
จำนำข้าวดันหนี้ปูด
5เดือนหนี้สาธารณะเพิ่ม2.57แสนล้านกู้ชดเชยขาดดุลงบประมาณลงทุน
5เดือนหนี้สาธารณะเพิ่ม2.57แสนล้านกู้ชดเชยขาดดุลงบประมาณลงทุน
หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้น 5 เดือนต่อเนื่อง สูงถึง 2.57 แสนล้านบาท เนื่องจากต้องกู้เงินรับจำนำข้าว
น.ส.จุฬารัตน์ สุธีธร ผู้อำนวยการสำนักงานบริหารหนี้สาธารณะ (สบน.) เปิดเผยว่า หนี้สาธารณะคงค้าง ณ สิ้นเดือน มี.ค. 2556 มีจำนวน 5.12 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 44.16% ของ GDP โดยเป็นหนี้ของรัฐบาล 3.55 ล้านล้านบาท หนี้รัฐวิสาหกิจที่ไม่เป็นสถาบันการเงิน 1.06 ล้านล้านบาท หนี้รัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงิน (รัฐบาลค้ำประกัน) 4.94 แสนล้านบาท และหนี้หน่วยงานอื่นของรัฐ 5,561 ล้านบาท
ทั้งนี้ เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนก่อนหน้า หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นสุทธิ 4.73 หมื่นล้านบาท โดยหนี้ของรัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงินรัฐบาลค้ำประกัน เพิ่มขึ้น 5.66 หมื่นล้านบาท และหนี้ของรัฐบาล เพิ่มขึ้น 826 ล้านบาท
สำหรับหนี้รัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงิน เมื่อเปรียบเทียบกับเดือนก่อนหน้า เพิ่มขึ้น 5.7 หมื่นล้านบาท โดยเกิดจากการออกพันธบัตรและการเบิกจ่ายจากแหล่งเงินกู้ต่างๆ ของธนาคารเพื่อการเกษตรและสหกรณ์การเกษตร เพื่อไปใช้ในโครงการรับจำนำข้าวของรัฐบาล
การเพิ่มขึ้นของหนี้สาธารณะถือเป็นการเพิ่มขึ้นเดือนที่ 5 ติดต่อกัน นับตั้งแต่เดือน พ.ย. 2555 ซึ่งรวมแล้วหนี้สาธารณะเพิ่มขึ้นถึง 2.57 แสนล้านบาท ในรอบ 5 เดือนที่ผ่านมา โดยที่หนี้สาธารณะเพิ่มขึ้น 5 ล้านล้านบาท ตั้งแต่เดือน ม.ค. 2556
ด้านแนวโน้มของหนี้สาธารณะยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง จากการกู้เพื่อชดเชยการขาดดุลงบประมาณ การกู้เงินจากการออก พ.ร.ก.บริหารจัดการน้ำ 3.5 แสนล้านบาท และ พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท เพื่อลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน
อย่างไรก็ตาม ที่ผ่านมากระทรวงการคลังออกมายืนยันว่าสัดส่วนหนี้สาธารณะจะไม่เกิน 50% ของจีดีพี ขณะที่นักวิชาการจากสถาบันวิจัยเพื่อการพัฒนาประเทศไทย (ทีดีอาร์ไอ) ประเมินว่า สัดส่วนหนี้สาธารณะของไทยอาจจะเกิน 60% ของจีดีพี หากการลงทุนไม่คุ้มค่า และเศรษฐกิจขยายตัวได้ไม่ตามเป้าที่ประมาณการไว้
ทั้งนี้ การกู้เงิน 2 ล้านล้านบาท รัฐบาลตั้งเป้าใช้หนี้ภายใน 50 ปี ทำให้มีภาระดอกเบี้ยเงินกู้อีก 3 ล้านล้านบาท ภายใต้สมมติฐานดอกเบี้ยเงินกู้อยู่ที่ 5% ต่อปี ทำให้ภาระเงินกู้ทั้งหมดสูงถึง 5 ล้านล้านบาท
ขณะที่ปัจจุบันภาระงบประมาณราย จ่ายเพื่อการชำระหนี้อยู่ที่กว่า 2 แสนล้านบาทต่อปี ส่วนใหญ่จ่ายเพื่อชำระดอกเบี้ยเงินกู้ทั้งหมด มีการชำระคืนเงินต้นเพียงเล็กน้อยเท่านั้น







