
เจ้เล้งปรับแผนนำเข้าเครื่องสำอางยุโรป
“เจ้เล้ง” ปรับแผนรับอานิสงส์บาทแข็งเพิ่มสัดส่วนนำเข้าเครื่องสำอางยุโรปแทนของแดนโสม
“เจ้เล้ง” ปรับแผนรับอานิสงส์บาทแข็งเพิ่มสัดส่วนนำเข้าเครื่องสำอางยุโรปแทนของแดนโสม
นางอารยา อภิสิทธิ์อมรกุล กรรมการผู้จัดการ บริษัท เอ แอนด์ เจ บิวตี้ โปรดักส์ ผู้ดำเนินธุรกิจร้านค้าปลีก “เจ้เล้ง พลาซ่า” เปิดเผยว่า บริษัทได้ปรับแผนการทำตลาดให้สอดคล้องกับสถานการณ์เงินบาทที่แข็งค่าขึ้น โดยมุ่งนำเข้ากลุ่มสินค้าเครื่องสำอางแบรนด์ต่างๆ จากกลุ่มประเทศยุโรปเข้ามา ทำตลาดในไทยมากขึ้น รวมทั้งนำเข้าสินค้าประเภทอื่นๆ ทั้งกลุ่มเครื่องหนัง กระเป๋า รองเท้า สินค้าหมวดอุปโภคบริโภคอื่นๆ ในรุ่นพิเศษ หรือลิมิเต็ด เอดิชัน เพื่อสร้างจุดขายสินค้าภายในร้านให้แตกต่างไปจากช่องทางการขายสินค้าใหม่ๆ
มุ่งนำเข้าสินค้ากลุ่มเครื่องสำอางแบรนด์ต่างๆ จากกลุ่มประเทศยุโรปเข้ามาทำตลาดในไทยมากขึ้น พร้อมนำเข้าสินค้าประเภทอื่นๆ ทั้งกลุ่มเครื่องหนัง กระเป๋า รองเท้า สินค้าหมวดอุปโภคบริโภคอื่นๆ ในรุ่นพิเศษ หรือ เอดิเต็ด ลิมิชัน เพื่อสร้างจุดขายสินค้าภายในร้านให้แตกต่างไปจากช่องทางการขายสินค้าใหม่ๆ เช่น เว็บไซต์ ที่ปัจจุบันมีการเปิดรับการสั่งซื้อ(พรีออเดอร์) สินค้านำเข้าจากต่างประเทศ เป็นจำนวนมากขึ้น ในช่วงที่ผ่านมา
ทั้งนี้ จะลดสัดส่วนการนำเข้าสินค้าเครื่องสำอางจากเกาหลีและญี่ปุ่นที่จำหน่าย ภายในร้านให้มีสัดส่วนน้อยลง โดยเฉพาะเครื่องสำอางจากเกาหลีจะเหลือสัดส่วนการขายในร้านราว 5% เท่านั้น
“การปรับแผนดังกล่าวบริษัทได้เริ่มมาตั้งแต่ช่วง 1 เดือนครึ่งที่ผ่านมา จากปัจจัยบวกของเงินบาทที่แข็งค่าขึ้น เมื่อเทียบกับเหรียญสหรัฐ ซึ่งส่งผลดีกับผู้ประกอบการธุรกิจนำเข้าสินค้า” นางอารยา กล่าว
สำหรับยอดขายของร้านในช่วงที่ผ่านมาพบว่าไม่คึกคักมากนัก คาดว่าเป็นผลจากปัจจัยทางเศรษฐกิจในภาพรวมทั้งระบบ ที่ส่งผลต่อการตัดสินใจซื้อสินค้าแบรนด์เนมบางประเภท แต่ในกลุ่มสินค้าเครื่องสำอางยังขายได้ดีต่อเนื่อง และจะเพิ่มสัดส่วนแบรนด์นำเข้าจากยุโรปเพิ่มมากขึ้น เนื่องจากมีคุณภาพดี เมื่อเทียบในราคาที่ใกล้เคียงกัน ซึ่งสินค้ากลุ่มนี้มีสัดส่วนยอดขายในร้านราว 70%
นอกจากนี้ ยังมีสินค้ากลุ่มอื่นๆ ที่ได้รับความนิยม อาทิ กลุ่มผลิตภัณฑ์เกี่ยวกับเส้นผม เสื้อผ้า อาหาร ซึ่งมีสัดส่วนยอดขายรวมกันมากกว่า 10-20% ส่วนที่เหลือเป็นสินค้ากลุ่มอื่นๆ ราว 10% โดยในปีนี้บริษัทคาดว่าจะมีอัตราการเติบโตของรายได้ไม่ต่ำกว่า 30% มาจากการปรับกลยุทธ์การนำเข้าสินค้าดังกล่าว







