
หลบร้อนมาพักเงินที่หุ้น Blue Chip
โดย...สุกิจ อุดมศิริกุล กรรมการผู้จัดการ และหัวหน้าฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
โดย...สุกิจ อุดมศิริกุล กรรมการผู้จัดการ และหัวหน้าฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)
สวัสดีครับทุกท่าน บทความในสัปดาห์ที่ผ่านมาผมได้คาดการณ์ว่าความผันผวนของตลาดหุ้นไทยเพิ่งเริ่มต้น หลังจากที่ตลาดหุ้นปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็วในช่วงวันที่ 19-22 มี.ค. ทั้งนี้ ในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่า ตลาดฯ สามารถฟื้นตัวขึ้นจากระดับปิดของวันที่ 22 มี.ค. ได้ประมาณ 5% หรือประมาณ 60% ของที่ปรับตัวลดลง หลังจากนั้นเริ่มอ่อนแรง รวมถึงปริมาณการซื้อขายเริ่มชะลอตัวลงหลังจากเข้าสู่เดือน เม.ย.
จากรูปจะเห็นได้ว่า SET Index ยังคงปรับตัวลดลงต่ำกว่าระดับปิดวันที่ 18 มี.ค. อยู่ 3% ในขณะที่กลุ่มอสังหาริมทรัพย์เป็นกลุ่มที่ปรับตัวลดลงมากที่สุด 8% ส่วน ICT เป็นกลุ่มที่ปรับตัวขึ้นเหนือระดับปิดของวันที่ 18 มี.ค. แล้ว 2.7%
แนวโน้มตลาดหุ้นเดือน เม.ย.
ผมประเมินว่า ตลาดหุ้นในเดือนที่ร้อนที่สุดของปี อาจจะไม่ร้อนแรงมากนัก เพราะความร้อนแรงเพิ่งจบลงไปในช่วงปลายเดือน มี.ค. จะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม แต่ที่แน่ๆ คือ นักลงทุนเริ่มกลับมาเพิ่มความระมัดระวังในการลงทุนมากขึ้น โดยเฉพาะการลงทุนในหุ้นขนาดกลาง-เล็ก ซึ่งผมถือว่าเป็นสิ่งที่ดี โดยสะท้อนไปที่มูลค่าการซื้อขายที่ชะลอตัวลงจากระดับเฉลี่ยประมาณ 6 หมื่นล้านบาท ในไตรมาส 1/2556 ลดลงเหลือต่ำกว่า 5 หมื่นล้านบาท
ดังนั้น ผมจึงคาดการณ์ว่า SET Index มีโอกาสที่จะเคลื่อนไหวบริเวณ 1,550 จุด +/- หากไม่มีปัจจัยลบใหม่เข้ามากระทบ
อย่างไรก็ตาม สถานการณ์การเมืองในไทยและใน|อิตาลี รวมถึงความไม่แน่นอนในคาบสมุทรเกาหลี ทำให้การคาดการณ์ตลาดฯ ในเดือน เม.ย. ถือว่ายาก เพราะผมเชื่อว่าตลาดหุ้นไทยในขณะนี้เริ่มอ่อนไหวกับปัจจัยลบแล้ว หลังจากที่ทนทานต่อปัจจัยลบมาตลอดไตรมาส 1/2556 โดยในกรณีเลวร้ายที่สุด ผมคิดว่าดัชนีมีโอกาสลดลงไปได้ถึง 1,475-1,450 จุด ส่วนในกรณีที่ไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น ผมคิดว่าในช่วงหลังสงกรานต์ตลาดฯ มีโอกาสปรับตัวขึ้นได้ โดยมีปัจจัยหนุน การเก็งกำไรผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2556 ของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ซึ่งโดยภาพรวมนักวิเคราะห์ของ MBKET คาดการณ์ว่ากำไรสุทธิจะทำสถิติสูงสุดใหม่เกือบทุกธนาคาร โดยหุ้น Top Pick ของ MBKET ได้แก่ KTB KK TCAP
ในด้านกลยุทธ์การลงทุนในเดือน เม.ย. โดยภาพรวม ผมแนะนำให้ซื้อสะสมหุ้น Blue Chip หรือหุ้น Big Cap ที่ราคาอาจปรับตัวลดลงตามจังหวะความผันผวนของตลาดฯ เนื่องจากเป็นหุ้นที่ปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง และยังคงเป็นเป้าหมายสำหรับนักลงทุนสถาบันทั้งในและต่างประเทศเสมอ โดยหุ้น Top Pick ของ MBKET ในเดือน เม.ย. ได้แก่ KTB (ธนาคารที่ได้รับประโยชน์จากโครงการรัฐบาล) PTTGC (ราคาต่ำกว่าปัจจัยพื้นฐานมาก ในขณะที่แนวโน้มผลิตภัณฑ์โอเลฟินส์กำลังฟื้นตัว) CPN (การขายสินทรัพย์เข้ากองทุนเพิ่มกำไรในปี 2556) ITD (หุ้น Turnaround ได้รับประโยชน์จากโครงการลงทุนทั้งในประเทศและพม่า) และ AIT (ได้รับประโยชน์จากวัฏจักรการลงทุนรอบใหม่ของธุรกิจโทรคมนาคม)
ส่วนนักลงทุนที่ชอบลงทุนในหุ้นขนาดกลาง-เล็กสามารถทำได้ แต่ต้องลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานรองรับเท่านั้น เพราะผมประเมินว่าการเก็งกำไรในหุ้นขนาดกลาง-เล็กจะทำได้ยากขึ้น เนื่องจากมีโอกาสถูกควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย
ทั้งหมดเป็นความเห็นส่วนตัวของผมเอง แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้า







