posttoday
หลบร้อนมาพักเงินที่หุ้น Blue Chip

หลบร้อนมาพักเงินที่หุ้น Blue Chip

04 เมษายน 2556

โดย...สุกิจ อุดมศิริกุล กรรมการผู้จัดการ และหัวหน้าฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

โดย...สุกิจ อุดมศิริกุล กรรมการผู้จัดการ และหัวหน้าฝ่ายวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ กิมเอ็ง (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน)

สวัสดีครับทุกท่าน บทความในสัปดาห์ที่ผ่านมาผมได้คาดการณ์ว่าความผันผวนของตลาดหุ้นไทยเพิ่งเริ่มต้น หลังจากที่ตลาดหุ้นปรับตัวลดลงอย่างรวดเร็วในช่วงวันที่ 19-22 มี.ค. ทั้งนี้ ในช่วง 1 สัปดาห์ที่ผ่านมา พบว่า ตลาดฯ สามารถฟื้นตัวขึ้นจากระดับปิดของวันที่ 22 มี.ค. ได้ประมาณ 5% หรือประมาณ 60% ของที่ปรับตัวลดลง หลังจากนั้นเริ่มอ่อนแรง รวมถึงปริมาณการซื้อขายเริ่มชะลอตัวลงหลังจากเข้าสู่เดือน เม.ย.

จากรูปจะเห็นได้ว่า SET Index ยังคงปรับตัวลดลงต่ำกว่าระดับปิดวันที่ 18 มี.ค. อยู่ 3% ในขณะที่กลุ่มอสังหาริมทรัพย์เป็นกลุ่มที่ปรับตัวลดลงมากที่สุด 8% ส่วน ICT เป็นกลุ่มที่ปรับตัวขึ้นเหนือระดับปิดของวันที่ 18 มี.ค. แล้ว 2.7%

แนวโน้มตลาดหุ้นเดือน เม.ย.

ผมประเมินว่า ตลาดหุ้นในเดือนที่ร้อนที่สุดของปี อาจจะไม่ร้อนแรงมากนัก เพราะความร้อนแรงเพิ่งจบลงไปในช่วงปลายเดือน มี.ค. จะด้วยเหตุผลอะไรก็ตาม แต่ที่แน่ๆ คือ นักลงทุนเริ่มกลับมาเพิ่มความระมัดระวังในการลงทุนมากขึ้น โดยเฉพาะการลงทุนในหุ้นขนาดกลาง-เล็ก ซึ่งผมถือว่าเป็นสิ่งที่ดี โดยสะท้อนไปที่มูลค่าการซื้อขายที่ชะลอตัวลงจากระดับเฉลี่ยประมาณ 6 หมื่นล้านบาท ในไตรมาส 1/2556 ลดลงเหลือต่ำกว่า 5 หมื่นล้านบาท

ดังนั้น ผมจึงคาดการณ์ว่า SET Index มีโอกาสที่จะเคลื่อนไหวบริเวณ 1,550 จุด +/- หากไม่มีปัจจัยลบใหม่เข้ามากระทบ

อย่างไรก็ตาม สถานการณ์การเมืองในไทยและใน|อิตาลี รวมถึงความไม่แน่นอนในคาบสมุทรเกาหลี ทำให้การคาดการณ์ตลาดฯ ในเดือน เม.ย. ถือว่ายาก เพราะผมเชื่อว่าตลาดหุ้นไทยในขณะนี้เริ่มอ่อนไหวกับปัจจัยลบแล้ว หลังจากที่ทนทานต่อปัจจัยลบมาตลอดไตรมาส 1/2556 โดยในกรณีเลวร้ายที่สุด ผมคิดว่าดัชนีมีโอกาสลดลงไปได้ถึง 1,475-1,450 จุด ส่วนในกรณีที่ไม่มีเหตุการณ์อะไรเกิดขึ้น ผมคิดว่าในช่วงหลังสงกรานต์ตลาดฯ มีโอกาสปรับตัวขึ้นได้ โดยมีปัจจัยหนุน การเก็งกำไรผลการดำเนินงานไตรมาส 1/2556 ของกลุ่มธนาคารพาณิชย์ ซึ่งโดยภาพรวมนักวิเคราะห์ของ MBKET คาดการณ์ว่ากำไรสุทธิจะทำสถิติสูงสุดใหม่เกือบทุกธนาคาร โดยหุ้น Top Pick ของ MBKET ได้แก่ KTB KK TCAP

ในด้านกลยุทธ์การลงทุนในเดือน เม.ย. โดยภาพรวม ผมแนะนำให้ซื้อสะสมหุ้น Blue Chip หรือหุ้น Big Cap ที่ราคาอาจปรับตัวลดลงตามจังหวะความผันผวนของตลาดฯ เนื่องจากเป็นหุ้นที่ปัจจัยพื้นฐานแข็งแกร่ง และยังคงเป็นเป้าหมายสำหรับนักลงทุนสถาบันทั้งในและต่างประเทศเสมอ โดยหุ้น Top Pick ของ MBKET ในเดือน เม.ย. ได้แก่ KTB (ธนาคารที่ได้รับประโยชน์จากโครงการรัฐบาล) PTTGC (ราคาต่ำกว่าปัจจัยพื้นฐานมาก ในขณะที่แนวโน้มผลิตภัณฑ์โอเลฟินส์กำลังฟื้นตัว) CPN (การขายสินทรัพย์เข้ากองทุนเพิ่มกำไรในปี 2556) ITD (หุ้น Turnaround ได้รับประโยชน์จากโครงการลงทุนทั้งในประเทศและพม่า) และ AIT (ได้รับประโยชน์จากวัฏจักรการลงทุนรอบใหม่ของธุรกิจโทรคมนาคม)

ส่วนนักลงทุนที่ชอบลงทุนในหุ้นขนาดกลาง-เล็กสามารถทำได้ แต่ต้องลงทุนในหุ้นที่มีปัจจัยพื้นฐานรองรับเท่านั้น เพราะผมประเมินว่าการเก็งกำไรในหุ้นขนาดกลาง-เล็กจะทำได้ยากขึ้น เนื่องจากมีโอกาสถูกควบคุมดูแลอย่างใกล้ชิดจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทุกฝ่าย

ทั้งหมดเป็นความเห็นส่วนตัวของผมเอง แล้วพบกันใหม่สัปดาห์หน้า

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน