posttoday
โอกาสอาหารไทยบนเวทีโลกซีพีเอฟแนะปั้นแบรนด์อินเตอร์

โอกาสอาหารไทยบนเวทีโลกซีพีเอฟแนะปั้นแบรนด์อินเตอร์

09 พฤษภาคม 2556

แม้ว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ภาครัฐและเอกชนจะพยายามสร้างอุตสาหกรรมอาหารไทยให้ก้าวไกลไปสู่ครัวโลก ซึ่งเป็นเรื่องที่พูดกันมานานมากแล้ว แต่ผู้ประกอบการไทยยังคงเป็นได้แค่ผู้รับจ้างผลิตเท่านั้น เพราะอุปสรรคยังมีมากกว่าโอกาส ทำให้เป้าหมายที่ดูเหมือนใกล้แต่ยังห่างไกลสำหรับการก้าวสู่เวทีโลก

แม้ว่าในช่วงหลายปีที่ผ่านมา ภาครัฐและเอกชนจะพยายามสร้างอุตสาหกรรมอาหารไทยให้ก้าวไกลไปสู่ครัวโลก ซึ่งเป็นเรื่องที่พูดกันมานานมากแล้ว แต่ผู้ประกอบการไทยยังคงเป็นได้แค่ผู้รับจ้างผลิตเท่านั้น เพราะอุปสรรคยังมีมากกว่าโอกาส ทำให้เป้าหมายที่ดูเหมือนใกล้แต่ยังห่างไกลสำหรับการก้าวสู่เวทีโลก

วิเศษ วิศิษฏ์วิญญู รองกรรมการผู้จัดการ บริษัท ซีพีแรม เปิดเผยว่า ไทยถือว่าเป็นประเทศที่มีศักยภาพที่จะก้าวสู่ครัวโลกอยู่แล้ว เพราะด้วยสภาพอากาศ ภูมิประเทศที่เหมาะสม เอื้อต่อการเป็นแหล่งผลิตสินค้าเกษตร การเลี้ยงสัตว์ที่หลากหลาย ขณะที่สถานการณ์โลกกำลังเผชิญกับภาวะโลกร้อน ไทยเป็นเมืองอู่ข้าวอู่น้ำ มีการผลิตที่พอเพียงที่จะป้อนตลาดโลกได้

อีกทั้งจากแนวโน้มอุตสาหกรรมอาหารทั่วโลก อาหารเอเชียถูกจัดว่าเป็นอาหารเพื่อสุขภาพ โดยเฉพาะกลุ่มสมุนไพร ซึ่งในขณะนี้อาหารไทยได้รับความนิยมในอันดับต้นๆ ของโลก อย่างไรก็ตาม แม้ว่าภาพลักษณ์ของไทยที่จะก้าวสู่ตลาดโลกมีความชัดเจนขึ้นเรื่อยๆ แต่ผู้ประกอบการก็ต้องเร่งปรับตัว มุ่งที่การสร้างแบรนด์และการทำตลาดมากขึ้น

ทั้งนี้ การมีแบรนด์สินค้าที่ดีและเป็นที่ยอมรับ ทำให้แบรนด์มีมูลค่าและผู้บริโภคก็พร้อมจ่ายเงินสูงกว่า ซึ่งเป็นความยากลำบากสำหรับแบรนด์ไทย โดยเฉพาะหากต้องต่อสู้กับแบรนด์ระดับโลกอย่างเนสท์เล่ ที่มีทั้งงบประมาณ รวมถึงการวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ ซึ่งกลยุทธ์การทำตลาดสินค้าไทย ต้องเลือกกลุ่มผลิตภัณฑ์ที่มีศักยภาพมากกว่าการบุกยกแผง

โฆษิต โลหะวัฒนะกุล รองกรรมการผู้จัดการอาวุโส ฝ่ายการตลาดต่างประเทศ สายธุรกิจการค้าระหว่างประเทศ บริษัท เจริญโภคภัณฑ์อาหาร หรือซีพีเอฟ กล่าวว่า อุปสรรคการเข้าไปทำตลาดของอุตสาหกรรมอาหารไทย คือ กำแพงกีดกันในรูปแบบต่างๆ อาทิ กฎหมายอาหารปลอดภัยและกฎระเบียบใหม่ที่มีต่อเนื่อง อาทิ สิ่งแวดล้อม พลังงาน เป็นต้น

“กฎระเบียบใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้น คันทรี ออฟ ออริจิน หรืออาหารที่ขายจะต้องผลิตในประเทศที่วางจำหน่าย เพื่อลดการใช้พลังงานในการขนส่ง ซึ่งจะช่วยลดผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม” โฆษิต ยกตัวอย่าง

นอกจากนี้ ปัญหาที่พบสำหรับภาคการส่งออก คือ อัตราแลกเปลี่ยนจากภาวะการแข็งค่าของเงิน ปัญหาแรงงานไทยที่ขาดแคลนในภาคการเกษตรและประมง การติดฉลากสินค้าที่ต้องแจ้งส่วนผสมชัดเจน รวมถึงนวัตกรรมของบรรจุภัณฑ์ ต้องทำให้ใช้งานง่าย ทนทาน ต้นทุนผลิตไม่สูง

อย่างไรก็ตาม สิ่งที่จะทำให้อุตสาหกรรมอาหารไทยมีความยั่งยืน คือ การบริหารซัพพลายเชน ต้องพัฒนาห่วงโซ่อาหารตั้งแต่ต้นน้ำถึงปลายน้ำ เพื่อให้ได้สินค้าที่ดีมีคุณภาพ และการทุ่มงบการวิจัยและพัฒนา เพื่อผลิตสินค้านวัตกรรมใหม่ๆ แข่งขันบนเวทีโลก รวมถึงการบริหารระบบขนส่งเพื่อลดการสูญเสีย

สำหรับวิสัยทัศน์ของบริษัท ต้องการให้ซีพีเอฟเป็นแบรนด์ระดับโลก ซึ่งยุทธศาสตร์ให้ความสำคัญการพัฒนาระบบซัพพลายเชน ห่วงโซ่อาหาร และมีความพร้อมที่จะย้ายฐานการผลิต เพื่อให้ได้วัตถุดิบการผลิตสินค้าที่มีประสิทธิภาพ รวมถึงการมุ่งเน้นวิจัยและพัฒนาสินค้าฟู้ดส์ฟังก์ชั่น หรืออาหารเจาะกลุ่มเฉพาะวัย เพื่อตอกย้ำในยุคของซีพีเอฟที่ต้องครบเครื่องนวัตกรรม

ในปีที่แล้วซีพีเอฟมีรายได้ในประเทศอยู่ที่ 3.5 แสนล้านบาท ในอีก 5 ปีข้างหน้า ตั้งเป้าเติบโตต่อเนื่องปีละ 1015% หรือมีรายได้อยู่ที่ 7 แสนล้านบาท ขณะที่สัดส่วนรายได้จากการส่งออกอยู่ที่ 10% คาดว่าในอีก 35 ปี จะเพิ่มเป็น 15%

ทั้งนี้ ประเทศที่มีศักยภาพสำหรับอุตสาหกรรมอาหารที่จะเข้าไปทำตลาด คือ จีน เนื่องจากมีการเติบโตทางเศรษฐกิจสูง พฤติกรรมการบริโภคต้องการสินค้าระดับพรีเมี่ยมและมีความแปลกใหม่ รวมไปถึงตลาดยุโรป แอฟริกาใต้ ออสเตรเลีย และแคนาดา

แม้ว่าทุกวันนี้อุตสาหกรรมอาหารไทยสู่ครัวโลกจะมีความเป็นไปได้สูง เพราะด้วยรสชาติอาหารที่เลื่องชื่อติดอันดับโลก แต่สิ่งที่ผู้ประกอบการต้องเร่งทำอย่างยิ่ง คือ การสร้างแบรนด์ เพราะนาทีนี้ไทยต้องหมายตาถึงการก้าวเข้าสู่ตลาดโลก ขณะที่ตลาดในอาเซียนอุตสาหกรรมอาหารไทยมีความเหนือชั้นในภูมิภาคนี้อยู่แล้ว หากคิดจะเป็นครัวของโลก ผู้ประกอบการต้องสลัดภาพจากการเป็นผู้รับจ้างผลิต เร่งพัฒนาตัวเองอย่างจริงจังตั้งแต่วันนี้ เพื่อการก้าวไปสู่การเป็นแบรนด์อาหารในระดับโลกได้ในอนาคต

โอกาสอาหารไทยบนเวทีโลกซีพีเอฟแนะปั้นแบรนด์อินเตอร์

 

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน