
ธุรกิจแฟรนไชส์ไทยกับโอกาสที่เปิดกว้าง
ธุรกิจแฟรนไชส์ไทยกับโอกาสที่เปิดกว้างปัจจุบันธุรกิจแฟรนไชส์ได้รับความนิยมอย่างมาก เนื่องจากผู้ลงทุนรู้จักธุรกิจและสินค้าเป็นอย่างดี ช่วยลดความเสี่ยง ประหยัดเวลาและต้นทุน มีขั้นตอนการผลิตและควบคุมคุณภาพชัดเจน ตลอดจนโมเดลธุรกิจส่วนใหญ่ก็ผ่านการทดสอบมาแล้ว
ธุรกิจแฟรนไชส์ไทยกับโอกาสที่เปิดกว้างปัจจุบันธุรกิจแฟรนไชส์ได้รับความนิยมอย่างมาก เนื่องจากผู้ลงทุนรู้จักธุรกิจและสินค้าเป็นอย่างดี ช่วยลดความเสี่ยง ประหยัดเวลาและต้นทุน มีขั้นตอนการผลิตและควบคุมคุณภาพชัดเจน ตลอดจนโมเดลธุรกิจส่วนใหญ่ก็ผ่านการทดสอบมาแล้ว
จากข้อมูลของศูนย์วิจัยกสิกรไทย พบว่า ตลาดแฟรนไชส์ในปี 2556 มีมูลค่าตลาดรวมกว่า 2.38 แสนล้านบาท โดยมี Franchisors (ผู้ให้สิทธิในการประกอบธุรกิจ) ประมาณ 330 ราย และ Franchisee (ผู้รับสิทธิในการประกอบธุรกิจ) จำนวน 6.3 หมื่นสาขา โดยธุรกิจ Franchisors ที่ได้รับความนิยมสูงสุด 3 อันดับแรกของไทยตอนนี้ ได้แก่ 1.ธุรกิจร้านอาหาร (28%) 2.ธุรกิจร้านเครื่องดื่มเบเกอรี่ (15%) และ 3.ธุรกิจบริการ (12%)
ธุรกิจแฟรนไชส์เริ่มเข้ามาในประเทศไทยตั้งแต่ปี 2526 หรือ 30 ปีมาแล้ว โดยธุรกิจแรกๆ ที่พยายามผลักดันการขยายงานโดยใช้รูปแบบแฟรนไชส์ คือ มินิมาร์ทและธุรกิจด้านอาหาร โดยช่วงแรกยังไม่ได้รับความสนใจเท่าที่ควร เนื่องจากมีปัญหาเรื่องความเข้าใจที่ถูกต้องของทั้งแฟรนไชส์ซอร์ที่เป็นเจ้าของสิทธิและแฟรนไชซีที่เข้ามาซื้อสิทธิ อีกทั้งธุรกิจแฟรนไชส์ยังขาดความรู้ด้านการจัดการธุรกิจทั้งการสร้างระบบแฟรนไชส์ และการเลือกซื้อธุรกิจแฟรนไช รวมถึงเทคนิคการบริหารร้านให้ประสบความสำเร็จ
โดยสรุปปัญหาของธุรกิจแฟรนไชส์ คือ การขาดความรู้ ความเข้าใจด้านแฟรนไชส์ ขาดการปฏิบัติ (Practice) และวิทยาการ (Knowhow) ด้านแฟรนไชส์ ขาดการพัฒนาทีมงานและบุคลากรเพื่อรองรับระบบแฟรนไชส์ และการไม่มีวิสัยทัศน์ (Vision) ในการทำธุรกิจเชิงกลยุทธ์ระยะยาว
ดังนั้นภาครัฐจึงควรเข้ามาส่งเสริมและพัฒนาธุรกิจแฟรนไชส์ ซึ่งต้องเริ่มจากการส่งเสริมพัฒนาความรู้ระบบแฟรนไชส์แก่ผู้ประกอบธุรกิจแฟรนไชส์ อบรมให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการแฟรนไชส์ จัดทำคู่มือแฟรนไชส์ การสัมมนา การทำ Workshop ให้คำปรึกษา โดยทีมวิทยากรที่มีความรู้ความชำนาญระบบแฟรนไชส์ มาให้ความรู้แก่ผู้ประกอบการ เช่น การเขียนแผนธุรกิจ การสร้างระบบมาตรฐาน ออกแบบร้านต้นแบบ เป็นต้น รวมถึงการจัดทำโครงการลักษณะพี่เลี้ยง หรือเข้าร่วมเป็นทีมที่ปรึกษา ฝึกสอนเจ้าหน้าที่ในสถานประกอบการที่ได้รับการคัดเลือกว่าเป็นธุรกิจที่มีศักยภาพในการทำแฟรนไชส์
การพัฒนามาตรฐานแฟรนไชส์ด้วยแบบประเมินตามหลักเกณฑ์มาตรฐานที่กำหนด และการให้รางวัลส่งเสริมธุรกิจแฟรนไชส์ดีเด่น เพื่อกระตุ้นการพัฒนาระบบแฟรนไชส์ให้ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง
การพัฒนาด้านการตลาด ตั้งแต่การส่งเสริมในการพัฒนาผลิตภัณฑ์ การวิจัยตลาด พัฒนาบรรจุภัณฑ์ สนับสนุนการสร้างแบรนด์ การส่งเสริมให้แฟรนไชส์สามารถออกงานแสดงธุรกิจแฟรนไชส์ เพื่อสร้างโอกาสทางการตลาดในประเทศ ให้แก่ธุรกิจแฟรนไชส์ การพัฒนาทักษะและประสบการณ์ในการนำเสนอธุรกิจที่ถูกต้องแก่ผู้ประกอบการ การจัดบอร์ดนิทรรศการความรู้ระบบแฟรนไชส์แก่ประชาชนที่มาเที่ยวชมงาน ไปกระทั่งถึงการส่งเสริมพัฒนาธุรกิจแฟรนไชส์ไทยสู่แฟรนไชส์โลก โดยผลักดันธุรกิจแฟรนไชส์ของคนไทยให้สามารถขยายตัวในตลาดต่างประเทศได้อย่างมีรูปธรรม รวมถึงการดูแลด้านสินเชื่อ และให้ความรู้แก่ผู้สนใจลงทุน
การส่งเสริมให้ผู้ประกอบการเข้าถึงสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ การค้าประกันสินเชื่อ รวมไปถึงการมีกองทุนพัฒนาธุรกิจแฟรนไชส์ เป็นต้น
นอกจากนี้ยังรวมถึงการส่งเสริมความรู้แก่ผู้ซื้อแฟรนไชส์ และประชาชนทั่วไปที่สนใจจะลงทุนประกอบธุรกิจแฟรนไชส์ เช่น ความรู้เบื้องต้นในธุรกิจแฟรนไชส์ ข้อดีข้อเสียของธุรกิจแฟรนไชส์ การวางแผนลงทุน
หากภาครัฐมีนโยบายสนับสนุนที่ชัดเจนและต่อเนื่องและแก้ปัญหาได้อย่างถูกจุด จะทำให้ผู้ประกอบธุรกิจแฟรนไชส์และประชาชนทั่วไปที่จะลงทุนในธุรกิจแฟรนไชส์ได้รับความรู้ ความเข้าใจ รวมทั้งทักษะการบริหารงานในธุรกิจแฟรนไชส์ ช่วยให้ธุรกิจแฟรนไชส์ของคนไทยสามารถพัฒนาธุรกิจให้เป็นระบบแฟรนไชส์ที่เป็นมาตรฐานและขยายตลาดสู่ต่างประเทศ ช่วยเพิ่มสาขาธุรกิจแฟรนไชส์มากขึ้นจากการที่ประชาชนทั่วไปซื้อสิทธิลงทุนในธุรกิจแฟรนไชส์และช่วยเพิ่มทางเลือกให้แก่ผู้ที่สนใจประกอบธุรกิจ
เมื่อธุรกิจแฟรนไชส์ไทยมีขีดความสามารถในการแข่งขันเพิ่มสูงขึ้น เมื่อมีการเปิดเสรีประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือ AEC ในปี 2558 จะได้รับอานิสงส์ในทุกด้าน ทั้งการพัฒนาตลาดแฟรนไชส์ของไทยให้เติบโต เนื่องจากจะมีธุรกิจแฟรนไชส์ต่างชาติที่สนใจและเตรียมใช้ประเทศไทยเป็นฐานลงทุนระบบแฟรนไชส์เพื่อขยายตลาดอาเซียนและสาขาในไทย ในทางกลับกัน ตลาด AEC จะเป็นตลาดรองรับการขยายตัวของธุรกิจแฟรนไชส์ไทยที่มีศักยภาพได้อีกด้วย







