
ปตท.ขึ้นโบนัสบอร์ด
เพิ่มคนละ1ล้านสูงสุดไม่เกิน3ล้านบาทซิโนไทยอนุมัติแจกบำเหน็จคนละ35แสน
เพิ่มคนละ1ล้านสูงสุดไม่เกิน3ล้านบาทซิโนไทยอนุมัติแจกบำเหน็จคนละ35แสน
ปตท.เพิ่มโบนัสกรรมการ อ้างธุรกิจซับซ้อน “ไพรินทร์” ปฏิเสธเงินเดือน 4.5 ล้าน ส่วนซิโนไทย แจกบำเหน็จ
การประชุมสามัญผู้ถือหุ้น ปตท. (PTT) ประจำปี 2555 วันที่ 11 เม.ย.ที่ผ่านมา ซึ่งผู้ถือหุ้นลงมติเอกฉันท์ผ่านทุกวาระ เช่น การเพิ่มผลตอบแทนที่เป็นโบนัสให้คณะกรรมการอีก 1 ล้านบาทต่อคน เป็นไม่เกิน 3 ล้านบาท
นายสุรงค์ บูลกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารการเงิน ปตท. กล่าวถึงการจ่ายเงินโบนัสกรรมการปี 2556 เป็นการจ่ายตามผลประกอบการหรือกำไร ปตท. เป็นอัตราโบนัสเท่ากับ 0.05% ของกำไรประจำปี 2556 แต่ไม่เกิน 3 ล้านบาทต่อคน ซึ่งเพิ่มขึ้น 1 ล้านบาท เนื่องจากความรับผิดชอบของคณะกรรมการและความซับซ้อนของธุรกิจในกลุ่ม ปตท.เพิ่มขึ้นมาก จากการขยายธุรกิจต่อเนื่องทั้งในประเทศและต่างประเทศ สร้างความมั่นคงด้านพลังงาน
“ปตท.มีการปรับค่าตอบแทนคณะกรรมการให้อยู่ในอัตราที่แข่งขันกับบริษัทจดทะเบียนชั้นนำมาตั้งแต่ปี 2548” นายสุรงค์ กล่าว
อย่างไรก็ดี ช่วงหนึ่งของการประชุมมีผู้ถือหุ้นได้ซักถามเงินเดือนนายไพรินทร์ชูโชติถาวร ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและกรรมการผู้จัดการใหญ่ ปตท. ว่า มีเงินเดือนสูงถึง 4.5 ล้านบาท สูงกว่าอดีตผู้บริหารคนอื่นๆ และมากกว่าประธานศาลฎีกา รวมทั้งที่ผ่านมานายไพรินทร์ผลงานไม่ผ่านการประเมิน (KPI)
นายไพรินทร์ กล่าวว่า เงินเดือนของตนอยู่ในอัตราเดียวกับอดีตผู้บริหารคนอื่นๆ
นายวัชรกิติ วัชโรทัย ประธานกรรมการสรรหา ยืนยันว่า KPI ของนายไพรินทร์ผ่าน
ส่วนผลการดำเนินงานในช่วง 3 เดือนแรก นายสุรงค์กล่าวว่า อาจจะทำให้เกิดขาดทุนสต๊อกน้ำมันบ้าง โดยราคาที่ปรับลงมาทุกๆ 1 เหรียญสหรัฐ/บาร์เรล จะมีผลต่อสต๊อกน้ำมัน 600 ล้านบาท
สำหรับแนวโน้มราคาน้ำมันยังขึ้นอยู่กับอุปสงค์อุปทาน รวมถึงมีปัจจัยเรื่องความตึงเครียดในคาบสมุทรเกาหลี และเศรษฐกิจยุโรป ซึ่งมองว่าคงไม่เลวร้ายไปกว่านี้แล้ว ส่วนสหรัฐอเมริกาและญี่ปุ่นก็ดีขึ้น และแม้ว่าในช่วงนี้เงินบาทแข็งค่า ปตท.ไม่ได้รับผลกระทบ
ด้านนายชำนิ จันทร์ฉาย ประธานกรรมการตรวจสอบ บริษัท ซิโนไทย เอ็นจีเนียริ่ง แอนด์ คอนสตรัคชั่น (STEC) ได้เสนอต่อที่ประชุมผู้ถือหุ้นในการคงค่าเบี้ยประชุมกรรมการ โดยประธานกรรมการและประธานกรรมการตรวจสอบได้รับครั้งละ 4 หมื่นบาทต่อคน กรรมการและกรรมการตรวจสอบครั้งละ 2 หมื่นบาทต่อคน
อย่างไรก็ตาม นายชำนิได้เสนอปรับเพิ่มค่าบำเหน็จประจำปีของคณะกรรมการบริษัท โดยประธานกรรมการและประธานกรรมการตรวจสอบได้รับคนละ 5 แสนบาทต่อปี กรรมการและกรรมการตรวจสอบคนละ 3 แสนบาทต่อปี รวมค่าบำเหน็จประจำปี 4.3 ล้านบาท เพิ่มจากปีที่ผ่านมาที่มีค่าบำเหน็จประจำปีกรรมการ 2.8 ล้านบาท
ทั้งนี้ ในที่ประชุมผู้ถือหุ้นลุกขึ้นแสดงความคิดเห็นว่า ไม่มีข้อสงสัยเกี่ยวกับจำนวนเงินที่จ่ายให้กับคณะกรรมการ แต่มีข้อสงสัยในวิธีคิดของบริษัท เพราะจ่ายหุ้นปันผลคิดเป็นประมาณ 30% ของกำไรสุทธิ ซึ่งต่ำกว่านโยบายปันผลที่กำหนดไว้ไม่น้อยกว่า 40% โดยให้เหตุผลว่า บริษัทจำเป็นต้องนำเงินไปลงทุนโรงคอนกรีตแห่งใหม่และซื้อเครื่องจักรเป็นเงินกว่า 1,000 ล้านบาท แต่คณะกรรมการบริษัทกลับขอปรับเพิ่มค่าบำเหน็จประจำปี
หลังจากผู้ถือหุ้นท้วงติง นายชำนิ กล่าวชี้แจงว่า ค่าบำเหน็จประจำปีกำหนดเงื่อนไขไว้ว่า จะจ่ายเมื่อบริษัทมีกำไร และถือเป็นแรงจูงใจให้คณะกรรมการทำงานให้บริษัททำกำไร และอัตราที่จ่ายก็เป็นตัวเลขที่สมเหตุสมผล
นายภาคภูมิ ศรีชำนิ กรรมการผู้จัดการ STEC กล่าวว่า ผลของการจ่ายหุ้นปันผลทำให้ทุนจดทะเบียนเพิ่มเป็น 1,500 ล้านบาท มีขนาดเพียงพอที่จะเข้าไปประมูลงาน โดยปัจจุบันบริษัทมีมูลค่างานในมือ 6.2 หมื่นล้านบาท และรอเซ็นสัญญาการก่อสร้างอาคารรัฐสภามูลค่า 1.2 หมื่นล้านบาท ซึ่งงานในมือมีศักยภาพในการสร้างรายได้ในปีนี้ 23 หมื่นล้านบาท







