
พอร์ตเทรดทุบตลาด
ขึ้นต้องรีบขายไม่อมหุ้นขาลงไม่เล่น1,400 รับไหวตปท.ทิ้งแบงก์พลังงาน
ขึ้นต้องรีบขายไม่อมหุ้นขาลงไม่เล่น1,400 รับไหวตปท.ทิ้งแบงก์พลังงาน
พอร์ตเทรดทำตลาดหุ้นสวิงแรง มองปรับฐานใหญ่ไม่หลุด 1,400 จุด รอเล่นรอบใหม่
รายงานข่าวจากนักลงทุน กล่าวว่า ความผันผวนของตลาดหุ้นส่วนหนึ่งเกิดจากการเก็งกำไรของบัญชีบริษัทหลักทรัพย์ หรือพอร์ตเทรดโบรกเกอร์ ซึ่งเป็นนักลงทุนประเภทหนึ่งที่ซื้อขายเร็ว ซื้อแล้วไม่ขึ้นก็จะขายทันที และไม่ถือลงทุนเกิน 3 วัน ตามนโยบายบริษัทแต่ละแห่ง เพื่อลดความเสี่ยงในการลงทุน โบรกเกอร์ส่วนใหญ่จะมีพอร์ตเทรดทำให้ตลาดหุ้นกลายเป็นตลาดเก็งกำไรสมบูรณ์
สำหรับตลาดหุ้นขาลงพอร์ตเทรดจะไม่เล่น เพราะซื้อแล้วลงทำให้ขาดทุนและไม่นิยมเล่นชอร์ต เพราะจะไม่ถือหุ้นไว้ แต่หากไม่มีหุ้นแต่ละเล่นชอร์ต ต้องนำเงินไปวาง 11.2 เท่า ทำให้มีต้นทุนเพิ่ม พอร์ตเทรดจึงไม่นิยมเล่นชอร์ต
แหล่งข่าวเปิดเผยว่า ลักษณะตลาดสวิงลงแรงและเด้งขึ้นระหว่างวัน ทำให้พอร์ตเทรดเก็งกำไรได้ โดยซื้อตอนหุ้นตกหนักๆ และทำกำไรทันทีระหว่างวันที่หุ้นขึ้น โดยจะไม่อมหุ้นไว้และไม่ถือหุ้นมาก เพื่อลดความเสี่ยงบริษัท
“ตลาดขาลง พอร์ตเทรดเล่นยาก ต้องอ่านตลาดให้ออก โดยอาศัยเทคนิคเคิลด้วย ตลาดขณะนี้คนอยากขายหุ้นมากกว่าซื้อ ยิ่งลงยิ่งกลัว ยิ่งขึ้นยิ่งโลภ อมหุ้นไม่อยากขาย”
ผู้บริหารพอร์ตเทรด กล่าวว่า การลงทุนตลาดหุ้นที่สวิงรุนแรงขึ้นกับนโยบายและสไตล์การลงทุนของแต่ละโบรกเกอร์ รวมทั้งการควบคุมความเสี่ยงดีแค่ไหน ถ้าคุมไม่ดีจะทำให้โบรกเกอร์เสียหายได้ โดยส่วนใหญ่ตลาดขาลงพอร์ตเทรดจะไม่ถือหุ้นไว้ เพราะทำให้ขาดทุนมาก
“ตลาดสวิงพอร์ตเทรด ชอบทำให้เก็งกำไรได้ แต่ถ้าเป็นตลาดซึม หรือเคลื่อนไหวแคบๆ พอร์ตเทรดจะไม่เข้าลงทุนและไม่ควรเล่น ซึ่งตลาดขาลงอาศัยเทคนิคเคิลช่วยได้ 60% ที่เหลือขึ้นอยู่กับจังหวะ ยอมรับตลาดขาลงทำกำไรยากกว่าตลาดขาขึ้น” แหล่งข่าวเปิดเผย
แหล่งข่าวจากนักลงทุนสถาบัน เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นปรับตัวลงรอบนี้น่าจะรับอยู่ 1,400 จุด เนื่องจากพื้นฐานตลาดไม่ได้เปลี่ยนแปลง ระยะยาวยังเชียร์ดัชนี 1,700 จุด แต่ที่ตลาดหุ้นผันผวนและมีแรงขายออกมา เนื่องจากนักลงทุนแพลนนิกตกใจกับข่าวหวัดนกที่ฮ่องกง ประกอบกับตลาดหุ้นไทยมีวันหยุดติดต่อกันหลายวัน จึงได้ขายหุ้นลดความเสี่ยงช่วงวันหยุด
“กองทุนทาร์เก็ตฟันด์เก็บหุ้นไปเยอะแล้ว ดัชนีลงลึกๆ ยังมีกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) และกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) เข้ามาเก็บแต่เงินไม่มากแล้ว มองดัชนี 1,400 จุด น่าจะรับอยู่” แหล่งข่าวเปิดเผย
ด้านการซื้อขายหุ้นเมื่อวันที่ 5 เม.ย. ดัชนีหุ้นทรุดหนักอีก 38.93 จุด หรือ 2.55% ส่งผลให้ดัชนีหุ้นมาอยู่ที่ระดับ 1,489.53 จุด มูลค่าการซื้อขาย 49,849.76 ล้านบาท ในจำนวนนี้พบว่านักลงทุนต่างชาติขายหนัก 3,905 ล้านบาท และซื้อในตลาดตราสารหนี้เพียง 23 ล้านบาท แต่ค่าเงินบาทยังคงแข็งต่อเนื่องปิดที่ระดับ 29.28 บาทต่อเหรียญสหรัฐ
หากดูข้อมูลในส่วนของการถือครองหุ้นไทยผ่านไทยเอ็นวีดีอาร์ พบว่านักลงทุนต่างชาติได้มีการขายสุทธิเช่นกันเป็นจำนวน 2,239 ล้านบาท สอดคล้องไปในทิศทางเดียวกับการขายในหุ้นผ่านกระดานหลัก
ทั้งนี้ พบว่าหุ้นกลุ่มธนาคารพาณิชย์ถูกเทขายในไทยเอ็นวีดีอาร์สูงสุด เป็นจำนวน 2,418 ล้านบาท รองลงมา คือ หุ้นในกลุ่มพลังงานจำนวน 963 ล้านบาท และกลุ่มเทคโนโลยีและสารสนเทศ (ไอซีที) จำนวน 726 ล้านบาท
แรงขายหุ้นในกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ทำให้ดัชนีของหมวดนี้ลดลงแรง 2.40% หรือ 14.36 จุด ปิดที่ระดับ 583.50 จุด โดยมีธนาคารจำนวน 5 แห่ง มีมูลค่าการซื้อขายสูงสุดติด 1 ใน 10 ของวัน ขณะที่บริษัท ปตท. (PTT) มีมูลค่าซื้อขายสูงสุด 2,043.59 ล้านบาท ราคาปิดที่ 315 บาท ติดลบ 5 บาท หรือ 1.56%
หากพิจารณาเป็นรายตัวจะพบว่าหุ้นธนาคารกรุงเทพ (BBL) ถูกเทขายออกมาสูงสุดถึง 1,064 ล้านบาท รองลงมา คือ ธนาคารกสิกรไทย ถูกขาย 680 ล้านบาท และบริษัท ปูนซิเมนต์ไทย (SCC) 506 ล้านบาท







