
ไทยตามเส้นทางฝันฮับเครื่องจักรกลเกษตร
โดย...สิทธิณี ห่วงนาค
โดย...สิทธิณี ห่วงนาค
กระทรวงเกษตรและสหกรณ์กำลังจัดทำยุทธศาสตร์การพัฒนาเครื่องจักรกลการเกษตร เพื่อทดแทนแรงงานภาคเกษตรในอนาคตที่คาดว่าจะลดลงต่อเนื่อง เนื่องจากคนรุ่นใหม่ไม่สนใจที่จะเข้าสู่อาชีพเกษตรกรรม ส่วนเกษตรกรในปัจจุบันเริ่มมีอายุเพิ่มขึ้น
ชวลิต ชูขจร ปลัดกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ในฐานะประธานคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาการใช้เครื่องจักรกลทางการเกษตร กล่าวถึงเรื่องนี้ว่า รัฐบาลมีนโยบายและตั้งเป้าหมายที่จะผลักดันประเทศไทยเป็นศูนย์กลางด้านการเกษตรในระดับอาเซียน โดยให้กระทรวงฯ เป็นหน่วยงานหลักในการผลักดันและส่งเสริมให้มีการใช้เครื่องจักรกลการเกษตร เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการผลิตด้านการเกษตร
“ปัจจุบัน มีเกษตรกรขึ้นทะเบียนประมาณ 27 ล้านคน และในอีก 1015ปีข้างหน้าจะเข้าสู่วัยชรา จำเป็นต้องหาเครื่องทุ่นแรง บวกกับแนวโน้มค่าแรงงานที่เพิ่มสูงขึ้น จะส่งผลต่อต้นทุนการผลิตทางการเกษตรทำให้ไทยเสียโอกาสการแข่งขัน เครื่องจักรจะเป็นส่วนหนึ่งในการช่วยลดต้นทุนการผลิตสินค้าเกษตรไทย”
เป้าหมายสำคัญของนโยบายคือการใช้เครื่องจักรช่วยในการผลิตพืชผลการเกษตร 7 ชนิด คือ ข้าว อ้อย มันสำปะหลัง ยางพารา ปาล์มน้ำมัน ข้าวโพดเลี้ยงสัตว์ และผลไม้ ที่ประสบปัญหาขาดแคลนแรงงาน โดยเฉพาะในพื้นที่เหมาะสมกับการผลิตสินค้าเกษตรหรือเขตโซนนิ่ง
ล่าสุดคณะกรรมการส่งเสริมและพัฒนาใช้เครื่องจักรกลทางการเกษตร มีมติเห็นชอบกับกรอบยุทธศาสตร์ด้านการส่งเสริมและพัฒนาการใช้เครื่องจักรกลทางการเกษตรและอุปกรณ์การเกษตร แผน 5 ปี (2557-2561) 3 ด้าน ตามข้อเสนอของสำนักงานพัฒนาการวิจัยการเกษตร (องค์การมหาชน) หรือสวก. ได้แก่ 1.ยุทธศาสตร์การผลิต ที่จะเพิ่มขีดความสามารถในการผลิตเครื่องจักรกลและพัฒนาระบบการสนับสนุนการผลิตผ่านมาตรการของรัฐ 2.ยุทธศาสตร์การปรับปรุงระเบียบกฎเกณฑ์และนโยบายต่างๆ เพื่ออำนวยความสะดวกแก่ผู้ประกอบการ เพื่อเพิ่มศักยภาพในการแข่งขันทำให้ไทยเป็นศูนย์กลางการค้าเครื่องจักรกลการเกษตรในภูมิภาค และ 3.การวิจัยและพัฒนาอุปกรณ์และระบบสนับสนุนการผลิต การจัดรูปแบบเกษตรกรเพื่อให้สอดคล้องกับการใช้เครื่องจักรกล และการพัฒนาเทคโนโลยีตามความต้องการของเกษตรกรและผู้ประกอบการ
“เป้าหมายโครงการคือการพัฒนาเครื่องจักรกลเกษตรให้สอดคล้องกับการทำการเกษตรของไทย โดยให้กรมส่งเสริมการเกษตร กรมวิชาการเกษตร ร่วมมือกับเอกชนคิดรูปแบบเครื่องจักร เบื้องต้นจะให้ความสำคัญกับงานวิจัยเครื่องจักรกลการเกษตรสำหรับรายย่อยมากขึ้น”
ขณะเดียวกันตลาดเครื่องจักรกลขนาดเล็กก็มีอนาคตมากในประเทศเพื่อนบ้าน เช่น รถไถเดินตาม ในเมียนมาร์ ลาว และกัมพูชา ดังนั้นจะต้องให้ความสำคัญเรื่องการตลาดในประเทศเพื่อนบ้านมากขึ้น ซึ่งจะกำหนดแผนงาน โครงการและรายละเอียดพร้อมที่จะเสนอคณะรัฐมนตรีในเดือน พ.ค.นี้
สำหรับแผนทั้งหมดนี้จะใช้งบประมาณ 1.8 หมื่นล้านบาท โดยในปี 2557 ตั้งงบประมาณในงบกระทรวงเกษตรฯ 3,975 ล้านบาท ได้แก่ งบประมาณจัดซื้อครุภัณฑ์ เพื่อเตรียมความพร้อมในการจัดทำศูนย์บริการเครื่องจักรกล 29 ล้านบาท เพื่อส่งเสริมการใช้เครื่องจักรกลการเกษตร 3,900 ล้านบาท และเป็นงบเพื่อการคัดเลือกเกษตรกร สมาชิกสหกรณ์ และกลุ่มเกษตรกร 15 ล้านบาท ส่วนที่เหลือจะตั้งงบประมาณในปี 2558-2561 ปี2558 ตั้งงบประมาณ 3.7 พันล้านบาท ปี2559 งบประมาณ 3.7 พันล้านบาท ปี 60 งบประมาณ 3.7 พันล้านบาทและปี 2561 วงเงิน 3.7 พันล้านบาท







