
ทรูฯเพิ่มช่องเอชดีสู้
หวังดึงลูกค้าเก่าอยู่หลังหมดพรีเมียร์ลีกพร้อมทุ่ม 2 พันล้านซื้อรายการกีฬาตปท.
หวังดึงลูกค้าเก่าอยู่หลังหมดพรีเมียร์ลีกพร้อมทุ่ม 2 พันล้านซื้อรายการกีฬาตปท.
ทรูวิชั่นส์ ดิ้นรักษาฐานลูกค้าเก่าหลังพรีเมียร์ลีก หลุดมือ เพิ่มช่องเอชดีเป็น 23 ช่อง พร้อมอัดรายการต่างประเทศ
นายอาณัติ เมฆไพบูลย์วัฒนา กรรมการผู้จัดการ บริษัท ทรูวิชั่นส์ เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทมีแผนที่จะใช้งบประมาณ 1,5002,000 ล้านบาท เพื่อซื้อคอนเทนต์รายการในรูปแบบต่างๆ โดยเฉพาะคอนเทนต์กีฬาและภาพยนตร์ เนื่องจากเป็นคอนเทนต์ที่ได้รับความนิยมจากสมาชิกมากที่สุด ซึ่งในเฟสแรกได้ใช้งบ 1,000 ล้านบาท ซื้อคอนเทนต์รายการต่างๆ มาออกอากาศหลังจากสิ้นสุดฤดูกาลพรีเมียร์ลีกอังกฤษเดือน พ.ค.นี้
นอกจากนี้ ยังได้เพิ่มช่องรายการในระบบเอชดีอีก 6 ช่องจาก 17 ช่อง เป็น 23 ช่อง และยกระดับช่องรายการจากระบบปกติเป็นระบบเอชดี 7 ช่อง ได้แก่ HBO HD, Fox Movies Premium HD, Fox Family Movies HD, History Channel HD, National Geographic HD, AXN HD และ Golf Channel Thailand เพื่อสร้างจุดเด่นให้กับบริการของทรูวิชั่นส์
“บริการใหม่นี้ สมาชิกแพลทินัม จากที่รับชมช่องเอชดีได้ 17 ช่อง จะรับชมได้ 23 ช่อง ส่วนแพ็กเกจโกลด์ จากเดิมรับชมได้ 3 ช่อง จะเพิ่มเป็น 16 ช่อง แต่หากสมาชิกแพ็กเกจแพลทินัม และโกลด์ ไม่สนใจรับชมช่องเอชดี บริษัทจะลดค่ารายเดือนเป็นเงิน 100 บาทต่อเดือนให้กับสมาชิก” นายอาณัติ กล่าว
ทั้งนี้ การออกมาทำการตลาดรูปแบบดังกล่าวนั้นยอมรับว่าส่วนหนึ่งต้องการรักษาฐานลูกค้าสมาชิกไว้ภายหลังจากหมดสัญญาการถ่ายทอดสดฟุตบอลพรีเมียร์ลีกอังกฤษในเดือน พ.ค.นี้ แต่จากคอนเทนท์รายการต่างๆที่บริษัทซื้อมาจากต่างประเทศเชื่อว่าน่าจะเพิ่มฐานลูกค้าใหม่ได้เป็นที่น่าพอใจโดยเฉพาะฐานลูกค้าระดับกลาง
ปัจจุบัน ทรูวิชั่นส์มีฐานสมาชิกทั้งหมดประมาณ 2 ล้านราย แบ่งเป็นสมาชิกแพ็กเกจโกลด์และแพลทินัมประมาณ 3 แสนราย ซึ่งหลังจากบริษัทมีการนำคอนเทนต์รายการต่างๆ มาออกอากาศเพิ่ม และเพิ่มสิทธิประโยชน์ให้กับลูกค้า คาดว่าจะสามารถเพิ่มสมาชิกใหม่ในแพ็กเกจโกลด์และแพลทินัมได้ไม่ต่ำกว่า 10% ขณะที่สมาชิกทั่วไปคาดว่าจะเพิ่มขึ้นไม่ต่ำกว่า 10-20%
ทั้งนี้ จากการเพิ่มช่องรายการใหม่ในระบบเอชดีเป็น 23 ช่อง จากปัจจุบันมี 17 ช่อง ขณะที่ช่องทั่วไปมีทั้งหมด 144 ช่อง ส่งผลให้บริษัทต้องปรับระบบการออกอากาศใหม่ทั้งหมดในคืนวันที่ 18 เม.ย. หลังเวลา 24.00 น.เป็นระยะเวลา 8 ชั่วโมง ซึ่งหลังจากปรับปรุงระบบเวลา 08.00 น.ของวันที่ 19 เม.ย. นี้ทุกช่องจะกลับมารับชมได้ตามปกติ
นอกจากนี้ ประมาณไตรมาส 2 ของปีนี้ยังมีแผนใช้งบลงทุนที่เหลืออีก 500-1,000 ล้านบาท ซื้อคอนเทนต์รายการกีฬาและภาพยนตร์เพิ่มเติม ซึ่งจะส่งผลให้ในไตรมาส 3 ทรูวิชั่นส์จะมีช่องเอชดีสูงสุดอยู่ที่ 30 ช่อง และช่องทั่วไป 150 ช่อง
สำหรับภาพรวมรายได้ของบริษัทในสิ้นปีนี้คาดว่าจะเติบโตเป็นตัวเลข 1 หลักเหมือนกับปีที่ผ่านมา ซึ่งมีรายได้อยู่ที่ประมาณ 1 หมื่นล้านบาท ส่วนความคืบหน้าของการนำการแข่งขันฟุตบอลพรีเมียร์ลีกฤดูกาลใหม่มาออกอากาศนั้น ขระนี้อยู่ระหว่างการเจรจากับซีทีเอช







