
นักลงทุนแห่ซื้ออสังหาฯเมืองนอกเฉียด 4 พันล.
โพสต์ทูเดย์
— ธปท.เผย นักลงทุนไทยขนเงินออกนอกช็อปของถูกแล้ว 3,904 ล้านบาทนางสุชาดา กิระกุล ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายตลาดการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ในช่วง 3 เดือนแรกของปีนี้มีนักลงทุนไทยมาขออนุญาตนำเงินออกไปลงทุนซื้ออสังหาริมทรัพย์ ประเภท โรงแรม อพาร์ตเมนต์ บ้าน ที่ดิน ในสหรัฐและยุโรป ซึ่งมีราคาถูกลง เพราะประสบวิกฤตเศรษฐกิจแล้วถึง 122 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 3,904 ล้านบาท
“
หลายประเทศที่ประสบปัญหา เอาทรัพย์สินมาขายแบบเลหลัง ราคาถูก ทำให้นักลงทุนไทยเห็นเป็นโอกาส เริ่มเห็นแนวโน้มขอนำเงินออกไปลงทุนต่างประเทศสูงขึ้น” นางสุชาดา กล่าวนางสุชาดา กล่าวว่า สาเหตุที่นักลงทุนไทยตัดสินใจนำเงินไปลงทุนมากขึ้น เนื่องจากภาวะเงินบาทแข็งค่าขึ้น และ ธปท.เองก็ได้ผ่อนคลายเกณฑ์การนำเงินไปลงทุนมากขึ้น โดยเพิ่มวงเงินจากเดิมให้ออกได้ 3 หมื่นล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มเป็น 5 หมื่นเหรียญสหรัฐ ทำให้นักลงทุนและภาคธุรกิจไทยมีแนวโน้มนำเงินไปลงทุนในต่างประเทศเพิ่มขึ้น ทั้งการไปลงทุนในภาคอุตสาหกรรม เพื่อขยายฐานธุรกิจ การผลิต หรือการนำเงินไปลงทุนโดยตรงในบริษัทที่อยู่ในต่างประเทศ และซื้ออสังหาริมทรัพย์ราคาถูก
รวมถึงนำเงินไปลงทุนในตราสารทุนและตราสารหนี้ ในประเทศที่ให้ผลตอบแทนที่ดี
ผู้ช่วยผู้ว่าการ ธปท. เปิดเผยว่า ภาวะที่นักลงทุนไทยนำเงินออกไปลงทุนในต่างประเทศมากขึ้น มีส่วนช่วยให้เงินทุนไหลเข้าและออกสมดุลมากขึ้น ช่วยให้ค่าเงินบาทไม่แข็งค่าขึ้นเร็วและไม่ผันผวนมาก และยังทำให้ดุลบัญชีเดินสะพัดสมดุลขึ้นด้วย ดังนั้น ธปท.จะสนับสนุนและอำนวยความสะดวกให้นักลงทุนสามารถนำเงินออกไปลงทุนได้อย่างต่อเนื่อง การนำออกประเภทใดไม่กระทบก็จะให้ทำได้อัตโนมัติเพื่อความสะดวก แต่ประเภทที่อาจมีผลกระทบต่อเสถียรภาพเศรษฐกิจยังต้องขออนุมัติก่อนทำ
ทั้งนี้ ในปี 2552 นักลงทุนไทยนำเงินไปลงทุนแล้วทั้งสิ้น 4,055 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 1.3 แสนล้านบาท เช่น ลงทุนโดยตรงในภาคอุตสาหกรรม 1,749 ล้านเหรียญสหรัฐ หุ้นและตราสารหนี้ 424 ล้านเหรียญสหรัฐ สถาบันการเงิน 535 ล้านเหรียญสหรัฐ ธุรกิจบริการ 196 ล้านเหรียญสหรัฐ







