posttoday
สอท.หวั่นต้นทุนพลังงานพุ่ง

สอท.หวั่นต้นทุนพลังงานพุ่ง

31 พฤษภาคม 2556

ซ้ำเติมผู้ประกอบการเอสเอ็มอีครึ่งปีหลัง หาช่องเข้ากองทุนฯเสริมสภาพคล่อง

ซ้ำเติมผู้ประกอบการเอสเอ็มอีครึ่งปีหลัง หาช่องเข้ากองทุนฯเสริมสภาพคล่อง

สอท.ชี้ราคาพลังงานครึ่งปีหลังขาขึ้น ทำต้นทุนธุรกิจแพง แนะเอสเอ็มอีเร่งปรับการผลิตใหม่ ลดต้นทุนองค์กร

เตือนเอสเอ็มอีระวังครึ่งปีหลัง ค่าพลังงานขึ้นซ้ำ แนะปรับการผลิต ลดต้นทุนองค์กร

นายพยุงศักดิ์ ชาติสุทธิผล ประธานสภาอุตสาหกรรมแห่งประเทศไทย (ส.อ.ท.) เปิดเผยว่า แนวโน้มราคาพลังงานในช่วงครึ่งปีหลังเริ่มสูงขึ้น อาจส่งผลกระทบต่อการทำธุรกิจและต้นทุน โดยเฉพาะผู้ประกอบการขนาดกลางและขนาดเล็ก หรือเอสเอ็มอี จึงอยากให้เอสเอ็มอีเร่งปรับกระบวนการผลิตใหม่มุ่งลดต้นทุน เพื่อให้สามารถแข่งขันได้ระยะยาว

ภาพรวมผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยในปัจจุบัน ยังสามารถแข่งขันได้และเติบโตได้ตามภาวะเศรษฐกิจในประเทศ

ขณะเดียวกัน ต้องมุ่งใช้นวัตกรรมมาเพิ่มมูลค่าให้แก่ธุรกิจ รวมทั้งหาช่องทางเพิ่มเงินทุนให้แก่ธุรกิจด้วยการเข้าร่วมกองทุนร่วมลงทุน (เวนเจอร์ แคป) ที่มีอยู่ของภาคเอกชนและภาครัฐ เพราะเอสเอ็มอีส่วนใหญ่มีปัญหาเรื่องขาดสภาพคล่อง หากเข้าร่วมกองทุนเวนเจอร์ แคป จะช่วยเรื่องเงินทุน การพัฒนาธุรกิจ การขยายตลาด เพิ่มขนาดธุรกิจให้ใหญ่ขึ้น และพร้อมรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)

สำหรับสถานการณ์ค่าเงินบาทในขณะนี้ที่เริ่มอ่อนค่าลงอยู่ในระดับ 30 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ยังคาดการณ์ไม่ได้ว่าส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทยและผู้ส่งออกในระดับใด เพราะต้องประเมินว่าประเทศคู่ค้าและคู่แข่งในการส่งออกมีค่าเงินอ่อนค่าลงเท่ากันหรือไม่

“ค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นมีผลกระทบต่อธุรกิจส่งออกและเอสเอ็มอีไทยมาก เพราะทำให้การส่งออกชะลอตัวลงและกระทบต่อผู้ผลิตที่ทำตลาดในประเทศด้วย โดยเมื่อค่าเงินบาทแข็งค่าจึงมีการนำเข้าสินค้าจากต่างประเทศเข้ามาทำตลาดในประเทศมากขึ้น” นายพยุงศักดิ์ กล่าว

สำหรับปัจจัยที่ต้องจับตามองอย่างใกล้ชิดในครึ่งปีหลังคือ เศรษฐกิจโลกที่ผันผวนอยู่ถือเป็นปัจจัยภายนอกที่ไม่สามารถควบคุมได้ และไทยพึ่งพาการส่งออกในสัดส่วนสูง อยากให้ภาครัฐทั้งกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สศช.) มีมาตรการดูแลค่าเงินบาทไม่ให้เคลื่อนไหวผันผวนมากเกินไป และทำให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงมากกว่า 30 บาทต่อเหรียญสหรัฐ จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทยและภาคส่งออกมากที่สุด

ส่วนการที่ ธปท. ลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.25% ในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ถือว่าลดลงต่ำกว่าที่คาดไว้ แต่หากประเมินเศรษฐกิจไทยที่ชะลอตัวอยู่ ทำให้ ธปท.มีปัญหาในการใช้นโยบายการเงินพอสมควร ดังนั้นแนวโน้มอัตราดอกเบี้ยของไทยจะลดลงอีกเท่าใด ต้องขึ้นอยู่กับเศรษฐกิจโดยรวมของประเทศเป็นหลัก

ทั้งนี้ ส.อ.ท.อยากให้ภาครัฐและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งกระทรวงการคลัง ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และสำนักงานคณะกรรมการพัฒนาการเศรษฐกิจและสังคมแห่งชาติ (สภาพัฒน์) มีมาตรการดูแลค่าเงินบาทไม่ให้เคลื่อนไหวผันผวนมากเกินไป และทำให้ค่าเงินบาทอ่อนค่าลงมากกว่า 30 บาทต่อเหรียญสหรัฐ จะส่งผลดีต่อเศรษฐกิจไทยและภาคส่งออกมากที่สุด เพราะเศรษฐกิจไทยพึ่งพาการส่งออกในสัดส่วน 70% เมื่อเทียบกับอัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศ (จีดีพี)

นอกจากนี้ ยังมีความกังวลต่อราคาพลังงานในประเทศที่มีแนวโน้มปรับตัวสูงขึ้นในครึ่งปีหลังมีผลกระทบต่อต้นทุนธุรกิจ และสถานการณ์วิกฤตพลังงานของประเทศหลังเกิดปัญหาไฟดับในพื้นที่ภาคใต้ โดยอยากให้ภาครัฐมีแผนสำรองและแนวทางดูแลพลังงานของประเทศไม่ให้เกิดปัญหาไฟดับขึ้นมาในพื้นที่อื่น

สอท.หวั่นต้นทุนพลังงานพุ่ง

 

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน