
มันนี่ทูเดย์
คลังเชียร์นายกฯ ดึงญี่ปุ่นลงทุนไทยช่วยกระตุ้น ศก.
คลังเชียร์นายกฯ ดึงญี่ปุ่นลงทุนไทยช่วยกระตุ้น ศก.
สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) รายงานว่า การที่นายกรัฐมนตรีได้เชิญชวนนักลงทุนญี่ปุ่นเข้าร่วม 3 โครงการใหญ่รัฐบาลในงาน “Tokyo Roadshow 2013” ถือเป็นความตั้งใจของรัฐบาลไทยที่จะทำความเข้าใจเกี่ยวกับแผนการลงทุนขนาดใหญ่ของไทยที่ประเทศไทยต้องการเห็นความร่วมมือในการลงทุนของประเทศญี่ปุ่น สศค.วิเคราะห์ว่า ญี่ปุ่นเป็นประเทศคู่ค้าลำดับที่ 2 ของประเทศไทย โดยมีมูลค่าการส่งออกคิดเป็น 10.2% ของการส่งออกรวมและเป็นประเทศที่มาท่องเที่ยวประเทศไทยอยู่ในอันดับที่ 3 โดยในปี 2555 มีนักท่องเที่ยวญี่ปุ่นมาเที่ยวประเทศไทยสูงถึง 6.5% ของจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติที่เดินทางเข้ามาไทย
นอกจากนี้ ประเทศญี่ปุ่นเป็นประเทศที่นำเงินมาลงทุนโดยตรง (FDI) ในประเทศไทยมากที่สุด โดยในปี 2555 มีมูลค่าการลงทุนโดยตรงจากญี่ปุ่นสูงถึงประมาณ 373,985 ล้านบาท ซึ่งคิดเป็น 57.7% ของมูลค่าโดยตรงรวม และญี่ปุ่นเป็นแหล่งเงินทุนที่สำคัญของประเทศไทย การเชิญชวนนักลงทุนญี่ปุ่นมาลงทุนในโครงการขนาดใหญ่ในระยะสั้นจะช่วยเพิ่มทางเลือกให้กับประเทศไทยให้สามารถคัดเลือกเทคโนโลยีที่ดีภายใต้ต้นทุนที่จำกัด และระยะยาวจะช่วยกระชับความสัมพันธ์ทางเศรษฐกิจของไทยและญี่ปุ่นให้มากขึ้นด้วย
ดอกเบี้ยสวอปขยับขึ้นพรวด
ธนาคารกรุงเทพ รายงานว่า ราคาสวอปได้ปรับตัวสูงขึ้นหลังจากคณะกรรมการนโยบายการเงินมีท่าทีชัดเจนในการดูแลค่าเงินบาทว่า การลดดอกเบี้ยอย่างเดียวอาจจะไม่ช่วยแก้ปัญหาได้ จำเป็นอย่างยิ่งที่ต้องมีมาตรการอื่นมาเสริม ทำให้ตลาดมีการคาดการณ์ว่า กนง.จะพิจารณาปรับลดดอกเบี้ยแค่ 0.25% ส่งผลให้ราคาสวอปปรับตัวเพิ่มขึ้นทุกเส้น โดยสวอป 1 สัปดาห์ขยับขึ้นมาบวก 1.32 สตางค์ สวอป 2 สัปดาห์ ขยับมาบวก 2.55 สตางค์ สวอป 1 เดือน บวก 5.3 สตางค์ สวอป 2 เดือน บวก 10.2 สตางค์ ฯลฯ
ขณะที่ปริมาณการกู้ยืมเงินระหว่างธนาคารก็ลดลง เนื่องจากธนาคารไม่มั่นใจในการทำธุรกรรมการกู้ยืมแบบเทอม เนื่องจากเกรงผลกระทบจากการพิจารณาดอกเบี้ยนโยบายและมาตรการอื่นที่จะนำมาใช้ เช่น การควบคุมการลงทุนในตลาดพันธบัตร การเก็บค่าธรรมเนียมจากกำไรของนักลงทุนในตราสารหนี้ ทำให้ปริมาณลดลงเหลือแค่ 9.8 หมื่นล้านบาท จากปกติ 1.2-1.5 แสนล้านบาทขึ้นไป







