
ล้วงเงินธกส.อุดรูจำนำข้าว
มติกขช.หากเงินไม่พอให้ขอกู้โอ/ดีมาใช้ แบงก์กินดอกเพลินสำรองจ่ายแล้ว8หมื่นล.
มติกขช.หากเงินไม่พอให้ขอกู้โอ/ดีมาใช้ แบงก์กินดอกเพลินสำรองจ่ายแล้ว8หมื่นล.
กขช.มีมติคงกรอบวงเงินจำนำข้าวไว้ตามเพดาน 5 แสนล้าน หากไม่พอให้ ธ.ก.ส.เปิดวงเงินโอ/ดีสำรองจ่าย
นายลักษณ์ วจนานวัช ผู้จัดการธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร (ธ.ก.ส.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการนโยบายข้าวแห่งชาติ (กขช.) ได้ประชุมหารือกันเมื่อวันที่ 17 พ.ค.ที่ผ่านมา โดยได้ข้อสรุปเรื่องแผนควบคุมการใช้เงินในโครงการรับจำนำข้าวสิ้นสุด ณ วันที่ 31 ธ.ค. 2556 ว่าจะต้องใช้เงินไม่เกินเพดานเดิมที่คณะรัฐมนตรี (ครม.) มีมติไว้ในกรอบวงเงินไม่เกิน 5 แสนล้านบาท
วงเงินที่จะนำมาใช้จำนำข้าว แยกเป็นเงินสภาพคล่องจาก ธ.ก.ส.จำนวน 9 หมื่นล้านบาท และเงินจากที่รัฐบาลโดยสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) หาให้ ธ.ก.ส. อีก 4.1 แสนล้านบาท โดยจะนำข้อสรุปดังกล่าวเสนอให้ที่ประชุม ครม.อนุมัติในเร็วๆ นี้
สำหรับเงินจำนำนาปรังปี 2556 ซึ่งตั้งเป้าที่ 7 ล้านตัน เป็นเงิน 1.05 แสนล้านบาท ซึ่งล่าสุดรับจำนำมาแล้ว 2 ล้านตัน เป็นเงิน 3 หมื่นล้านบาทนั้น กำหนดให้ใช้เงินจากการระบายข้าว และกรณีที่กระทรวงพาณิชย์ยังระบายข้าวไม่ได้ ทาง ครม.อนุมัติให้ ธ.ก.ส.สำรองจ่ายเงินล่วงหน้าให้ก่อน หรือให้เปิดบัญชีเงินกู้เบิกเกินบัญชี หรือ โอ/ดี ไว้ก่อน โดย ธ.ก.ส.จะได้รับผลตอบแทนเป็นดอกเบี้ยจากโครงการนี้ประมาณ 34% ของเงินที่สำรองจ่ายออกไป
ล่าสุด ธ.ก.ส.ได้สำรองเงินจ่ายไปในโครงการรับจำนำข้าวกว่า 8 หมื่นล้านบาท หมายถึงว่าจะต้องจ่ายดอกเบี้ยให้แล้ว 2,4003,200 ล้านบาท
ทั้งนี้ การใช้หนี้เงินที่ธนาคารสำรองจ่ายออกไปในการจำนำข้าวจะมาจาก 2 ทาง คือ เงินที่ได้จากการขายข้าวของกระทรวงพาณิชย์ และวงเงินที่เหลือจะมาจากการกู้ในวงเงิน 4.1 แสนล้านบาท ซึ่งในเดือน มิ.ย.นี้ ทาง สบน.จะต้องกู้เงินมาให้อีก 3.8 หมื่นล้านบาท เพื่อใช้หนี้ ธ.ก.ส.ในส่วนที่สำรองจ่ายไปก่อนหน้านี้
นายลักษณ์ กล่าวว่า ตั้งแต่ปี 2555 ถึงปัจจุบัน กระทรวงพาณิชย์ได้ทยอยนำเงินจากการระบายข้าวใช้หนี้คืน ธ.ก.ส.แล้ว 1.2 แสนล้านบาท โดยในปี 2556 กระทรวงพาณิชย์ยังคงเป้าหมายระบายข้าวและใช้หนี้คืนแก่ ธ.ก.ส. ให้ได้ครบวงเงินที่ตั้งเป้าหมายไว้คือ 2.2 แสนล้านบาท
คณะกรรมการ กขช.ได้พูดคุยหารือกันและเห็นชอบให้คุมวงเงินจำนำข้าวไม่ให้เกินเพดานเดิมคือ 5 แสนล้านบาท ไปจนถึงสิ้นปีนี้ ดังนั้นเงินที่จะนำมาใช้ในโครงการรับจำนำข้าวจากนี้ไปคือ เงินที่มาจากการระบายข้าว แต่กรณีที่ยังขายข้าวไม่ได้ก็ให้ ธ.ก.ส.เปิดโอ/ดีให้ก่อน เพื่อจะได้นำเงินไปรับจำนำข้าว
ดังนั้น ธ.ก.ส.จะต้องมีหน้าที่ดูแลเรื่องเงินสำรองจ่ายในโครงการนี้ให้เหมาะสม เพื่อไม่ให้กระทบต่อสภาพคล่องปกติของธนาคารที่จะมีผลต่อภาพรวมการปล่อยสินเชื่อได้
นายลักษณ์ กล่าวต่อว่า น.ส.สุภา ปิยะจิตติ รองปลัดกระทรวงการคลัง หัวหน้ากลุ่มด้านรายจ่ายและหนี้สินที่ถูกโยกไปดูแลงานด้านการบริหารยังคงเป็นประธานคณะอนุกรรมการปิดบัญชีโครงการรับจำนำข้าวอยู่เหมือนเดิม ซึ่งที่ผ่านมา น.ส.สุภา เสนอให้กระทรวงการคลังทยอยจ่ายหนี้โครงการรับจำนำข้าวของปี 2554 ให้เริ่มคืนในปีงบประมาณ 2557 จากที่ก่อนหน้านี้กระทรวงการคลังมีมติเห็นชอบเรื่องการปิดบัญชีโครงการดูแลเสถียรภาพราคาสินค้าเกษตร 13 โครงการในช่วงก่อนปี 2554 ซึ่งมีผลขาดทุนประมาณ 8.4 หมื่นล้านบาท โดยให้ทยอยตั้งงบประมาณใช้หนี้คืนแก่ธนาคารภายใน 5 ปี
ที่ผ่านมามีการใช้หนี้มาแล้ว 2 ปี โดยในปีงบประมาณ 2557 คาดว่าธนาคารจะได้รับเงินใช้หนี้อีกไม่น้อยกว่า 7.3 หมื่นล้านบาท







