posttoday
แหยงฉุกเฉินฉุดเศรษฐกิจ

แหยงฉุกเฉินฉุดเศรษฐกิจ

09 เมษายน 2553

 

ธปท.ประเมินผลกระทบใหม่กรุงศรีฯคาด6เดือนออกฤทธิ์โพสต์ทูเดย์ — ธปท. ห่วงปมการเมืองกดทับเศรษฐกิจเพิ่มมากขึ้น ธนาคารชี้ 6 เดือนเห็นพิษสง

นายสุชาติ สักการโกศล ผู้อำนวย การอาวุโส ฝ่ายเศรษฐกิจในประเทศ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ยังเร็วไปที่จะประเมินผลกระทบทางเศรษฐกิจจากกรณีที่รัฐบาลประกาศใช้ พ.ร.ก.การบริหารราชการในสถานการณ์ฉุกเฉินขั้นร้ายแรง แต่ก็ยอมรับว่าสถานการณ์ทางการเมืองในขณะนี้เป็นปัจจัยเสี่ยงต่อการขยายตัวเศรษฐกิจเพิ่มขึ้น

อย่างไรก็ตาม ธปท. มองว่าสถานการณ์ทางการเมืองน่าจะเป็นเพียงปัจจัยระยะสั้น ที่ส่งผลกระทบต่อความเชื่อมั่นต่อการลงทุนในตลาดหลักทรัพย์ ตลาดเงิน เพราะเป็นความเสี่ยงต่อการตัดสินใจลงทุนและภาคการท่องเที่ยว แต่การประเมินดังกล่าวต้องรอการ เมืองนิ่งก่อน จึงจะเห็นผลกระทบต่อภาพรวมเศรษฐกิจที่ชัดเจนได้

สำหรับการที่ธนาคารโลกหรือเวิลด์แบงก์ได้คาดการณ์การเติบโตของเศรษฐกิจไทยในปีนี้เพิ่มเป็น 6.2% จากเดิมที่เคยไว้ที่ 3.5% เนื่องจากมองว่ามีสัญญาณการฟื้นตัวที่ชัดเจน มีฐานะการเงิน การ คลังที่เข้มแข็ง ถึงจะมีการขาดดุลการคลังอยู่พอประมาณ แต่ก็มีการจัดการหนี้สาธารณะและมีเงินทุนสำรองระหว่างประเทศในระดับสูง ส่วนความไม่แน่นอนทางการเมือง และกรณีมาบตาพุดยังเป็นข้อจำกัด

นายบัณฑิต นิจถาวร รองผู้ว่าการด้านเสถียรภาพการเงิน ธปท. กล่าวว่า เศรษฐกิจไทยจะสามารถเติบโตได้อย่างที่เวิลด์แบงก์คาดหรือไม่อยู่ที่การบริการจัดการของไทย ซึ่งไทยยังมีปัจจัยเสี่ยงจากความไม่แน่นอนของเศรษฐกิจโลกและปัญหาการเมืองที่ต้องติดตามดู

“ถึงที่ผ่านมาจะดี แต่ปัจจัยเสี่ยงที่ต้องตามดูยังมี ฉะนั้นในการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ในวันที่ 21 เม.ย.นี้ ที่ประชุมต้องรอดูข้อมูลล่าสุดอีกครั้ง ทั้งข้อมูลในเดือน ก.พ. แนวโน้มเศรษฐกิจข้างหน้า อัตราเงินเฟ้อ ภาวะเศรษฐกิจโลกที่จะมากระทบ รวมถึงพัฒนาการทางการ เมืองล่าสุดว่าจะคลี่คลายไปอย่างไรมาประเมินด้วย” นายบัณฑิต กล่าว

นายวีระพันธุ์ ทีปสุวรรณ ประธานกรรมการ ธนาคารกรุงศรี อยุธยา กล่าวว่า การชุมนุมประท้วงลักษณะนี้ส่งผลกระทบกับธุรกิจธนาคารแน่นอน โดยจะส่งผลกระทบในอีก 6 เดือนข้างหน้า ธุรกิจทำมาดีๆ ต้องมาได้รับผลกระทบนักลงทุน จะไม่เข้ามา ฝรั่งก็ไม่จำเป็นต้องมาไทย เพราะมีประเทศอื่นๆ อีกตั้งมากมาย

นางจิตติมา ดุริยะประพันธ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายออกบัตร ธปท. เปิดเผยว่า ปริมาณธนบัตรใหม่ที่หมุนเวียนออกใช้ในระบบยังเพิ่มขึ้นต่อเนื่องสอดคล้องกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจและความต้องการใช้จ่ายของประชาชนที่เพิ่มขึ้น โดยในช่วง 5 ปีที่ผ่านมามีธนบัตรใหม่เพิ่มขึ้นเฉลี่ย 57%

สำหรับปีนี้ ธปท.ตั้งเป้าหมายการผลิตธนบัตรใหม่ จากการประมาณการการเติบโตทางเศรษฐกิจ เงินเฟ้อ ทดแทนธนบัตรเก่าที่หมดอายุการใช้งาน และการเตรียมสำรองเงินสดรองรับความต้องการ เพื่อหมุนเวียนออกใช้ในระบบไว้ประมาณ 2,900 ล้านฉบับ เพิ่มขึ้น 150 ล้านฉบับ หรือ 5.45% จากปีที่ผ่านมาที่มีการผลิตธนบัตรใหม่ที่ 2,750 ล้านฉบับ

“แม้ว่าตอนนี้จะเริ่มมีการชุมนุมของกลุ่มเสื้อแดง กระจายการชุมนุมไปในหลายจังหวัดแต่ก็ไม่กระทบการจัดส่งธนบัตรแต่อย่างใด แต่ละแห่งมีธนบัตรไว้สำรองเพียงพอ” นางจิตติมา กล่าวทั้งนี้ สัดส่วนปริมาณธนบัตรใหม่ที่ธปท.แจกจายออกไปทั่วประเทศ พบว่า อยู่ในเขตกรุงเทพ ปริมณฑล และภาคกลางประมาณ 49% ภาคตะวันออกเฉียงเหนือ 18% ภาคเหนือ 14% ภาคใต้ 12% และ ภาคตะวันออก 7% ขณะที่ปริมาณธนบัตรหมุนเวียนในระบบ ทั้งธนบัตรเก่าและใหม่ล่าสุด ณ เดือนก.พ.ปีนี้มีทั้งสิ้น 9.89 แสนล้านบาท แบ่งเป็นธนบัตรชนิดราคา 1,000 บาทจำนวน 7.79 แสนล้านบาท ชนิดราคา 500 บาท 1.17 แสนล้านบาท ชนิดราคา 100 บาท 9.5 หมื่นล้านบาท ชนิดราคา 60 บาท 1,164 ล้านบาท ชนิดราคา 50 บาท 1.31 หมื่นล้านบาท และชนิดราคา 20 บาท อีก 2.46 หมื่นล้านบาท

ผู้ช่วยผู้ว่าการ ธปท. เปิดเผยว่า เพื่อให้ประชาชนรู้จักใช้และเก็บธนบัตรให้ถูกวิธี ให้ธนบัตรมีอายุการใช้งานที่นานขึ้น ซึ่งจะช่วยประหยัดต้นทุนการผลิตที่ต้องนำเข้ากระดาษจากต่างประเทศ และไม่ให้ธนบัตรเป็นแหล่งเพาะเชื้อโรค รวมถึงให้ประชาชนรู้จักการดูธนบัตรจริงและปลอม ธปท.จะจัดโครงการ”รักษ์ธนบัตรไทย” ซึ่งคาดว่าจะดำเนินการเป็นระยะเวลา 3 ปี เพื่อให้ความรู้กับประชาชนทั่วประเทศผ่านช่องทางต่างๆ เพื่อให้เกิดภาพลักษณ์ที่ดีและการบริกหารจัดการที่ดี ต่อธนบัตรไทยเช่นเดียวกับประเทศที่พัฒนาแล้ว อย่าง ญี่ปุ่น ซึ่งมีแต่ธนบัตรใหม่อกใช้หมุนเวียน ทำให้ประชาชนภูมิใจในการใช้ธนบัตรไทย

“และเพื่อให้เกิดการรณรงค์อย่างกว้างขวาง ธปท.จะจัดประกวดการออกแบบตราสัญลักษณ์และคำขวัญ ที่สื่อความหมายให้ประชาชนตระหนักในคุณค่า และมีจิตสำนึกในการใช้ธนบัตรอย่างทะนุถนอม ดดยให้ประชาชนทั่วไป นักศึกษา ร่วมประกวดในงานนี้ด้วย โดยรางวัลชนะเลิศตราประกวด 5 หมื่นบาท และชนะเลิศคำขวัญ 3 หมื่นบาทด้วย” ผู้ช่วยผู้ว่าการธปท.กล่าว

ข่าวล่าสุด

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี