posttoday
อียูรุกหนักกรณีทรัพย์สินทางปัญญา

อียูรุกหนักกรณีทรัพย์สินทางปัญญา

23 พฤษภาคม 2556

เวทีเจรจาเอฟทีเอเบื้องต้น อียูรุกหนักทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเสรีโทรคม ไทยขอเปิดตลาดเกษตร

เวทีเจรจาเอฟทีเอเบื้องต้น อียูรุกหนักทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเสรีโทรคม ไทยขอเปิดตลาดเกษตร

เพื่อเป็นข้อมูลในการเปิดเจรจารอบแรก ด้านอียูรุกเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา เปิดเสรคมนาคม ขณะที่ไทยขอเปิดตลาดการเกษตร

นายโอฬาร ไชยประวัติ ประธานผู้แทนการค้าไทย ในฐานะหัวหน้าคณะเจรจาความตกลงการค้าเสรีระหว่างไทยสหภาพยุโรป (เอฟทีเอไทยอียู) เปิดเผยว่า ขณะนี้ไทยกับอียูได้แลกเปลี่ยนร่างความตกลงในหลายประเด็นเพื่อเป็นข้อมูลเบื้องต้นในการเจรจารอบแรกที่จะมีขึ้นระหว่างวันที่ 2731 พ.ค. 2556 ณ กรุงบรัสเซลส์ แล้ว ซึ่งมีทั้งประเด็นที่สอดคล้องกันและเห็นต่างกัน

ทั้งนี้ ทางอียูต้องการผลักดันเรื่องทรัพย์สินทางปัญญา การจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐ การพัฒนาที่ยั่งยืน การค้าบริการและการลงทุน โดยเฉพาะสาขาโทรคมนาคม สาขาการเงิน และสาขาการขนส่ง ส่วนไทยต้องการผลักดันการเปิดตลาดสินค้าเกษตร เกษตรอุตสาหกรรมและสินค้าอุตสาหกรรม และการลดมาตรการที่เป็นอุปสรรคทางการค้า

สำหรับการทำเอฟทีเอกับอียู เป็นการยกระดับขีดความสามารถในการแข่งขันของไทยให้อยู่ในระดับโลก และยังช่วยขับเคลื่อนเศรษฐกิจของประเทศและขยายตลาดการค้าการลงทุนระหว่างกัน ดึงดูดการลงทุนเข้าประเทศ และขยายการค้าการลงทุนไปยังอียู ตลอดจนส่งเสริมให้เกิดการถ่ายทอดเทคโนโลยี รักษาระดับและเสริมสร้างความสามารถในการแข่งขันทางการค้ากับประเทศคู่ค้าอื่นๆ โดยไม่ต้องพึ่งพิงสิทธิพิเศษทางภาษีศุลกากร (จีเอสพี) ของอียู ซึ่งไทยจะถูกตัดสิทธิทั้งหมดในวันที่ 1 ม.ค. 2558

สำหรับประเด็นอ่อนไหว และประเด็นที่เป็นปัญหาในการเจรจา ทางกระทรวงพาณิชย์ ได้ตั้งคณะทำงานร่วมระหว่างหน่วยงานภาครัฐ ภาคเอกชน และภาคประชาสังคม เพื่อแก้ไขปัญหาดังกล่าว และมั่นใจว่าการเจรจาเอฟทีเอไทยอียู จะดำเนินไปด้วยความราบรื่น และก่อประโยชน์สูงสุดต่อทุกฝ่าย รวมทั้งสามารถบรรลุเป้าหมายของทั้งสองฝ่ายที่จะเจรจาให้เสร็จสิ้นภายในปี 2557 ด้วย

ก่อนหน้านี้ ได้ตั้งกลุ่มเจรจาเอฟทีเอไทยอียู จำนวน 13 กลุ่ม ได้แก่ 1.การค้าสินค้า 2.กฎว่าด้วยถิ่นกำเนิดสินค้า 3.พิธีการศุลกากรและการอำนวยความสะดวกทางการค้า 4.มาตรการเยียวยาทางการค้า 5.อุปสรรคทางเทคนิคต่อการค้า 6.มาตรการสุขอนามัยและสุขอนามัยพืช

7.การค้าบริการ 8.การลงทุน 9.การจัดซื้อจัดจ้างโดยรัฐ 10.ทรัพย์สินทางปัญญา 11.การแข่งขัน 12.การค้าและการพัฒนาที่ยั่งยืน 13.การระงับข้อพิพาทระหว่างรัฐ โดยให้แต่ละกลุ่มไปเตรียมการผ่านการประชุมร่วมกับผู้ที่เกี่ยวข้องเพื่อจัดทำท่าทีในการเจรจาทั้งเชิงรุกเชิงรับ สำหรับการเจรจาที่จะเกิดขึ้นต่อไป

สำหรับในปีนี้คณะเจรจาเอฟทีเอไทยอียู ได้กำหนดเจรจา 3 ครั้ง คือในเดือน พ.ค.ที่กรุงบรัสเซลส์ เดือน ก.ย.ในประเทศไทย และปลายเดือน พ.ย.ต้นเดือน ธ.ค.ยังไม่ระบุสถานที่ที่แน่นอน ส่วนในปีหน้าจะเจรจากันอีก 4 ครั้ง ในเรื่องการเปิดเสรีด้านสินค้าอาจจะไม่มีปัญหามากน่าจะเสร็จเร็ว

ขณะที่เรื่องการบริการและการลงทุนอาจจะใช้เวลาในการเจรจามากเพื่อหาข้อสรุปให้ทันเวลาที่กำหนดในกรอบระยะเวลา 2 ปี ซึ่งในการทำงาน คณะทำงานฯ จะเริ่มประชาสัมพันธ์ เพื่อสร้างความเข้าใจอันดีระหว่างผู้เกี่ยวข้องกับสังคม

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่