
บล.ถัทร ทีมวิจัยยอดเยี่ยมของนักลงทุนสถาบัน
สมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์จัดประกาศรางวัล SAA Awards for Analysts ให้นักวิเคราะห์ทั้งประเภทรายกลุ่มอุตสาหกรรมและทีมวิจัยยอดเยี่ยมต่อเนื่องกันมา 56 ปี ซึ่งจะแบ่งเป็นสายนักลงทุนรายบุคคลกับนักลงทุนสถาบัน และเกือบทุกปีจะต้องมีชื่อ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ภัทร เป็นผู้ได้รับรางวัล “ทีมวิจัยยอดเยี่ยมสายนักลงทุนสถาบัน” ตลอดมา ซึ่งรวมถึงปี 2555 ครั้งล่าสุดด้วย
สมาคมนักวิเคราะห์หลักทรัพย์จัดประกาศรางวัล SAA Awards for Analysts ให้นักวิเคราะห์ทั้งประเภทรายกลุ่มอุตสาหกรรมและทีมวิจัยยอดเยี่ยมต่อเนื่องกันมา 56 ปี ซึ่งจะแบ่งเป็นสายนักลงทุนรายบุคคลกับนักลงทุนสถาบัน และเกือบทุกปีจะต้องมีชื่อ บริษัทหลักทรัพย์ (บล.) ภัทร เป็นผู้ได้รับรางวัล “ทีมวิจัยยอดเยี่ยมสายนักลงทุนสถาบัน” ตลอดมา ซึ่งรวมถึงปี 2555 ครั้งล่าสุดด้วย
นอกจากนั้น ปี 2555 บล.ภัทร ยังกวาดรางวัลนักวิเคราะห์ยอดเยี่ยมกลุ่มอุตสาหกรรมสำหรับนักลงทุนสถาบันอีก 5 รางวัลด้วยกันคือ กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ที่ได้รับติดต่อกันเป็นปีที่ 6 กลุ่มธุรกิจการเงินที่ได้รับเป็นปีที่ 4 กลุ่มทรัพยากรที่ได้รับเป็นปีที่ 2 และล่าสุดกับ 2 กลุ่มใหม่ที่เพิ่งมีการประกาศรางวัลเป็นปีแรกคือ กลุ่มบริการและกลุ่มเกษตรอุตสาหกรรมอาหาร
“ธีระพงษ์ วชิรพงศ์” หัวหน้าฝ่ายวิจัยหลักทรัพย์ ได้พูดถึงความสำเร็จที่เกิดขึ้นว่า มาจาก 3 ปัจจัยด้วยกันคือ ประสบการณ์ของทีมวิจัยที่ส่วนใหญ่เป็นนักวิเคราะห์อาวุโสที่อยู่ในอุตสาหกรรมนี้มามากกว่า 10 ปี จำนวนมากถึง 8 คนด้วยกัน จากที่มีทั้งหมด 11 คน ดังนั้นถือว่าเป็นทีมวิจัยหนึ่งที่มีการเปลี่ยนสมาชิกในทีมน้อยสุดในอุตสาหกรรม ส่งผลให้มุมมองและความเข้าใจในธุรกิจมีความชัดเจนและสามารถสื่อสารได้ตรงจุดกับความต้องการของลูกค้า
นอกจากนั้น ทีมวิจัย บล.ภัทร มีลักษณะเฉพาะเจาะจง และก็เชื่อว่าทุกคนมีความรู้ความเข้าใจธุรกิจในสายที่รับผิดชอบ โดยมั่นใจว่างานวิจัยแต่ละชิ้นที่ออกมาต้องติดอยู่ใน 3 อันดับแรกของอุตสาหกรรม และปัจจัยสุดท้ายคือ ความร่วมมือกับพันธมิตรต่างชาติทำให้เรามีโอกาสแลกเปลี่ยนข้อมูลความรู้ในระดับสากลมาตั้งแต่ปี 2533 ปัจจุบันพันธมิตรของภัทรคือ แบงก์ออฟอเมริกา เมอร์ริล ลินช์
นอกจากนี้ กว่า 10 ปีที่ผ่านมา บริษัทเริ่มมีนโยบายให้ความสำคัญกับลูกค้าบุคคลรายใหญ่เพิ่มมากขึ้น การแลกเปลี่ยนข้อมูลด้านวิจัยกับพันธมิตรต่างชาติได้สนับสนุนและตอบโจทย์การบริการให้ลูกค้าได้มาก จากก่อนหน้านี้บริษัทเน้นแต่การให้บริการลูกค้าสถาบัน
สำหรับการสื่อสารภายในทีมวิจัย จะเน้นการบอกเป้าหมายหรือกรอบกว้างๆ ส่วนการวิเคราะห์หรือการให้มุมมองก็ให้อิสระแต่ละคนอย่างเต็มที่ ซึ่งสิ่งที่ยากคือการรวบรวมหรือบริหารจัดการคนให้ได้ตามเป้าหมายที่วางไว้ พร้อมกับการพยายามให้แต่ละคนรักษาคุณภาพงานให้ได้อย่างต่อเนื่อง ขณะเดียวกันทีมวิจัยก็พร้อมที่จะปรับตัวไปตามความต้องการหรือการเปลี่ยนแปลงของอุตสาหกรรม เช่น เพิ่มการวิเคราะห์ปัจจัยพื้นฐานในเชิงตัวเลขแล้วให้คอมพิวเตอร์ประมวลผลให้ เข้ามาเพิ่มเติมจากปกติทำบทวิจัยปัจจัยพื้นฐานเชิงลึกอยู่แล้ว สำหรับข้อมูลเชิงเทคนิคปกติบริษัทไม่มีนโยบายทำ เนื่องจากนักลงทุนส่วนใหญ่ของบริษัทเน้นข้อมูลเพื่อการลงทุนระยะยาว (อย่างน้อย 1 ปี) เป็นหลัก
อย่างไรก็ดี “ธีระพงษ์” ยอมรับว่า การนำเสนองานวิจัยของบริษัทออกสู่สาธารณะมีค่อนข้างน้อย เนื่องจากการออกสื่อโทรทัศน์มีพื้นที่ของเวลาจำกัดไม่สามารถอธิบายสิ่งที่วิเคราะห์ออกมาได้ชัดเจน บวกกับบริษัทไม่มีนโยบายแนะนำให้ซื้อหรือขายเป็นรายวัน ในขณะที่สื่อหนังสือพิมพ์อาจมีข้อจำกัดตรงที่บริษัทเขียนบทวิจัยแต่ภาษาอังกฤษ ไม่มีฉบับภาษาไทย
นอกจากนี้ การมีพันธมิตรต่างประเทศทำให้ทีมวิจัยของภัทรมีขั้นตอนและกระบวนการ รวมทั้งกรอบในการแนะนำการลงทุนที่ค่อนข้างชัดเจน การเปลี่ยนแปลงทิศทางในการแนะนำการลงทุน ต้องมีการปรึกษาร่วมกันกับคณะกรรมการของพันธมิตรต่างประเทศ ทั้งนี้เพื่อให้นักลงทุนของฝั่งพันธมิตรต่างชาติได้ข้อมูลอย่างเท่าเทียมกันด้วย
“ลูกค้าของ บล.ภัทร ส่วนใหญ่เป็นนักลงทุนที่เน้นการลงทุนในระยะยาว ซึ่งต้องการทราบข้อมูลเชิงลึกและแนวทางการดำเนินธุรกิจในระยะยาวมากกว่า ดังนั้นความแม่นยำและคุณภาพของบทวิเคราะห์จึงมีความสำคัญมากกว่าการเร่งทำบทวิจัยออกมารวดเร็วแต่ขาดคุณสมบัติที่จะตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้ตรงจุด”
อย่างไรก็ดี “ธีระพงษ์” มองว่า ปัจจุบันความท้าทายของทีมวิจัย บล.ภัทร คือ การหาคนรุ่นใหม่ที่จะเข้ามารับช่วงต่อจากทีมวิจัยรุ่นปัจจุบัน เพื่อความต่อเนื่องในการให้บริการและเพื่อรักษามาตรฐานจากสิ่งที่คนรุ่นเก่าทำไว้ให้ได้
ในฐานะที่ “ธีระพงษ์” เป็นผู้ได้รับรางวัลนักวิเคราะห์กลุ่มธุรกิจการเงินสายนักลงทุนสถาบันเป็นปีที่ 4 เขามองว่า การแนะนำนักลงทุนมีความเป็น “ศิลป์” มากกว่า “ศาสตร์” เพราะข้อมูลในกลุ่มนี้มีความใกล้เคียงกันหมด ตั้งแต่กฎหมาย ความใกล้เคียงของธุรกิจ ยกเว้นขนาดและกลยุทธ์ และที่สำคัญคือ การเปิดเผยข้อมูลที่เท่าเทียมมากขึ้น ภายหลังจากวิกฤตต้มยำกุ้งเมื่อปี 2540 ดังนั้นส่วนตัวจึงมองว่าอาจจะดูเป็นเรื่องง่ายกว่าธุรกิจในกลุ่มอื่น แต่ความท้าทายอยู่ที่นักวิเคราะห์จะนำข้อมูลเหล่านี้มาให้น้ำหนักการลงทุนที่ไม่เท่ากัน ซึ่งต้องอาศัยประสบการณ์เป็นอย่างมาก
ด้าน “จิราภรณ์ ลินมณีโชติ” ผู้ได้รับรางวัลนักวิเคราะห์กลุ่มอสังหาริมทรัพย์ก่อสร้าง เชื่อว่าความสำเร็จที่ได้เป็นเพราะแต่ละคนมีวินัย รู้และเข้าใจในกลุ่มสายงานที่ตัวเองรับผิดชอบสูง และส่วนตัวเป็นคนตรงไปตรงมา อะไรดีก็บอกว่าดี อะไรไม่ดีก็บอกไม่ดี ซึ่งอาจเป็นจุดหนึ่งที่ทำให้ลูกค้าเข้าใจและเชื่อใจจนเกิดความต่อเนื่องของคำถามและการนำเสนอบทวิจัยออกมา แต่สิ่งที่ยากคือการหาข้อมูลที่ลงรายละเอียดจากหน่วยงานของรัฐย้อนหลัง แต่ถ้าทำได้และมีข้อมูลของกลุ่มธุรกิจในภาพรวมที่มากพอ ก็จะยิ่งมีส่วนช่วยมาวิเคราะห์ต่อ ทั้งหมดนี้ก็เพื่อยืนยันถึงความเชื่อมั่นและความต้องการซื้อที่แท้จริงของตลาดอสังหาริมทรัพย์
“คมสัน สุขสำราญ” รางวัลนักวิเคราะห์กลุ่มทรัพยากร ซึ่งมีประสบการณ์ในหลากหลายกลุ่มธุรกิจ ส่วนงานในปัจจุบันครอบคลุมทั้งน้ำมัน ปิโตรเคมี และถ่านหิน ทั้งนี้ความท้าทายในกลุ่มนี้คือข้อจำกัดในการคาดการณ์ราคาโภคภัณฑ์ เนื่องจากราคาตลาดโลกจะมีความผันผวนมาก และที่สำคัญธุรกิจยังมีความเชื่อมโยงและเป็นปัจจัยพื้นฐานในทุกกลุ่มอุตสาหกรรมอีกด้วย ดังนั้นจึงจำเป็นต้องหาข้อมูลให้ได้มากที่สุดโดยเฉพาะจากต่างประเทศ เพื่อทำความเข้าใจและนำมาวิเคราะห์เชิงลึก พร้อมส่งต่อข้อมูลให้กับลูกค้าอย่างชัดเจนที่สุด ที่สำคัญกลุ่มธุรกิจนี้จะต้องใช้ตัวเลขและข้อมูลสถานการณ์โลกที่มีการเคลื่อนไหวล่าสุดจริงๆ นักวิเคราะห์มีความจำเป็นที่จะต้องมีข้อมูลและมุมมองที่สะท้อนภาพทั้งอุตสาหกรรมภายในประเทศและระดับสากล
“ชาตรี แพรวพรายกุล” รางวัลนักวิเคราะห์กลุ่มบริการและกลุ่มเกษตรอุตสาหกรรมอาหาร ซึ่งเป็นนักวิเคราะห์ที่ภัทรกว่า 3 ปี มองว่ารางวัลที่ได้มาจากการมีทีมเวิร์กที่ดีมาก และก็ไม่จำกัดอิสระทางความคิดในการเสนอมุมมองออกมา นอกจากนั้นรุ่นพี่ยังช่วยหาข้อมูลในอดีตมาสนับสนุนให้อย่างต่อเนื่อง
กลุ่มอาหารและสินค้าเกษตร ความยากคือการประเมินราคาต้นทุนของสินค้า เนื่องจากเกี่ยวข้องกับราคาสินค้าโภคภัณฑ์ทั่วโลกทำให้คาดการณ์ได้ยาก แต่สิ่งที่พยายามทำคือ การเพิ่มมูลค่าให้กับบทวิเคราะห์ให้ได้มากที่สุด จากการพยายามหาข้อมูลทั้งในประเทศและต่างประเทศพร้อมเชื่อมโยงข้อมูลในเรื่องแนวโน้มและพฤติกรรมของผู้บริโภค
ส่วนกลุ่มบริการอย่างโรงพยาบาลและโรงแรมค่อนข้างท้าทาย เนื่องจากธุรกิจมีการควบรวมกิจการเกิดขึ้นค่อนข้างมาก จึงคาดการณ์สถานการณ์ล่วงหน้ายาก ดังนั้นสิ่งที่ทำได้คือการหาข้อมูลให้มากที่สุด เพื่อสามารถประเมินว่าอนาคตจะมีทิศทางเป็นเช่นไร
และนี่คือแนวทางการทำงานของทีมวิจัยยอดเยี่ยมแห่งหนึ่งในวงการตลาดทุนที่สามารถครองใจลูกค้ากลุ่มสถาบันตลอดมา







