
SME มอนิเตอร์
นิวยอร์ก – เว็บไซต์ฟ็อกซ์นิวส์ รายงานอ้างผลสำรวจของบริษัทแมนทา ซึ่งสำรวจบริษัทขนาดเล็กกว่า 1,200 แห่งในสหรัฐ ว่า บรรดาผู้ประกอบการธุรกิจขนาดเล็กในสหรัฐมากกว่า 25% มีแผนที่จะลงทุนเพิ่มทางด้านยุทธศาสตร์และการตลาดออนไลน์บนสื่อโซเชียลมีเดียในช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้ ซึ่งนับเป็นทิศทางต่อเนื่องจากในปีที่แล้ว โดยบรรดาผู้ประกอบการถึง 50% ระบุว่า บริษัทจะเพิ่มความสนใจยังสื่อโซเชียลมีเดีย เช่น เฟซบุ๊ก ลิงค์อิน และทวิตเตอร์มากขึ้น เพื่อขยายช่องทางการเติบโตของธุรกิจ โดยปัจจุบันผู้ประกอบการ 10% ได้ทุ่มเวลาให้กับโซเชียลมีเดียมากถึงกว่า 10 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และเจ้าของธุรกิจเกือบ 40% ยอมรับว่าการลงทุนในโซเชียลมีเดียนั้นให้ผลตอบแทนกลับมาได้จริง
นิวยอร์ก – เว็บไซต์ฟ็อกซ์นิวส์ รายงานอ้างผลสำรวจของบริษัทแมนทา ซึ่งสำรวจบริษัทขนาดเล็กกว่า 1,200 แห่งในสหรัฐ ว่า บรรดาผู้ประกอบการธุรกิจขนาดเล็กในสหรัฐมากกว่า 25% มีแผนที่จะลงทุนเพิ่มทางด้านยุทธศาสตร์และการตลาดออนไลน์บนสื่อโซเชียลมีเดียในช่วงไตรมาส 2 ของปีนี้ ซึ่งนับเป็นทิศทางต่อเนื่องจากในปีที่แล้ว โดยบรรดาผู้ประกอบการถึง 50% ระบุว่า บริษัทจะเพิ่มความสนใจยังสื่อโซเชียลมีเดีย เช่น เฟซบุ๊ก ลิงค์อิน และทวิตเตอร์มากขึ้น เพื่อขยายช่องทางการเติบโตของธุรกิจ โดยปัจจุบันผู้ประกอบการ 10% ได้ทุ่มเวลาให้กับโซเชียลมีเดียมากถึงกว่า 10 ชั่วโมงต่อสัปดาห์ และเจ้าของธุรกิจเกือบ 40% ยอมรับว่าการลงทุนในโซเชียลมีเดียนั้นให้ผลตอบแทนกลับมาได้จริง
นิวเดลี – เจ้าหน้าที่คณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์อินเดีย (เซบี) เปิดเผยว่า ทางคณะกรรมการและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องกำลังเร่งพิจารณากฎระเบียบใหม่สำหรับบริษัทขนาดกลางและขนาดย่อมที่ต้องการเข้ามาระดมทุนผ่านตลาดหลักทรัพย์ โดยจะปรับเปลี่ยนกฎให้ยืดหยุ่นและง่ายต่อการเข้าตลาดมากขึ้นกว่าเดิม อาทิ ยกเว้นการเปิดขายหุ้นไอพีโอ และการอำนวยความสะดวกให้บริษัทผู้รับจัดจำหน่ายหุ้นมากขึ้น เนื่องจากปัจจุบันยังมีบริษัทเอสเอ็มอีเข้าจดทะเบียนในปริมาณที่น้อยอยู่ ทางคณะกรรมการคาดว่าระเบียบแบบใหม่นี้จะพร้อมเปิดให้เอสเอ็มอีเข้าร่วมได้ภายในอีก 34 เดือนข้างหน้า
ลอนดอน – ผลการศึกษาวิจัยของบริษัทซูริก ระบุว่า บรรดาธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อมในอังกฤษกำลังถูกกดดันให้ต้องปรับทัศนคติและยอมรับความเสี่ยงมากขึ้น ด้วยการทำธุรกิจแบบไม่เป็นผู้ชนะก็เป็นผู้แพ้ โดยผลการศึกษาพบว่า บริษัทเอสเอ็มอีราว 53% ทุ่มเวลาไปกับยุทธศาสตร์ทางธุรกิจและการจัดการความเสี่ยงมากกว่าในช่วง 5 ปี ก่อนที่เกิดวิกฤตการณ์ทางภาคการเงินขึ้น ขณะที่อีก 35% ก็มีการวางแผนการเงินระยะยาวมากขึ้น และอีก 33% มีการตรวจสอบแผนความต่อเนื่องทางธุรกิจอย่างสม่ำเสมอมากขึ้น อย่างไรก็ตาม ในภาพรวมนั้นกลับพบว่าบริษัทส่วนใหญ่ดำเนินกลยุทธ์การเติบโตที่เพิ่มความเสี่ยงในระยะยาวมากขึ้นแทน







