
ชี้อีก5ปีพม่าตลาดสำคัญไทย
หอการค้าชี้อีก 5 ปี เมียนมาร์เป็นตลาดสำคัญของไทย จากแรงหนุนคนมีรายได้เพิ่ม คมนาคมเชื่อมโยง
หอการค้าชี้อีก 5 ปี เมียนมาร์เป็นตลาดสำคัญของไทย จากแรงหนุนคนมีรายได้เพิ่ม คมนาคมเชื่อมโยง
นายธนวรรธน์ พลวิชัย ผู้อำนวยการศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ มหาวิทยาลัยหอการค้าไทย เปิดเผยภายในงานสัมมนาเรื่อง “การลงทุนในพม่า ขุมทรัพย์ล้ำค่าใกล้แค่เอื้อม” ว่า ภายใน 510 ปีข้างหน้า เมียนมาร์จะกลายเป็นหนึ่งในตลาดสำคัญของไทย จากปัจจุบันมีการค้าระหว่างกันอยู่ประมาณ 1 แสนล้านบาท เพิ่มเป็น 3 แสนล้านบาท เนื่องจากอัตราการเติบโตทางเศรษฐกิจของเมียนมาร์มีทิศทางขยายตัวอย่างมากเฉลี่ย 7% ต่อปี ส่งผลให้ในอีก 5 ปีข้างหน้า ชาวเมียนมาร์จะมีรายได้เฉลี่ยเพิ่มขึ้นเป็น 3,000 เหรียญสหรัฐ/คน/ปี
การลงทุนด้านคมนาคมขนส่งของไทยเพื่อเชื่อมต่อกับประเทศเพื่อนบ้าน ไม่ว่าจะเป็นถนน รถไฟ หรือโครงการพัฒนาพื้นที่อุตสาหกรรมทวาย จะทำให้การค้าชายแดนของไทยและเมียนมาร์คึกคักมากกว่าปัจจุบัน และการขยายเส้นทางคมนาคมของเมียนมาร์เชื่อมต่อกับจีนและอินเดีย จะช่วยขยายตลาดให้สินค้าไทยด้วย
นอกจากนี้ ชาวเมียนมาร์ยังเข้ามาจับจ่ายใช้สอยในเมืองไทยเป็นจำนวนมาก รวมถึงใช้บริการทางการแพทย์ และในอนาคตคาดว่ามีแนวโน้มการมาใช้บริการเหล่านี้มากขึ้น
นายประจวบ สุภินี อัครราชทูตที่ปรึกษาฝ่ายการพาณิชย์ ณ กรุงย่างกุ้ง กล่าวว่า จุดอ่อนของเมียนมาร์ที่ส่งผลต่อการลงทุน คือ ข้อมูลเกี่ยวกับตลาดเมียนมาร์ ซึ่งนับถึงปัจจุบัน ข้อมูลที่หาได้ส่วนใหญ่จะได้จากการบอกเล่า ถ้าผู้ประกอบการจะนำไปอ้างอิงควรจะหาข้อมูลจากหลายแห่ง อย่าเชื่อข้อมูลด้านเดียว
อีกหนึ่งจุดอ่อน คือ กฎระเบียบ หากต้องการลงทุนในเมียนมาร์แล้วถามหากฎระเบียบจะไม่ได้ธุรกิจ แต่ไม่ได้หมายถึงให้ทำผิดกฎหมาย ทั้งนี้หากผู้ประกอบการไทยรอความชัดเจนของกฎหมาย คงไม่ได้เข้าไปทำธุรกิจอย่างแน่นอน
ขณะเดียวกันการเข้าไปทำธุรกิจจำเป็นต้องรักษาความยั่งยืนในตลาด หากได้ผู้ร่วมทุนหรือหุ้นส่วนทางธุรกิจแล้ว จะเปลี่ยนไปหาผู้ร่วมทุนอื่นหรือการยกเลิกทำธุรกิจกับผู้ร่วมทุนเดิมทำได้ยากและจะมีปัญหามาก
นอกจากนี้ อย่าไว้ใจให้คนเมียนมาร์ให้ทำตลาด เพราะจะประสบความสำเร็จยาก ดังนั้น จึงแนะนำให้ผู้ประกอบการไทยเข้าไปดูแลเรื่องการตลาดเอง ทั้งการรักษาและขยายตลาด







