posttoday
มั่นใจกู้ 2 ล้านล. คุ้มค่าการลงทุน...

มั่นใจกู้ 2 ล้านล. คุ้มค่าการลงทุน...

12 เมษายน 2556

อารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวชี้แจงรายละเอียดเรื่องการลงทุน

อารีพงศ์ ภู่ชอุ่ม ปลัดกระทรวงการคลัง กล่าวชี้แจงรายละเอียดเรื่องการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท ซึ่งที่ผ่านมาได้ผ่านสภาวาระแรก และได้เข้าชี้แจงต่อกรรมาธิการรอบแรกเมื่อวันที่ 9 เม.ย. และรอบ 2 ในวันที่ 22 เม.ย.นี้ โดยมีสภาพัฒน์ กระทรวงคมนาคม กระทรวงการคลัง จะเข้าชี้แจงภาพรวมการลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน

ปลัดกระทรวงการคลังฉายภาพการกู้ครั้งนี้ว่า ไม่ได้กู้ทันที 2 ล้านล้านบาท โดยคาดว่าปีแรกจะกู้ 3 หมื่นล้านบาท ปีต่อไป 1 แสนล้านบาท และปีต่อไปอีก 3 แสนล้านบาท ถือว่าเป็นการลงทุนตามธรรมชาติที่จะค่อยๆ เพิ่มขึ้น เป็นการลงทุนที่ได้ผลตอบแทนคืนมา มีความคุ้มค่าในการลงทุน ต่างจากการลงทุนทางสังคม เช่น การศึกษา หรือการรักษาโรค ที่เป็นการลงทุนแล้วลงทุนเลย

การดำเนินการอะไรก็ตามกฎหมายที่ออกไปครั้งนี้ หน่วยงานเจ้าของคือ กระทรวงคมนาคม จะต้องดูอีไอเอ และรายละเอียดการลงทุน รวมถึงความคุ้มค่าการลงทุน เพื่อเสนอเข้าสู่การพิจารณา ครม.เพื่อเห็นชอบ เช่น การลงทุนรถเมล์ที่ผ่านมาไม่ได้ลงทุนง่ายๆ ต้องการผ่านการพิจารณาหลายรอบ โดยเฉพาะรถไฟความเร็วสูง กระทรวงคมนาคมจะชี้แจงว่ามีการศึกษาภาพใหญ่ที่เห็นว่าคุ้มที่จะดำเนินการ ซึ่งต่อไปต้องศึกษาเจาะจงเป็นเส้นทางแต่ละเส้นที่ชัดเจนก่อนเพื่อเสนอเข้า ครม.อนุมัติ รวมถึงรูปแบบการลงทุนจะเป็นอย่างไร

ส่วนคำถามที่ว่า 2 ล้านล้านบาทจะกู้หมดหรือไม่ อารีพงศ์ตอบว่า ไม่ใช่ ถ้าดูในงบประมาณ เช่น รถไฟใต้ดิน มีค่าก่อสร้างขุดอุโมงค์ ค่าตัวรถอยู่ในสัญญานั้น จะเห็นว่า 2 สายใต้ดิน ให้เอกชนทำระบบพีพีพี และเข้ามาร่วมเดินรถ 2 สาย ซึ่งในเอกสารได้เขียนเรื่องนี้ไว้ด้วย

ในกรณีที่เอกชนไม่สนใจภาครัฐสามารถเข้ามาดำเนินการได้ หรือถ้าเอกชนเสนอมาแพงกว่าเยอะภาครัฐสามารถดำเนินการเองได้ ซึ่งจะมีความคล่องตัวกว่าเยอะ

แต่ในหลักการทางกระทรวงคมนาคมได้ปรับปรุงสัญญาเดินรถไฟฟ้าสายสีน้ำเงินที่เตรียมพร้อมปรับปรุงมา 2 ปี เพื่อให้มีสัมปทานการเดินรถให้มีประสิทธิภาพมากขึ้น ตัวเลขที่อยู่ในโครงการ 2 ล้านล้านบาท จึงอาจไม่ได้ใช้ ถ้าพีพีพีตกลงกันได้

อย่างไรก็ตาม การพัฒนาประเทศไม่ได้พัฒนาแค่ด้านโลจิสติกส์ ซึ่งไทยมี ความอ่อนแอทางด้านการศึกษาและเทคโนโลยีด้วย จึงต้องลงทุน 2 ด้านนี้ด้วย

ทุกวันนี้ในงบประจำมีงบลงทุน 4 แสนล้านบาท อีก 8 ปี หรือใน 2563 งบลงทุนจะเพิ่มเป็น 8 แสนล้านบาท เมื่อทำกฎหมายฉบับนี้ออกมา จะทำให้งบลงทุนมีที่ว่างไปลงทุนทางด้านการศึกษาและเทคโนโลยีมากขึ้น เพราะฉะนั้นการบริหารหรือการพัฒนาประเทศ 7 ปีนี้ยังครบทุกด้าน

“อีกด้านที่อยากจะพูดคือ ตอนนี้ถือว่าสำคัญมาก คือเราอยู่ในหัวเลี้ยวหัวต่อของเออีซี การลงทุนในอาเซียนมาก ตัวเลขลงทุนไหลไปอินโดนีเซียมาก เพราะการเมืองคงที่ มีคนมากถึง 200 ล้านคน มีการเริ่มลงทุนรถยนต์ แต่การที่เราวางยุทธศาสตร์แบบนี้ได้ทำให้เรามีขีดความสามารถมากขึ้น นักลงทุนต่างๆ เช่น ฮ่องกง ก็สนใจ” ปลัดกระทรวงการคลัง บอกเล่า

อารีพงศ์ ยังยืนยันว่า ในระหว่างที่มีการลงทุน 7 ปี รัฐบาลไม่จำเป็นต้องขึ้นภาษี เพราะฐานะการเงินรองรับได้

มั่นใจกู้ 2 ล้านล. คุ้มค่าการลงทุน...

 

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน