
บาทแข็งฉุดรายได้แรงงานลด
ธปท.เผยรายได้แรงงานไทยส่งกลับจากต่างประเทศลดลง เหตุเศรษฐกิจโลกชะลอและบาทแข็งค่า
ธปท.เผยรายได้แรงงานไทยส่งกลับจากต่างประเทศลดลง เหตุเศรษฐกิจโลกชะลอและบาทแข็งค่า
ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) รายงานดุลการชำระเงินสิ้นไตรมาสแรก พบว่า ดุลการค้าขาดดุล 200 ล้านเหรียญสหรัฐ เทียบกับไตรมาสก่อนหน้าเกินดุล 800 ล้านเหรียญสหรัฐ เพราะนักลงทุนไทยออกไปลงทุนในต่างประเทศเป็นสำคัญ
ด้านรายได้และดุลบริการ ซึ่งสะท้อนเงินรายได้และเงินโอนที่ไหลเข้ามาในประเทศกลับพบว่าเกินดุล 1,500 ล้านเหรียญสหรัฐ เกินดุลเพิ่มขึ้นเทียบกับไตรมาสก่อนหน้า ที่เกินดุลเพียง 200 ล้านเหรียญสหรัฐ แม้ว่าในเดือน มี.ค.ปีนี้รายได้และดุลบริการจะขาดดุล 100 ล้านเหรียญสหรัฐ ซึ่งเมื่อรวมดุลการค้า รายได้ และดุลบริการในไตรมาสแรกแล้ว ดุลบัญชีเดินสะพัดเกินดุล 1,300 ล้านเหรียญสหรัฐ เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากไตรมาสก่อนหน้า ที่เกินดุล 900 ล้านเหรียญสหรัฐ หรือประมาณ 2.65 หมื่นล้านบาท
ทั้งนี้ ธปท.รายงานยอดลูกจ้างไทยที่ไปทำงานในต่างประเทศไตรมาสแรกปีนี้มีทั้งสิ้น 2.69 หมื่นคน ลดลง 21.8% จากระยะเดียวกันปีก่อน เนื่องจากความซบเซาของภาวะเศรษฐกิจโลกที่มีมากขึ้น ทำให้แรงงานไทยในต่างประเทศส่งรายได้กลับมาเพียง 1.87 หมื่นล้านบาท ลดลง 15.9% เมื่อเทียบกับระยะเดียวกันปีก่อน ซึ่งลดลงตามการจ้างงานในตลาดโลกที่ลดลงตามภาวะเศรษฐกิจโลก และค่าเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น ทำให้รายได้เมื่อแลกเป็นเงินบาทลดลง
อย่างไรก็ตาม รายได้ในส่วนของภาคการท่องเที่ยวยังขยายตัวดี 20% แม้จะชะลอลงเล็กน้อยเมื่อเทียบกับไตรมาสก่อนหน้าที่เคยขยายตัว 39.6% เพิ่มตามจำนวนนักท่องเที่ยวจีนและรัสเซียที่นิยมเที่ยวไทยมากขึ้น
นอกจากนี้ ธปท.ยังรายงานค่าจ้างแรงงานเฉลี่ยของลูกจ้างไทยรวมทั้งระบบ ในภาคอุตสาหกรรม ภาคการเกษตร และลูกจ้างแรงงานไทยแยกตามสาขาอาชีพ จากข้อมูลล่าสุดในเดือนก.พ.ปีนี้ ว่า มีค่าจ้างแรงงานเฉลี่ย 1.16 หมื่นบาทต่อเดือน เพิ่มขึ้นจากสิ้นปีก่อน 290 บาทต่อเดือน รายละเอียดแบ่งเป็น ค่าจ้างของลูกจ้างในภาคเกษตรกรรม ซึ่งรวมการทำเกษตร ป่าไม้ และการประมง เฉลี่ยทั่วประเทศอยู่ที่ 5,398 บาทต่อเดือน เพิ่มขึ้น 705 บาทต่อเดือน ค่าจ้างเฉลี่ยของลูกจ้างในภาคอุตสาหกรรมและการบริการอยู่ที่ 1.26 หมื่นบาทต่อเดือน เพิ่มขึ้น 261 บาทต่อเดือน โดย เมื่อแยกรายละเอียดของค่าจ้างของแรงงานในประเทศไทย จะเห็นว่าลูกจ้าง ที่เกี่ยวข้องกับภาคการผลิตไฟฟ้า ก๊าซ พลังงาน ไอน้ำ และระบบปรับอากาศ เป็นภาคที่มีค่าจ้างแรงงานเฉลี่ยสูงสุด 4.02 หมื่นบาทต่อเดือน
นายเมธี สุภาพงษ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายเศรษฐกิจการเงิน ธปท. กล่าวว่า รายได้ของลูกจ้างทั้งในภาคเกษตรกรรม และนอกภาคเกษตรกรรม ยังมีแนวโน้มสูงขึ้นต่อเนื่อง ตามการจ้างงานที่ตรึงตัว ซึ่งจะส่งผลดีต่อการใช้จ่ายในประเทศในระยะต่อไ







