
วอนรัฐหนุนคอลเซ็นเตอร์ฮับเออีซี
แนะใช้ภาษีจูงใจชี้ไทยบริการเยี่ยมหวังแข่งฟิลิปปินส์
แนะใช้ภาษีจูงใจชี้ไทยบริการเยี่ยมหวังแข่งฟิลิปปินส์
นายกสมาคมการตลาดแบบตรงไทย แนะรัฐใช้มาตรการภาษีหนุนดันไทยขึ้นฮับคอลเซ็นเตอร์
นายศรัณย์ เวชสุภาพร นายกสมาคมนักการตลาดแบบตรงไทย เปิดเผยว่าภาครัฐควรจะให้ความสำคัญในการผลักดันให้ไทยเป็นศูนย์กลางของธุรกิจคอลเซ็นเตอร์ เพื่อรับกับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียนหรือเออีซี โดยการให้สิทธิประโยชน์ทางด้านภาษีจูงใจให้นักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุน ลักษณะเดียวกับการขออนุญาตส่งเสริมการลงทุนผ่านบีโอไอ เนื่องจากสามารถสร้างมูลค่าเพิ่มการลงทุนได้ในอนาคต อีกทั้งทุกบริษัทโดยเฉพาะบริษัทขนาดใหญ่ต้องมีบริการก่อนและหลังการขายผ่านช่องทางคอลเซ็นเตอร์
“ทุกวันนี้บริษัทข้ามชาติรายใหญ่ จะนึกถึงสิงคโปร์ก่อนในการเป็นฐานลงทุนอาเซียน แต่หากมองในแง่ธุรกิจคอลเซ็นเตอร์ ไทยก็สามารถเป็นฐานธุรกิจได้เหมือนกัน เพราะได้รับการยอมรับด้านการบริการและมีความอดทนสูงเมื่อเทียบกับหลายประเทศ” นายศรัณย์ กล่าว
ปัจจุบันธุรกิจการตลาดแบบตรง ผ่านช่องทางคอลเซ็นเตอร์ ส่วนใหญ่ภาคเอกชนจะเป็นผู้ผลักดันให้เติบโต โดยขาดการสนับสนุนจากภาครัฐ ทั้งที่เป็นธุรกิจที่สร้างเม็ดเงินได้มหาศาล โดยเฉพาะความเชื่อมั่นในสินค้าและบริการหลังการขายที่ดี
ขณะเดียวกันเห็นว่าควรมีการวางหลักสูตรอาชีพคอลเซ็นเตอร์ ในระดับอุดมศึกษา ซึ่งในเมืองไทยไม่มีและยังไม่มีแนวคิดที่จะเกิดขึ้น ทั้งที่เป็นอาชีพสำคัญ ดังนั้น สมาคมจึงมีแนวคิดจะผลักดันหลักสูตรดังกล่าวเข้าไปในระดับอาชีวศึกษาก่อน
“ในเอเชีย ธุรกิจคอลเซ็นเตอร์อินเดียเคยเป็นอันดับหนึ่ง แต่ปัจจุบันเป็นของฟิลิปปินส์ โดยมีผู้ทำอาชีพคอลเซ็นเตอร์ถึง 8 แสนคน ซึ่งบริษัทยักษ์ใหญ่หลายแห่งในสหรัฐเลือกใช้เป็นฐานในการให้ข้อมูลสินค้าผ่านคอลเซ็นเตอร์ เนื่องจากค่าแรงงานในฟิลิปปินส์ต่ำกว่า และมีความรู้ภาษาอังกฤษ ขณะที่ไทยมีผู้ทำอาชีพคอลเซ็นเตอร์ไม่ถึง 2 แสนคน” นายศรัณย์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม แม้ว่าคนไทยจะมีความรู้ภาษาอังกฤษในระดับที่ต่ำ แต่การผลักดันให้เป็นฮับในธุรกิจดังกล่าวสามารถทำได้ โดยอาจจะใช้การเชื่อมต่อผ่านระบบคอมพิวเตอร์ เช่น การใช้หมายเลขโทรศัพท์เบอร์เดียวกันทั่วโลกให้แต่ละธุรกิจ และมีภาษาให้เลือก เพื่อเชื่อมต่อไปยังพนักงานคอลเซ็นเตอร์ที่เป็นเจ้าของภาษาโดยตรงในการให้ข้อมูลสินค้าก็สามารถทำได้
นอกจากนี้ยังช่วยให้กลุ่มผู้พิการสามารถประกอบวิชาชีพได้ เนื่องจากใช้เฉพาะเสียงในการให้บริการ อีกทั้งอาชีพให้บริการคอลเซ็นเตอร์นั้นมีการเข้าออกของพนักงานค่อนข้างสูงจึงทำให้ต้องมีการฝึกอบรมที่ดี โดยเน้นคุณภาพการบริการเป็นหลักซึ่งวิชาชีพดังกล่าวสามารถเชื่อมต่อการให้บริการไปยังธุรกิจที่เป็นพาร์ทเนอร์กันได้เช่นการขายสินค้า เชื่อมต่อไปยังธุรกิจทางด้านการเงินอย่าง ธนาคารพาณิชย์ และธุรกิจโรงพยาบาลเป็นต้น







