
ไทย-ศรีลังกาหวังเพิ่มการค้าเป็นพันล้านเหรียญฯ
นายกรัฐมนตรี เยือนศรีลังกา ขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจ และต่อยอดความสัมพันธ์ทางพระพุทธศาสนา วัฒนธรรม และการศึกษาระหว่างกัน
นายกรัฐมนตรี เยือนศรีลังกา ขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจ และต่อยอดความสัมพันธ์ทางพระพุทธศาสนา วัฒนธรรม และการศึกษาระหว่างกัน
น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร นายกรัฐมนตรี พร้อมด้วยรัฐมนตรีสำคัญ เดินทางถึงสาธารณรัฐสังคมนิยมประชาธิปไตยศรีลังกา ในโอกาสเยือนอย่างเป็นทางการ เพื่อขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจ และต่อยอดความสัมพันธ์ทางพระพุทธศาสนา วัฒนธรรม และการศึกษาระหว่างกัน
นายกรัฐมนตรี ได้พบปะกับผู้แทนภาคเอกชนไทย ณ โรงแรมฮิลตัน โคลัมโบ ซึ่งประกอบด้วยนักธุรกิจชั้นนำของไทยที่สนใจลงทุนในศรีลังกาจากสาขาธุรกิจต่างๆ จำนวน 30 คน จากสภาธุรกิจ สมาคม และสาขาธุรกิจต่างๆ ใน 6 สาขา ได้แก่ อาหาร พลังงาน เศรษฐกิจสีเขียว การท่องเที่ยวและอุตสาหกรรมที่เกี่ยวเนื่อง ท่องเที่ยวเชิงสุขภาพ อัญมณีและเครืองประดับ ก่อสร้าง และการศึกษา โดยภาคเอกชนเหล่านี้ จะได้พบกับภาครัฐและเอกชนของศรีลังกา และมีกิจกรรมจับคู่ ( Business Matching ) และสร้างเครือข่ายทางธุรกิจ รวมทั้งการพบหารือกับผู้บริหารหน่วยงานของศรีลังกาตามรายสาขา เช่น สาขาอาหารจะมีการพบกับผู้บริหารของบริษัท Cargills และสำรวจตลาดที่ Food City
นายกรัฐมนตรี สนับสนุนให้มีการขยายการลงทุนในศรีลังกาเพิ่มมากขึ้น เพื่อเป็นการขยายความร่วมมือทางเศรษฐกิจระหว่างไทย-ศรีลังกา ตลอดจนการสร้างเครือข่ายในระดับภูมิภาคอาเซียนและเอเชียใต้ ที่มีความใกล้ชิดกันมาอย่างยาวนาน ทั้งนี้ ภาคเอกชนได้กล่าวถึงโอกาสการขยายการลงทุนในแต่ละสาขา ศักยภาพ และอุปสรรคปัญหาที่ต้องการรับการสนับสนุนจากรัฐบาล พร้อมทั้ง ขอบคุณนายกรัฐมนตรีและรัฐบาลที่ให้ความสนใจและสนับสนุนส่งเสริม ซึ่งการร่วมคณะนายกรัฐมนตรีในครั้งนี้ ทำให้เกิดโอกาสทางธุรกิจ เพิ่มช่องทางและเครือข่ายแต่ละสาขา รวมทั้ง การแก้ปัญหาอุปสรรคอย่างตรงจุด ซึ่งเกิดประโยชน์ต่อภาคการลงทุนในภาพรวมเป็นอย่างยิ่ง
ด้านนายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า การหารือเต็มคณะระหว่างนายกรัฐมนตรี กับประธานาธิบดีศรีลังกา (นายมหินทะ ราชปักษา) ทั้งสองฝ่ายตกลงที่จะตั้งเป้าหมายการค้าสองฝ่ายร่วมกันให้มีมูลค่าเป็น 1 พันล้านเหรียญสหรัฐฯ ภายใน 3-5 ปี (2015-2017) โดยคณะกรรมการทางการค้าระหว่างไทยและศรีลังกาจะเป็นกลไกหลักในการหารือสำหรับการกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจ การค้าที่เป็นรูปธรรม และติดตามผลการดำเนินงานให้บรรลุเป้าหมายการค้าดังกล่าว ขณะเดียวกันไทยได้ขอให้ศรีลังกายื่นตารางข้อผูกพันการเปิดตลาดสินค้า ภายใต้ BIMSTEC โดยเร็ว เพื่อให้การเจรจาภายใต้ BIMSTEC มีความคืบหน้าและสรุปผลได้โดยเร็ว ซึ่งจะเกิดประโยชน์ต่อประเทศสมาชิก BIMSTEC ทุกประเทศ
ปัจจุบันศรีลังกามีปริมาณความต้องการสินค้าเพิ่มขึ้นทุกปี ศรีลังกายังมีศักยภาพเป็นแหล่งลงทุนสำหรับตลาดอินเดีย ซึ่งเป็นตลาดขนาดใหญ่อันดับ 2 ของโลกรองจากจีน เนื่องจากมีความตกลง FTA กับอินเดีย ทำให้มีรายการสินค้าที่สามารถส่งออกไปอินเดียโดยปลอดภาษีนับพันรายการ นอกจากนี้ ศรีลังกากำลังอยู่ระหว่างพิจารณาโครงการพัฒนาท่าเรือน้ำลึกทางตอนเหนือของประเทศเพื่อเชื่อมต่อกับอินเดีย ซึ่งเป็นประเทศที่มีตลาดการค้าใหญ่เป็นอันดับ 2 ของโลกอีกด้วย







