
ไฟแนนซ์ทูเดย์
“คนที่กลัวความล้มเหลว และกลัวที่จะเผชิญหน้ากับความท้าทาย จะไม่มีทางที่จะลิ้มรสแห่งความสำเร็จ”
“คนที่กลัวความล้มเหลว และกลัวที่จะเผชิญหน้ากับความท้าทาย จะไม่มีทางที่จะลิ้มรสแห่งความสำเร็จ”
...ถึงตอนนี้ พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อลงทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 ล้านล้านบาท กำลังเป็นรูปเป็นร่าง แม้ว่าหลายคนจะกังขากับภาระหนี้และแผนงานที่ล้วนแล้วแต่มีเป้าหมายนัยทางการเมืองซ่อนเร้นอยู่
...ล่าสุด ดร.โกร่งวีรพงษ์ รามางกูร ประธานคณะกรรมการยุทธศาสตร์เพื่อการฟื้นฟูและสร้างอนาคตประเทศ (กยอ.) เขียนบทความคนเดินตรอกในเรื่อง ทิ้งหนี้ไว้ให้ลูกหลาน ไว้น่าสนใจว่า โครงการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานขนาดใหญ่อย่างที่รัฐบาลเสนอขอกู้เงิน 2 ล้านล้านบาทจากประชาชนนั้น เป็นการกู้เงินจากประชาชนในประเทศเพื่อทำการลงทุนขนาดใหญ่ หรือภาษาการคลังเรียกว่าเป็น “Capital Expenditure”
โครงการขนาดใหญ่อย่างนี้ อายุการใช้งานเป็นร้อยๆ ปี ถ้าต้องการทำเร็วเช่นที่รัฐบาลประกาศไว้ 7 ปีสำหรับรถไฟความเร็วสูง และเร็วกว่านั้นสำหรับโครงการอื่นๆ หากต้องจ่ายเมื่อการลงทุนเริ่มขึ้น ก็ต้องจ่ายเป็นเงินจำนวนมากในแต่ละปี ปีละ 34 แสนล้านบาท ก็จะเต็มวงเงินลงทุนของรัฐบาล แต่ถ้าจ่ายเฉพาะดอกเบี้ยของเงินลงทุน ถ้าดอกเบี้ยกู้ยืม 34% รัฐบาลก็สามารถตั้งงบประมาณจ่ายเพียงปีละ 68 หมื่นล้านบาทเท่านั้น ไม่เต็มวงเงินงบประมาณประจำปี
เมื่อไม่เต็มวงเงินกู้ ก็จะสามารถตั้งงบประมาณลงทุนในด้านอื่นๆ เป็นโครงการสาธารณสุข โครงการการศึกษา โครงการพัฒนาอาชีพ รวมทั้งโครงการทางหลวงแผ่นดิน โครงการชลประทานได้อีก
เมื่อครั้งรัฐบาลพระพุทธเจ้าหลวงไปออกพันธบัตรเป็นเงินปอนด์ขายที่ยุโรปเพื่อมาเป็นค่าเวนคืนที่ และลงทุนสร้างระบบรถไฟขึ้นเมื่อปี 2447 บัดนี้ก็ใช้หนี้หมดไปนานแล้ว พวกเรารุ่นหลานรุ่นเหลนไม่เคยทราบด้วยซ้ำว่าเราเคยมีหนี้ก้อนนี้ แต่เรามีรางรถไฟจากเหนือจดใต้ จากตะวันตกไปตะวันออก ดร.โกร่ง ว่าเข้าไปนั่น คนอื่นว่าไง!!!







