
หลังเทศกาลสงกรานต์สิ้นสุดลง ดินสอพองก็จะกลายเป็นสินค้าที่ถูกหลงลืมไปอีกครั้ง ต่างจากสมัยคนรุ่นพ่อแม่ ซึ่งคุ้นเคยเป็นอย่างดี
โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล
โดย...ดวงใจ จิตต์มงคล
“หลังเทศกาลสงกรานต์สิ้นสุดลง ดินสอพองก็จะกลายเป็นสินค้าที่ถูกหลงลืมไปอีกครั้ง ต่างจากสมัยคนรุ่นพ่อแม่ ซึ่งคุ้นเคยเป็นอย่างดี เพราะนิยมนำมาปะหน้าทาตัวเพื่อคลายร้อน แถมยังหาซื้อได้ง่ายๆ ตามร้านค้าทั่วไปอีกด้วย...”
คำกล่าวของ เกษนีย์ พงษ์ไทยพันธุ์ วัย 33 ปี เจ้าของ “โรงงานเก๋ดินสอพองลพบุรี” ในฐานะรุ่น 2 ที่เข้ามารับช่วงกิจการครอบครัวทำดินสอพองต่อจากคุณแม่ หลังจบการศึกษาจากมหาวิทยาลัยกรุงเทพเมื่อ 11 ปีก่อน
ที่มาพร้อมกับแนวคิดการพัฒนาธุรกิจอุตสาหกรรมภายในครัวเรือนใหม่ จากเดิมที่ผลิตดินสอพองเพื่อขายส่งและขายปลีกที่หน้าโรงงานในรูปแบบซื้อขายด้วยเงินสด แต่ปัจจุบันได้นำระบบเครดิตล่วงหน้ามาใช้ทำธุรกิจด้วย
เกษนีย์ บอกว่า แหล่งผลิตดินสอพองที่ใหญ่ที่สุดในประเทศไทยตั้งอยู่ที่หมู่บ้านหินสองก้อน อ.เมือง จ.ลพบุรี ซึ่งเป็นที่ตั้งของโรงงานเก๋ดินสอพองลพบุรีเช่นกัน ซึ่งทุกครัวเรือนกว่า 200 หลังคาในหมู่บ้านแห่งนี้ ต่างมีอาชีพหลักเป็นผู้ผลิตดินสอพองด้วยกันทั้งสิ้น ด้วยเป็นแหล่งใหญ่ที่สุดของดินมาร์ล(Marl) ในการผลิตดินสอพองที่มีคุณภาพจากแคลเซียมคาร์บอเนต ซึ่งเป็นส่วนประกอบสำคัญจำนวนมากที่สุด
แต่ในช่วงหลายปีที่ผ่านมา พบว่าอุตสาหกรรมธุรกิจดินสอพองมีการแข่งขันสูงรอบด้านจากปัจจัยหลักๆ คือ ตลาดทั่วไปเริ่มคลายความนิยมในการใช้ดินสอพอง โดยเฉพาะคนรุ่นใหม่หรือแม้แต่เด็กเมือง คนกรุงเทพฯ บางคนแทบไม่รู้จักดินสอพองเลยด้วยซ้ำ
เมื่อซัพพลายสวนทางกับดีมานด์ในตลาด ทำให้ผู้ประกอบการอุตสาหกรรมดินสอพอง ต่างต้องลงสนามแข่งขันกันเองในการหาตลาด โดยนำกลยุทธ์ราคามาใช้เพื่อเรียกลูกค้าให้ได้มากที่สุด ซึ่งทำให้ตลาดดินสอพองในภาพรวมกลับย่ำแย่ลงไปอีก
จากปัจจัยนี้เองทำให้เกษนีย์เริ่มมองหาตลาดใหม่ที่แตกต่างไปจากผู้ผลิตดินสอพองด้วยกัน ที่ปัจจุบันมีโรงงานหลายแห่งต่างหันไปใช้กลยุทธ์การตัดราคา ดังนั้น โรงงานเก๋ดินสอพองจึงหันไปพัฒนาสินค้าด้วยการเพิ่มมูลค่าดินสอพองเพื่อขยายการทำตลาดในรูปแบบธุรกิจต่อธุรกิจ พร้อมเข้าไปยังอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ด้วย
โรงงานเก๋ดินสอพองลพบุรีได้เริ่มผลิตดินสอพองรูปแบบใหม่โดยนำไปฆ่าเชื้ออย่างดี หรือที่เรียกว่า “สะตุ” เพื่อส่งไปขายยังช่องทางใหม่ในกลุ่มลูกค้าธุรกิจบริการสปาต่างๆ ทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัด ที่ปัจจุบันมีลูกค้าหลากหลายทั้งในกรุงเทพฯ ย่านทองหล่อ สุขุมวิท และในต่างจังหวัดอย่างอุดรธานี ที่มีชาวต่างชาติอาศัยอยู่เป็นจำนวนมาก ซึ่งมักจะนิยมใช้บริการสปาหรือนวดผ่อนคลายที่ใช้วัตุดิบเพื่อการพอกตัว พอกหน้า ทรีตเมนต์ ด้วยสมุนไพรไทย และดินสอพอง
ดินสอพองที่บดละเอียดหรือมีการสะตุแล้ว จะมีราคาขายอยู่ที่กิโลกรัมละ 20 บาท จากเดิมอยู่ที่กิโลกรัมละ 1 บาทเท่านั้น
พร้อมกับขยายธุรกิจไปยังลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรมขนาดใหญ่ที่มีคำสั่งซื้อดินสอพองเพื่อนำไปใช้ในภาคอุตสาหกรรมต่างๆ เช่น โรงงานสกัดน้ำมันปาล์มในภาคใต้ อุตสาหกรรมสี ปุ๋ย ยาแนวเฟอร์นิเจอร์ เป็นต้น ที่ปัจจุบันโรงงานมีลูกค้าอุตสาหกรรมหลักๆ ในมือราว 5 ราย ที่มารอรับสินค้าดินสอพองตั้งแต่หน้าโรงงานทุกเดือน
“กลุ่มลูกค้าอุตสาหกรรม ทำให้โรงงานฯ มีรายได้หมุนเวียนประจำอย่างต่อเนื่อง เพื่อรองรับสถานการณ์ตลาดดินสอพองในปัจจุบันที่เริ่มขายปลีกได้ยากขึ้น” เกษนีย์ กล่าว
อย่างไรก็ตาม จากการขยายตลาดไปยังกลุ่มลูกค้าใหม่นี้ ทำให้โรงงานฯ จำเป็นต้องปรับตัวทางธุรกิจให้สอดคล้องกับระบบธุรกิจสมัยใหม่ โดยเฉพาะการชำระเงินสินค้า หรือเครดิตล่วงหน้า45 วันจากลูกค้าหรือตามข้อตกลงร่วมกัน ซึ่งต่างจากการการค้าขายดินสอพองในยุคก่อนที่ซื้อขายกันด้วยเงินสดเพียงอย่างเดียว
แต่ทั้งนี้ เพื่อความอยู่รอดของกิจการในระยะยาว เกษนีย์ บอกว่าเป็นสิ่งจำเป็นที่จะต้องทำ และปรับตัวให้ทัน เพื่อความยั่งยืนของธุรกิจในอนาคต ซึ่งปัจจุบันยังได้มีการปรับปรุงระบบการขายหน้าร้านหรือโรงงานเพิ่มเติม เพื่อสร้างกระแสเงินสดหมุนเวียนภายในธุรกิจด้วย
ในฐานะที่เป็นเจ้าของกิจการคนรุ่นใหม่ การใช้เทคโนโลยีสารสนเทศหรือไอที อย่างสมาร์ตโฟน โซเชียลเน็ตเวิร์กต่างๆ อย่างเฟซบุ๊ก อินสตาแกรม ทวิตเตอร์ ฯลฯ ถือว่าเป็นประโยชน์มากหากนำมาปรับใช้ให้เหมาะสมกับธุรกิจ โดยช่วงที่ผ่านมาโรงงานเก๋ดินสอพองมีการเผยแพร่ข้อมูลผลิตภัณฑ์สินค้าผ่านเว็บไซต์ต่างๆ ซึ่งได้รับการตอบรับและได้กลุ่มลูกค้าใหม่เพิ่มเข้ามาอย่างต่อเนื่องเช่นกัน
จากการปรับตัวทางธุรกิจตามแนวทางดังกล่าว ทำให้ปัจจุบันมีคำสั่งซื้อจากลูกค้ากลุ่มอุตสาหกรรมไม่ต่ำกว่า 300400 ตันต่อเดือน โดยโรงงานมีรายได้เพียงพอและเลี้ยงดูคนงานกว่า 10 ชีวิตได้แบบพอเพียง แม้ว่าช่วงที่ผ่านมาอุตสาหกรรมครัวเรือนดินสอพองจะได้รับผลกระทบจากต้นทุนการผลิตที่เพิ่มขึ้นจากนโยบายค่าแรง 300 บาทก็ตาม แต่สามารถอยู่รอดและเติบโตอย่างมั่นคง







