
"บาทอ่อน" หวั่นมาตรการธปท.
ธิติ ตันติกุลานันท์ ผู้บริหารสายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า เงินบาทที่กลับมาปรับตัวอ่อนค่าจนกลับเข้าสู่ระดับ 29 บาทต่อเหรียญสหรัฐอีกครั้ง เป็นผลมาจากกระแสข่าวที่ระบุว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และกระทรวงการคลัง จะใช้มาตรการกำหนดระยะเวลาการถือครองตราสารหนี้ พร้อมเก็บค่าธรรมเนียมแบบขั้นบันได ทำให้นักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในตลาดตราสารหนี้เริ่มทยอยขายพันธบัตรออกเพื่อทำกำไร
ธิติ ตันติกุลานันท์ ผู้บริหารสายงานธุรกิจตลาดทุน ธนาคารกสิกรไทย เปิดเผยว่า เงินบาทที่กลับมาปรับตัวอ่อนค่าจนกลับเข้าสู่ระดับ 29 บาทต่อเหรียญสหรัฐอีกครั้ง เป็นผลมาจากกระแสข่าวที่ระบุว่า ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) และกระทรวงการคลัง จะใช้มาตรการกำหนดระยะเวลาการถือครองตราสารหนี้ พร้อมเก็บค่าธรรมเนียมแบบขั้นบันได ทำให้นักลงทุนต่างชาติที่เข้ามาลงทุนในตลาดตราสารหนี้เริ่มทยอยขายพันธบัตรออกเพื่อทำกำไร
“ข่าวลือที่เกิดขึ้นทำให้ต่างชาติเริ่มกังวล คนที่ได้กำไรพอสมควรแล้วจึงเริ่มขายบาททำกำไร ทำให้บาทอ่อนลงและทำให้ผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 2 ปี ปรับเพิ่มขึ้น 0.02% ขณะที่ผลตอบแทนพันธบัตรอายุ 5 ปี ปรับเพิ่มขึ้น 0.03% แต่ก็คงต้องจับตาดูว่าจะมีมาตรการออกมาจริงหรือไม่ ถ้าไม่เงินบาทก็น่าจะกลับมาแข็งใหม่” ธิติ กล่าว
นักค้าเงินจากธนาคารพาณิชย์ กล่าวว่า ความกังวลว่าทางการอาจจะออกมาตรการควบคุมเงินทุนไหลเข้า ได้ส่งผลให้ค่าเงินบาทวานนี้ปรับอ่อนค่าลง 0.17 สตางค์ หรือ 0.59% โดยเปิดตลาดที่ 28.9328.95 บาทต่อเหรียญสหรัฐ และอ่อนค่าสูงสุดไปแตะระดับ 29.17 บาทต่อเหรียญสหรัฐ ก่อนจะกลับมาปิดตลาดที่ 29.1129.13 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
“ห้องค้ายังไม่สามารถกำหนดกรอบการเคลื่อนไหวของเงินบาทในวันถัดไปได้ เพราะค่าเงินบาทขณะนี้พร้อมจะเคลื่อนไหวเหวี่ยงไปได้สองทิศทาง โดยมีปัจจัยหลักอยู่ที่มาตรการของทางการ หากตลาดยังกังวลบาทก็พร้อมจะอ่อนต่อ แต่หากความกังวลหมดไปบาทก็พร้อมกลับมาแข็งต่อได้ทันที” นักค้าเงินกล่าว
อภินันท์ เกลียวปฏินนท์ ประธานธุรกิจธนาคารพาณิชย์ และกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารเกียรตินาคิน กล่าวว่า เรื่องดอกเบี้ยกับค่าเงินบาทเป็นเรื่องที่ไปด้วยกัน เมื่อนำเงินเข้ามาลงทุนในประเทศได้ไม่จำกัด อย่างกรณีการลงทุนในตราสารหนี้ ผู้ลงทุนต่างประเทศจะได้กำไร 2 ทาง ทั้งกำไรจากดอกเบี้ย และกำไรจากอัตราแลกเปลี่ยน เมื่อแลกเงินกลับคืน
“การเก็งกำไรค่าเงินส่วนใหญ่จะลงในตลาดตราสารหนี้ที่ไม่มีความผันผวนสูง เป็นตราสารหนี้ที่ดี แต่ก็อาจมีบางส่วนที่เข้าไปเก็งในตลาดหุ้นบ้างแต่น้อย ตอนนี้ที่เห็นคือตราสารหนี้ระยะสั้น เข้ามาก็ได้ 2 เด้ง” อภินันท์ กล่าว
อภินันท์ กล่าวว่า หากนักลงทุนต่างประเทศตั้งใจเก็งกำไรก็จะลงในตลาดตราสารหนี้ระยะสั้นมากที่สุด เพราะไม่โดนเรียกเก็บค่าธรรมเนียม กรณีการเก็บภาษีการซื้อขายตราสารหนี้ระยะสั้นนั้น หากทางการจะดำเนินการก็ไม่ใช่เรื่องแปลก เพราะในประเทศแถบละตินอเมริกาก็ใช้วิธีนี้สกัดการเก็งกำไรค่าเงิน โดยหลีกเลี่ยงการใช้เครื่องมือทางการเงินอย่างดอกเบี้ย เพราะจะมีความเสี่ยงเรื่องเงินเฟ้อ
“ถ้าใช้เครื่องมือจากดอกเบี้ยจะกระทบมากกว่า เหมือนการฆ่าหนูเผานา เพราะถ้าออกมาตรการภาษีตราสารหนี้ก็สามารถเลือกระยะเวลาของตราสารที่เก็บได้ เชื่อว่าทางการขอไม่ใช้มาตรการเหวี่ยงแห เพราะมีประสบการณ์จากมาตรการ 30% มาแล้ว” อภินันท์ กล่าว







