
เลื่อนแจกสัมปทานน้ำมัน
เร่งแจงข้อเท็จจริงการขุดเจาะย้ำเอกชนจ่ายผลตอบแทนเหมาะสม
เร่งแจงข้อเท็จจริงการขุดเจาะย้ำเอกชนจ่ายผลตอบแทนเหมาะสม
เลื่อนเปิดสัมปทานปิโตรเลียมรอบใหม่ไม่มีกำหนด เร่งกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติแจงมวลชนเรื่องพลังงาน
นายพงษ์ศักดิ์ รักตพงศ์ไพศาล รมว.พลังงาน เปิดเผยว่า ขณะนี้ยังไม่มีกำหนดการออกประกาศเชิญชวนให้ยื่นขอสัมปทานปิโตรเลียมครั้งที่ 21 จนกว่าการสร้างความเข้าใจเรื่องพลังงานของไทยซึ่งมอบหมายให้กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติไปดำเนินการ จะทำให้กระแสการคัดค้านการขุดเจาะปิโตรเลียมดีขึ้น
ทั้งนี้ ต้องยอมรับการเลื่อนเปิดสัมปทานปิโตรเลียมออกไปทำให้ไทยเสียโอกาสในการหาแหล่งพลังงานใหม่ๆ สำรองไว้ใช้ในประเทศ ในขณะที่ปริมาณสำรองน้ำมันมีใช้ได้อีก 8 ปีเท่านั้น
ดังนั้น ในอนาคตไทยยังต้องเป็นผู้นำเข้าพลังงานในอันดับต้นๆ แม้ปัจจุบันจะมีแหล่งพลังงานในประเทศจากการเปิดสัมปทานปิโตรเลียมในช่วงที่ผ่านมา แต่ก็สามารถผลิตน้ำมันดิบได้เพียงวันละ 1.45 แสนบาร์เรลต่อวัน และยังต้องนำเข้าอีกเฉลี่ยวันละ 8.5 แสนบาร์เรลต่อวัน เพื่อให้เพียงพอกับความต้องการใช้น้ำมันวันละ 1 ล้านบาร์เรลต่อวัน
นอกจากนี้ สัมปทานปิโตรเลียมเดิมที่ใกล้จะหมดสัญญาก็ถูกคัดค้านไม่ให้ดำเนินการต่อสัญญา ซึ่งเรื่องนี้ต้องเร่งสร้างความเข้าใจกับมวลชนให้มากขึ้น เพราะหากไม่ได้ต่อสัญญาก็ต้องหยุดผลิตส่งผลให้การสำรองพลังงานยิ่งลดลงไปอีก
“ในหลักการ ควรจะเปิดสัมปทานปิโตรเลียมให้มีความต่อเนื่อง เพื่อหาแหล่งพลังงานใหม่ๆ ให้กับประเทศ ซึ่งการขุดเจาะปิโตรเลียมในไทยต้องใช้เวลา บางครั้งขุดไป 20 หลุม เจอน้ำมันหรือก๊าซแค่ 12 หลุมเท่านั้น และไทยก็ไม่ได้เปิดสัมปทานมาแล้ว 5 ปี” นายพงษ์ศักดิ์ กล่าว
ทั้งนี้ เมื่อช่วงต้นปี กรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ เปิดเผยว่า จะเปิดสัมปทานปิโตรเลียมครั้งที่ 21 ประมาณกลางปีนี้ โดยจะมีแปลงสัมปทาน 22 แปลง
ด้านนายทรงภพ พลจันทร์ อธิบดีกรมเชื้อเพลิงธรรมชาติ กล่าวว่า ขณะนี้ได้ขอให้สถาบันปิโตรเลียมศึกษาเปรียบเทียบการจ่ายผลประโยชน์ตอบแทน และค่าภาคหลวงที่ได้จากการผลิตปิโตรเลียมระหว่างของไทยและประเทศอื่นๆ เพื่อนำมาชี้แจงต่อสาธารณชนว่า การจัดเก็บผลตอบแทนให้รัฐ มีความแตกต่างกันอย่างไร ซึ่งที่ผ่านมายืนยันว่าการจัดเก็บค่าภาคหลวงและผลประโยชน์ตอบแทนเป็นอัตราที่เหมาะสม โดยที่ผ่านมารัฐบาลมีรายได้จากค่าภาคหลวงและภาษีปิโตรเลียมเฉลี่ยปีละ 1.6 แสนล้านบาท
อย่างไรก็ตาม ระหว่างนี้ได้พยายามจัดทำสื่อในรูปแบบต่างๆ เผยแพร่ข้อเท็จริงเรื่องพลังงานอย่างต่อเนื่อง ในประเด็นปริมาณสำรองน้ำมันดิบในประเทศ การขุดเจาะสำรวจได้จริง ตลอดจนการกำกับดูแลไม่ให้เกิดผลกระทบต่อสิ่งแวดล้อม







