
สศค.คาดปะทะเดือดเมษาทำจีดีพีหด0.5%
สศค.ประเมินผลกระทบสลายม็อบแดงหั่นจีดีพีลด 0.5% หวั่นประเทศถูกปรับลดเครดิตทำต้นทุนกู้เงินของรัฐและเอกชนพุ่ง
สศค.ประเมินผลกระทบสลายม็อบแดงหั่นจีดีพีลด 0.5% หวั่นประเทศถูกปรับลดเครดิตทำต้นทุนกู้เงินของรัฐและเอกชนพุ่ง
นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาศ ผู้อำนวยการสำนักนโยบายเศรษฐกิจมหภาค สำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) กล่าวว่า เหตุการความรุนแรงของการปะทะกันระหว่างกลุ่มคนเสื้อแดงกับเจ้าหน้าที่ เมื่อวันที่ 10 เม.ย. ที่ผ่นมา ได้ส่งผลกระทบต่อการขยายตัวเศรษฐกิจ( จีดีพี ) เพิ่มมากขึ้น จากเดิมที่คาดว่าผลกระทบจากการชุมนุมในระยสั้นจะทำให้ จีดีพี ลดลง 0.2 % แต่เมื่อเกิดความรุนแรงจากการสลายการชุมนุมเพิ่มขึ้น คาดว่าน่าจะกระทบต่อจีดีพีเพิ่มขึ้นเป็น 0.5% ทำให้กระทบต่อ จีดีพี ทั้งปีจากที่คาดว่าจะขยายตัวได้ 4.5% ก็น่าเหลือแค่ 4 %
นอกจากนี้ นายเอกนิติ ยังกล่าวว่า ผลกระทบจากความรุนแรงดังกล่าวอาจกระทบต่อการจัดอันดับความน่าเชื่อถือของไทย โดยในช่วงกลางเดือนพ.ค. นี้ สถาบันจัดอันดับเครดิตความน่าเชื่อถือ มูดี้ส์ อินเวสเตอร์ เซอร์วิส จะเข้ามาเก็บข้อมูลของประเทศไทย เพื่อทบทวนอันดับเครดิตของประเทศประจำปี ซึ่งหากมูดี้ส์ฯปรับลดเครดิตความน่าเชื่อถือของไทยจะมีผลกระทบค่อนข้างมาก ต่อต้นทุนการกู้เงินของรัฐบาลที่และเอกชนจะสูงขึ้น
ทั้งนี้ สศค.ได้ประมาณการชุมนุมไว้ 3 ระดับ คือระดับเบาไม่มีความรุนแรง แต่ชุมนุมยื้อเยื้อ ก็จะกระทบการขยายตัวเศรษฐกิจลดลง 0.2% เพราะการชุมนุมทำให้การบริโภคลดลง การท่องเที่ยวได้รับผลกระทบ แต่ขณะนี้ได้เลยสถานการณ์ระดับที่ไม่มีความรุนแรงไปแล้ว มีความรุนแรง เข้าสู่ความรุนแรงระดับปานกลาง จึงกระทบการขยายตัวระดับ 0.2-0.5%
อย่างไรก็ตาม หากสถานการณ์ไม่หยุด จนเข้าสู่กรณ์ที่เลวร้ายชุมนุมนานเกิน 6 เดือน รุนแรงต่อเนื่อง ไม่มีรัฐบาล ก็กระทบเศรษฐกิจลดลงอีก 1.8% ทำให้ทั้งปีขยายตัวได้ไม่เกิน 2.7%
นายเอกนิติ กล่าวว่า สำหรับผลกระทบจากการชุมนุมรุนแรงในขณะนี้ กระทบหลายปัจจัยเศรษฐกิจ ทั้งการบริโภคที่มีความเชื่อมั่นลดลง กระทบความเชื่อมั่นนกท่องเที่ยวทั้งในและต่างประเทศ ชะลอการมาเที่ยวไทย ซึ่งไม่รู้ว่าจะฟื้นตัวได้เมื่อใด และที่ร้ายที่สุดคือการกระทบความเชื่อมั่นนักลงทุน ที่จะส่งผลกระทบถึงระยะปานกลาง เพราะถ้าไม่มีการขยายการลงทุนในช่วงที่เศรษฐกิจทั้งโลกอยู่ในช่วงขาขึ้น ก็จะกระทบศักยภาพการผลิตของประเทศ
“ภูมิคุ้มกันเศรษฐกิจของไทยมีปัญหา ทีผ่านมาเราผูกการขยายตัวเศรษฐกิจไว้ที่ภาคการส่งออก พอเศรษฐกิจโลกไม่ดี เราส่งออกไม่ดีตาม มันก็พากันดิ่งลง แต่ตอนนี้เศรษฐกิจโลกดี ส่งออกดี เราก็ขยายตัวได้มาก แต่คาดว่าปลายปี เศรษฐกิจมีสัญญาณชะลอตัว จุดนั้นส่งออกจะมีปัญหา ในขณะที่ภาคการลงทุนและการบริโภคของเราก็อ่อนแอมาตลอด ซึ่งเป็นจุดที่เลวร้ายมาก”นายเอกนิติ กล่าว







