posttoday
คีบับอนามัย

คีบับอนามัย

12 เมษายน 2553

...ฐาปนา

เห็นภาพประกอบเรื่องวันนี้แล้ว ท่านผู้อ่านบางท่านอาจจะสงสัยว่า มันคืออะไรกันแน่

ก็ต้องขอเฉลยว่า มันคือ “คีบับ” อาหารยอดฮิตชนิดหนึ่ง ที่ว่ากันว่า มีต้นกำเนิดมาจากประเทศตุรกี ก่อนจะขยายความนิยมไปทั่วยุโรป รวมถึงในบ้านเราก็มีการจำหน่ายอยู่บ้างแล้วหลายแห่ง

คีบับ หรือ เคบับ (Kebab) นี้ เป็นอาหารที่มีส่วนประกอบหลักเป็นเนื้อ ซึ่งอาจจะเป็นเนื้อวัว หรือเนื้อไก่ เสียบอยู่บนไม้หมุนจนมีลักษณะเป็นก้อนกลมยาว หมุนอยู่บนเครื่องให้ความร้อน เวลาจะรับประทานก็แล่บางๆ ออกมาใส่ในแป้งห่อ ใส่ผักอื่นๆ หรือซอสตามใจชอบ

ภาพประกอบที่นำมาให้ดูในวันนี้ คือหุ่นยนต์ชนิดหนึ่ง มีชื่อว่าเจ้า FFDRV1004 เป็นหุ่นยนต์ที่ถูกนำมาแสดงในงานแสดงสินค้าเกี่ยวกับคีบับที่กรุงเบอร์ลิน ประเทศเยอรมนี

ในงานนี้นี่เอง ที่สำนักข่าวเอเอฟพีรายงานว่า ที่จริงแล้ว แม้คีบับจะได้ชื่อว่าเป็นอาหารดั้งเดิมของตุรกี แต่ที่จริง การนำเนื้อมารวมเป็นก้อนหมุนในเครื่องทำความร้อน ก่อนจะแล่ใส่แป้งห่อนี้ เป็นสิ่งที่กำเนิดขึ้นในเมืองเบียร์นี่เอง หาใช่ตุรกีไม่ โดยทาร์คาน ทาสยัมรุค นายกสมาคมผู้ประกอบการคีบับตุรกีในยุโรปบอกว่า การหั่นเนื้อบางๆ แบบนี้ เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 1971 เมื่อผู้อพยพชาวตุรกีชื่อ มาห์มุท อัยกัน ที่เข้ามาอยู่ในเบอร์ลินได้คิดค้นวิธีการแบบนี้ขึ้น แล้วจากนั้นก็ได้รับความนิยมมากขึ้นเรื่อยๆ

ปัจจุบันนี้ หลังจากที่คีบับเริ่มเข้าสู่สังคมยุโรปได้เกือบ 40 ปี เฉพาะในเยอรมนีซึ่งเป็นประเทศต้นตำรับ ก็มีร้านขายคีบับเกิดขึ้นมาแล้ว 1.5 หมื่นร้าน มีการจ้างแรงงานในอุตสาหกรรมนี้ราวๆ 7.4 หมื่นคน และมียอดขายประมาณ 2,500 ล้านยูโรต่อปี หรือคิดเป็นคีบับประมาณ 400 ล้านชิ้น ถือเป็นธุรกิจฟาสต์ฟู้ดที่ใหญ่ที่สุดธุรกิจหนึ่ง และในแต่ละวันมีการผลิตเนื้อเพื่อทำคีบับประมาณ 400 ตัน จากผู้ประกอบการหลัก 350 บริษัท เรียกได้ว่า คีบับ กลายเป็นสิ่งสำคัญในเยอรมนีไม่แพ้ไส้กรอกเลยทีเดียว จึงไม่แปลกที่จะมีผู้จัดงานแสดงสินค้าเกี่ยวกับคีบับขึ้นที่นี่

ย้อนกลับไปหา FFDRV1004 หุ่นยนต์สไลซ์คีบับนี้ เป็นผลงานจากการคิดประดิษฐ์ของอาห์เหม็ด คาลยนคู ผู้จัดการฝ่ายขายของบริษัทแห่งหนึ่ง ซึ่งเมื่อนำหุ่นยนต์นี้มาแสดงในงานก็ได้รับความสนใจมาก และอาห์เหม็ดเองก็คิดว่า FFDRV1004 จะกลายเป็นสิ่งที่สามารถเปลี่ยนแปลงโฉมหน้าของอุตสาหกรรมคีบับในอนาคตอันใกล้ได้

เจ้า FFDRV1004 สามารถหั่นเนื้อคีบับแบบบางๆ และเป็นชิ้นสวยได้ในเวลารวดเร็วอย่างน่าทึ่ง จากการมีกล้องดิจิตอลติดอยู่กับแขนกล ทำให้ FFDRV1004 รู้ความหนาบางของชิ้นเนื้อที่จะหั่น จึงสไลซ์ได้ดั่งใจแบบบางพอดี ให้รสสัมผัสที่ผู้บริโภคต้องการ และไม่หวั่นแม้จะมีคนเข้าคิวรอซื้อมากๆ เพราะ FFDRV1004 เร่งอัตราการหั่นเนื้อได้ 120 ที่ภายใน 1 ชั่วโมง

อาห์เหม็ด หนุ่มชาวไซปรัส ซึ่งเคยทำงานเป็นพนักงานหั่นคีบับในกรุงลอนดอนมาก่อน บอกว่า ได้ความคิดมาจากญาติที่เป็นวิศวกร จนทำให้เกิด FFDRV1004 ซึ่งเป็นหุ่นหุ่นยนต์คีบับตัวแรกของโลก และนอกจากความเร็วแล้ว ข้อดีที่สุดของ FFDRV1004 ก็คือ สุขอนามัย

“ปกติแล้ว คนขายคีบับจะมีเหงื่อออกมาก เพราะอยู่ใกล้ความร้อนตลอดเวลา การใช้หุ่นยนต์จะช่วยแก้ปัญหานี้ ทำให้เกิดความสะอาด ถูกสุขลักษณะ เป็นผลดีต่อผู้บริโภค” อาห์เหม็ด กล่าวและย้ำว่า แม้จะมีหุ่นยนต์เข้ามาช่วยหั่น แต่ก็ไม่ได้เป็นการทำให้อุตสาหกรรมนี้ต้องลดแรงงานมนุษย์ลงไป เพราะไม่ว่าจะหั่นเร็วหรือสไลซ์สวยแค่ไหน การทำคีบับก็ยังต้องอาศัยแรงงานคนในการห่อ

ผู้สื่อข่าวของเอเอฟพีบอกว่า เมื่อดูจากปริมาณผู้เข้าชมงานที่แวะเวียนมายลโฉม FFDRV1004 แล้ว ก็คาดว่า อีกไม่ช้า หุ่นยนต์หั่นคีบับน่าจะถูกนำมาใช้จริงในเชิงพาณิชย์ และเปลี่ยนแปลงโฉมหน้าของอุตสาหกรรมนี้อย่างที่ผู้ประดิษฐ์มันขึ้นมากล่าวไว้

เรื่องคีบับนี้ แม้จะมีผู้นิยมบริโภคมากขึ้นเรื่อยๆ ในกลุ่มประเทศยุโรป แต่ก็ยังมีผู้ตั้งข้อรังเกียจอยู่บ้าง ในเรื่องความไม่สะอาดของอาหาร ดังนั้น จึงถือว่า FFDRV1004 น่าจะเป็นสิ่งที่ตอบโจทย์ทางการค้านี้ได้เป็นอย่างดีเลยทีเดียว และหากมันประสบความสำเร็จจริงอย่างที่อาห์เหม็ดหวัง ก็น่าจะทำให้ปริมาณการบริโภคคีบับในยุโรปขยายตัวเพิ่มมากขึ้นไปอีก

“การตอบโจทย์” นี้เองที่เป็นเรื่องสำคัญในประเทศไทยเรา มีการขายอาหารข้างทางค่อนข้างมาก จนอาจจะกล่าวได้ว่า มากกว่าประเทศไหนๆ ในโลก เราสามารถหาอาหารง่ายๆ รับประทานได้ทุกหัวระแหง แต่เมื่อไหร่ก็ตามที่มีโรคระบาด หรือข่าวไม่ดีด้านสุขภาพ อาหารที่ขายกันทั่วไปนี้ก็จะถูกตั้งข้อสังเกตถึงความสะอาด และสุขอนามัยแต่เพื่อตอบโจทย์นี้ เราคงไม่จำเป็นที่จะต้องสร้างหุ่นยนต์ขึ้นมาทำให้อาหารข้างทางสะอาด แต่การรณรงค์เพื่อใช้อุปกรณ์ที่เหมาะสมเป็นเรื่องที่ต้องเดินหน้าต่อไป เช่น การใช้ถุงมือ การใช้วัสดุปิด ป้องกันฝุ่น แมลง การล้างมือ ฯลฯ ที่ไม่ใช่รณรงค์กันเพียงชั่วครั้งชั่วคราวแล้วเลิก แต่จะต้องเป็นโครงการถาวร เพื่อให้เกิดสุขอนามัย และจะเป็นการทำให้คนไทยเอง รวมไปถึงนักท่องเที่ยวมีความมั่นใจในการบริโภค ซึ่งจะส่งผลดีต่อทุกคน และทุกอุตสาหกรรมในระยะยาวนั่นเอง

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน