
‘บิวติดริ้งค์’อัด100ล.ปลุกตลาด
ย้ำภาพดื่มเห็นผลดันยอดโต20%พร้อมรุกอาเซียน
ย้ำภาพดื่มเห็นผลดันยอดโต20%พร้อมรุกอาเซียน
บิวติดริ้งค์เข็นฟังก์ชันนัลดริงก์
เท100ล.ย้ำดื่มแล้วต้องเห็นผล
บิวติ ดริ้งค์ ทุ่ม 100 ล้านปลุกตลาดฟังก์ชั่นนัลดริงก์ ย้ำภาพดื่มแล้วเห็นผล พร้อมสยายปีกบุกเอเชีย
นายอดิศักดิ์ รักอริยะพงศ์ ประธานกรรมการบริหาร บริษัท ทรัพย์อนันต์ เยนเนอรัลฟู้ด ผู้ผลิตและจัดจำหน่ายเครื่องดื่มฟังก์ชั่นนัลดริงก์เซ็ปเป้ บิวติ ดริ้งค์ เปิดเผยว่า แผนการตลาดปีนี้ บริษัทมุ่งเน้นการสร้างตลาดให้เติบโต และตอกย้ำการดื่มแล้วเห็นผล ควบคู่การสร้างภาพลักษณ์ของแบรนด์
ทั้งนี้ ตลาดฟังก์ชั่นนัลดริงก์มูลค่า 7,000 ล้านบาท ในช่วงที่ผ่านมาเติบโตไม่สูงมากนัก โดยปีที่ผ่านมาโต 20% จากเมื่อ 45 ปีที่ผ่านมา ตลาดเติบโตกว่า 100% เนื่องจากมีหลายแบรนด์เข้ามาทำตลาด และมีสินค้าที่ไม่สามารถตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภคได้ ทำให้ค่อยๆ หายไปจากตลาด
“ตลาดฟังก์ชั่นนัลดริงก์จะเติบโตได้นั้น การดื่มต้องเห็นผลลัพธ์ ขณะเดียวกันรสชาติจะต้องถูกปาก ซึ่งสภาพตลาดฟังก์ชั่นนัลดริงก์ไทยพัฒนามากกว่ายุโรปและอเมริกา และกำลังเทียบเท่ากับในญี่ปุ่นแล้ว” นายอดิศักดิ์ กล่าว
สำหรับปีนี้บริษัทจะใช้งบ 100 ล้านบาท ทำตลาด บิวติ ดริ้งค์ จากงบรวมทุกแบรนด์ใช้กว่า 150 ล้านบาท โดยได้เปิดตัวภาพยนตร์โฆษณาชุดใหม่ “สถิติความสวย” เพื่อสื่อสารถึงการเป็นสินค้าที่มียอดขายกว่า 52 ล้านขวดในปีที่ผ่านมา และตอกย้ำจุดยืนการเป็นเครื่องดื่มฟังก์ชั่นนัลที่ดื่มแล้วเห็นผล รวมถึงการใช้สื่อออนไลน์เพื่อขยายฐานลูกค้าอายุ 18-35 ปี
นายอดิศักดิ์ กล่าวว่า บริษัทไม่มีแผนจะทำโปรโมชั่นเช่นเดียวกับชาเขียวพร้อมดื่ม เพราะเป็นสินค้าที่ขายฟังก์ชันนัลมากกว่าตอบโจทย์ด้านความสดชื่น ดังนั้นต้องสร้างแบรนด์ให้มีคาแรคเตอร์ จะทำให้สินค้ามีความยั่งยืนมากกว่า แม้ว่าในช่วงหน้าร้อนนี้ ผลจากการทำโปรโมชั่นชาเขียว ส่งผลกระทบต่อยอดขายเซ็ปเป้บ้างก็ตามขณะเดียวกันบริษัทจะใช้งบ 100 ล้านบาท เพื่อขยายกำลังผลิตให้เพิ่มเป็น 420 ล้านขวดต่อปี รองรับกับแผนการออกเครื่องดื่มใหม่ในช่วงไตรมาส 3 นี้ ซึ่งกลยุทธ์รุกตลาดเครื่องดื่ม บริษัทจะมองหาเซ็กเมนต์ที่มีศักยภาพและยังมีช่องว่างทางการตลาด
นอกจากนี้บริษัทได้เตรียมแผนขยายตลาดต่างประเทศ โดยระยะ 35 ปี ซึ่งตั้งเป้าสัดส่วนรายได้ 30% และในประเทศ 70% ล่าสุดได้เข้าไปร่วมทุนกับผู้ประกอบการท้องถิ่นตั้งบริษัท พีทีเซ็ปเป้ ที่อินโดนีเซีย เพื่อรองรับแผนขยายตลาดเอเชีย เพราะมีการเติบโตสูง ก่อนหน้านี้ได้ร่วมทุนและตั้งโรงงานที่สโลวะเกีย ขยายตลาดในยุโรป
สำหรับรายได้ปีนี้ บริษัทตั้งเป้าโต 20% หรือมากกว่า 2,000 ล้านบาท จากปีที่ผ่านมาโต 20% รายได้ 1,800 ล้านบาท แบ่งเป็น 4 กลุ่ม คือ 1.กลุ่มฟังก์ชั่นนัลดริงก์รายได้ 700 ล้านบาท 2.กลุ่มกาแฟผงสำเร็จรูป เพรียว คอฟฟี่ 400 ล้านบาท ส่วนกลุ่มที่ 3 เครื่องดื่มเสริมอาหาร และกลุ่มที่ 4 น้ำผลไม้ รายได้ 160 ล้านบาท ขณะที่รายได้ต่างประเทศ 540 ล้านบาทอย่างไรก็ตาม การทำตลาดเชิงรุก คาดว่าจะผลักดันให้ตลาดฟังก์ชันนัลดริงก์ปีนี้โต 20% จากมูลค่าตลาด 7,000 ล้านบาท แบ่งเป็น ฟังก์ชันนัลดริงก์ ขวดแก้ว 4,500 ล้านบาท ปีนี้โต 20% และฟังก์ชันนัลดริงก์ ขวดเพ็ท 2,500 ล้านบาท โต 20% โดยเซ็ปเป้ บิวติ ดริ้งค์ ตั้งเป้ารักษาส่วนแบ่งในตลาดขวดเพ็ทที่ 45% รั้งตำแหน่งผู้นำตลาด







