธุรกิจที่เริ่มต้นใหม่

พูดมาตั้งนาน ผมเชื่อว่า หลายๆคนอยากเห็น “ทางออก” ..จริงๆ ทางออก ของการหาโอกาส มันก็ไม่เคยเปลี่ยน ไม่ว่าจะเป็นในยุคหรือสมัยใด นั่นก็คือ การหา “ช่องว่างของโอกาส” ..การหาช่องว่าง ก็เช่น การเสนอทางเลือกที่แปลกใหม่ แตกต่าง ซึ่งต้องมาจากคนที่หัวก้าวหน้า และ เป็นคนกล้าจริงๆ มิเช่นนั้นแล้ว โอกาสในการหาจุดยืน มันแทบไม่มี นอกเสียจากว่า คุณรู้จัก การลงทุน ...ใช่ !! อีกทางเลือกของคนรุ่นใหม่ ที่อยากมีอิสรภาพทางเงิน ไม่ใช่การสร้างเงินก้อนให้มากๆ เยอะๆ เพราะ มันยาก แต่ต้องเปลี่ยน Focus มาสร้าง “เครื่องผลิตเงิน” การลงทุนที่สร้าง cashflow ต่างหากที่เป็นหัวใจสำคัญ

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน