posttoday
สินเชื่อขยายไม่หยุด

สินเชื่อขยายไม่หยุด

16 เมษายน 2556

ประสารชี้โต15%ก็ยังไม่น่าเป็นห่วงจับตาเงินกู้บุคคลลีสซิงเป็นพิเศษ

ประสารชี้โต15%ก็ยังไม่น่าเป็นห่วงจับตาเงินกู้บุคคลลีสซิงเป็นพิเศษ

ธปท.ชี้ไม่ห่วงสินเชื่อแบงก์ร้อนแรง เหตุใกล้เคียงกับการขยายตัวทางเศรษฐกิจ เป้าหมายการเติบโตของธนาคารพาณิชย์ แต่จับตาสินเชื่อส่วนบุคคลและรถยนต์ที่โตสูงเป็นพิเศษ

นายประสาร ไตรรัตน์วรกุล ผู้ว่าการธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ขณะนี้ ธปท. ไม่ห่วงการแข่งขันขยายสินเชื่อของระบบธนาคารพาณิชย์ เพราะยังไม่ได้รุนแรงจนถึงขั้นน่าห่วง เนื่องจากสินเชื่อโดยรวมขยายตัวที่ระดับ 1516% เมื่อเทียบกับอัตราการเติบโตของเศรษฐกิจ (จีดีพี) ที่ระดับ 45% ภายใต้อัตราเงินเฟ้อที่ระดับ 3% การโตระดับนี้จึงไม่น่าห่วง

อย่างไรก็ดี ต้องติดตามการขยายตัวของสินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภคบางประเภท เช่น สินเชื่อส่วนบุคคลที่โตสูงเกือบ 27.8% และสินเชื่อรถยนต์ที่โต 39% ใกล้ชิดมากขึ้น

“ตอนนี้ ธปท. ไม่ได้ห่วงสินเชื่อรวม เพราะการโตระดับ 10% กว่าๆ ถือว่าไม่ได้ร้อนแรง จะห่วงบ้างก็แต่สินเชื่อส่วนบุคคลและสินเชื่อรถยนต์ เพราะขยายตัวสูงมาก” นายประสาร กล่าว

นายไพบูลย์ กิตติศรีกังวาน ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายนโยบายการเงิน ธปท. เปิดเผยว่า สินเชื่อรถยนต์นั้นเข้าใจว่าขยายตัวสูงจากนโยบายรัฐ แต่อย่างไรก็ตาม ต้องติดตามดูว่าสินเชื่อใหม่ที่เกิดจากคนรับและไม่รับรถยนต์คันแรกจะมีมากน้อยแค่ไหน ซึ่งการที่มีคนจองในโครงการรถคันแรกแต่ไม่ไปรับรถ ซึ่งถ้ามีคนไม่ไปรับรถจริงเนื่องจากประเมินแล้วว่าผ่อนไม่ไหวน่าจะดีกว่า เพราะกระทบแค่ตัวเอง รับรถไปแล้วผ่อนไม่ไหวจะสร้างปัญหาให้กับทั้งตัวเองและกระทบเศรษฐกิจภาพรวมด้วย

สำหรับภาวะอสังหาริมทรัพย์ช่วงไตรมาสแรกของปี 2556 นี้ ธปท. รายงานว่าภาพรวมยังมีเสถียรภาพในเกณฑ์ดี ขยายตัวต่อเนื่องจากปีก่อน จากการสอบถามผู้ประกอบการในธุรกิจภาคอสังหาริมทรัพย์เห็นว่า ความต้องการที่อยู่อาศัยเป็นการซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง

อย่างไรก็ดี พบว่าพฤติกรรมการจองซื้อที่อยู่อาศัยเพื่อการลงทุนและเก็งกำไรมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นในบางพื้นที่ มีการซื้อขายใบจองเพิ่มมากขึ้น

นอกจากนี้ยังเริ่มเห็นพฤติกรรมการซื้อที่อยู่อาศัยมากกว่า 1 หลังมากขึ้น ราคาที่ดินที่อยู่อาศัยมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งประเด็นดังกล่าวยังคงต้องติดตามในระยะต่อไป เพราะหากเกิดปัญหาแล้วจะกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจในวงกว้าง

ทั้งอุปสงค์และอุปทาน โดยเฉพาะอาคารชุด จากตัวเลขล่าสุดในเดือน ก.พ. ที่มีจำนวนอาคารชุดได้รับอนุมัติสินเชื่ออยู่ที่ 2,404 ยูนิต เพิ่มขึ้นเล็กน้อยจากเดือนก่อนหน้า โดยมีอาคารชุดเปิดขายใหม่เพิ่มมากขึ้น 5,551 ยูนิต สอดคล้องกับอุปสงค์ของอาคารชุดที่ยังมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นในเขตกรุงเทพฯ ชั้นใน ชั้นกลาง และตามแนวส่วนต่อขยายรถไฟฟ้า และยังมีการเปิดขายในบริเวณพื้นที่รอบนอกที่เป็นที่ตั้งของสถาบันการศึกษาสำหรับในเขตหัวเมืองใหญ่และต่างจังหวัดก็มีทิศทางเดียวกันคือ เปิดขายอาคารชุดเพิ่มขึ้น ส่วนบ้านแนวราบที่ได้รับอนุมัติสินเชื่อในเดือน ก.พ. อยู่ที่ 1,840 ยูนิตหลังจากที่เร่งตัวขึ้นมากในช่วงปลายปี 2555 ส่วนที่อยู่อาศัยเปิดขายใหม่ลดลงมาอยู่ที่ 2,288 หน่วย จากเดือนมกราคมเปิดขายใหม่ที่ 3,126 ยูนิต

นอกจากนี้ จากการสอบถามผู้ประกอบการในธุรกิจภาคอสังหาริมทรัพย์เห็นว่า ความต้องการที่อยู่อาศัยเป็นการซื้อเพื่ออยู่อาศัยจริง แต่พบว่าพฤติกรรมการจองซื้อที่อยู่อาศัยเพื่อการลงทุนและเก็งกำไรมีสัดส่วนเพิ่มขึ้นในบางพื้นที่ สะท้อนจากยอดจองซื้ออาคารชุดเปิดขายใหม่เป็นจำนวนมากและมีการซื้อขายใบจองเพิ่มมากขึ้น

นอกจากนั้น ยังเริ่มเห็นพฤติกรรมการซื้อที่อยู่อาศัยมากกว่า 1 หลังมากขึ้น กอปรกับราคาที่ดินที่อยู่อาศัยมีแนวโน้มปรับสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ซึ่งประเด็นดังกล่าวยังคงต้องติดตามในระยะต่อไป เพราะหากเกิดปัญหาแล้วจะกระทบต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจในวงกว้าง

รายงานข่าวแจ้งว่า แม้ราคาที่อยู่อาศัยจะปรับสูงขึ้น แต่ในภาพรวมราคายังสอดคล้องกับรายได้ของผู้ซื้อสะท้อนจากสัดส่วนราคาอาคารชุดต่อรายได้ของผู้ขอสินเชื่อเพื่อซื้อที่อยู่อาศัยจากธนาคารพาณิชย์อยู่ที่ 2.8 เท่า ทรงตัวใกล้เคียงกับค่าเฉลี่ย 5 ปี ย้อนหลัง 2.6 เท่า ด้านความสามารถในการชำระหนี้ของผู้ขอสินเชื่อผู้ที่อยู่อาศัยยังอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน แต่เริ่มมีสัญญาณการผ่อนคลายการปล่อยสินเชื่อมากขึ้น

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่