posttoday
จับตาผลกระทบวันหยุดยาวHoliday Effect

จับตาผลกระทบวันหยุดยาวHoliday Effect

03 เมษายน 2556

Holiday Effect

Holiday Effect

ช่วงวันหยุดเดือน เม.ย.ปีนี้ กำลังจะเริ่มขึ้นนับจากสุดสัปดาห์นี้ ซึ่งมีวันหยุดชดเชยวันจักรี ต่อด้วยวันทำงาน 3 วัน ที่คาดว่า “มนุษย์เงินเดือน” จำนวนมากจะลาหยุดในช่วงดังกล่าว เพื่อให้ต่อเนื่องถึงเทศกาลสงกรานต์ที่มีวันหยุด 5 วัน ทำให้ได้วันหยุดยาวมากถึง 11 วัน ถ้าตัดใจลางานอีก 3 วัน จะได้วันหยุดรวม 16 วัน เกินครึ่งของเดือน เม.ย.

แน่นอนว่าตลาดหุ้นและธนาคารพาณิชย์ไม่ได้หยุดยาวตามไปด้วย แต่เทศกาลวันหยุดก็คงทำให้ตลาดการเงินของไทยเงียบเหงาไปพอสมควร ตลาดหุ้นในสัปดาห์ก่อนเทศกาลวันหยุดจึงเริ่มสัปดาห์อย่าง “ลุ่มๆ ดอนๆ”ปิดวันจันทร์ตกไป 11 จุด หลุดระดับ 1,550 จุด และทำท่าจะ “ซึม” ต่อ สะท้อนล่วงหน้าของภาวะซบเซาในช่วงวันหยุด

ความจริงผลกระทบของวันหยุดยาว หรือ Holiday Effect ก็เป็นประเด็นที่มีข้อสังเกตในตลาดหุ้นฝั่งตะวันตก โดยวันหยุดยาวของฝรั่งเป็นช่วงวันแรงงานและช่วงวันคริสต์มาสต่อเนื่องถึงวันปีใหม่ ฝรั่งเรียกช่วงเวลานี้ว่า Holiday Season หรือเทศกาลวันหยุด และ Holiday Effect ที่มีการทดสอบส่วนใหญ่จะสะท้อนภาพเชิงบวกในตลาดหุ้น หรือพูดง่ายๆ คือหุ้นมักจะขึ้นในวันก่อนวันหยุดยาว

คำอธิบาย คือ สภาพคล่องในช่วงก่อนวันหยุดจะค่อนข้างต่ำ คือนักลงทุนในช่วงเวลาดังกล่าวมักจะคิดไปถึงเรื่องการพักผ่อนหย่อนใจและการไปเที่ยวในช่วงวันหยุด คงไม่มีแก่ใจไปคิดถึงการเล่นหุ้นสักเท่าไร ทำให้ปริมาณการซื้อขายค่อนข้างต่ำในช่วงนี้ แรงซื้อหรือแรงขายในภาวะที่สภาพคล่องต่ำจึงมีผลอย่างมากต่อการเคลื่อนไหวของราคาหุ้น

ดังนั้น ในภาวะที่คนส่วนใหญ่ไม่เล่นหุ้น และ “คนส่วนน้อย” ที่เล่นก็มักมี “อารมณ์ดี” เป็นพิเศษ เพราะเทศกาลวันหยุดเป็น “เทศกาลแห่งความสุข” ของทุกคน ทำให้มีแรงซื้อมากกว่าแรงขาย แนวโน้มราคาหุ้นก่อนวันหยุดจึงมักเป็น “ขาขึ้น” มากกว่าขาลง

อย่างไรก็ตาม ที่ว่ามานั้นเป็นข้อสังเกตในฝั่งตะวันตก ซึ่งอาจไม่สามารถมาอธิบายถึง “ทัศนคติ” ของผู้คนในแถบตะวันออก

โดยเฉพาะอย่างยิ่งในภาวการณ์ปัจจุบันซึ่งมีเรื่องที่ต้องกังวลหลายประการ ในระดับโลกก็คงไม่พ้นเรื่องสถานภาพของยูโรโซน โดยข่าวไซปรัสก็ป่วนตลาดหุ้นทั่วโลกอยู่หลายวันในสัปดาห์ก่อนๆ แม้จะลงเอยด้วยดีหลังจากทางไซปรัสได้บรรลุข้อตกลงเพื่อรับการช่วยเหลือทางการเงินจากสหภาพยุโรป หรือ EU (European Union) และกองทุนการเงินระหว่างประเทศ หรือ IMF (International Monetary Fund) พร้อมทั้งออกมาตรการสร้างความเชื่อมั่น เพื่อลดความตื่นตระหนกของผู้ฝากเงินจนต้องถอนเงินออกจากธนาคาร

แม้วิกฤตของไซปรัสซึ่งจะเป็นประเทศเล็กๆ จะส่งผลไม่มากต่อตลาดการเงินโลก แต่ก็ทำให้เกิดการ “ฉุกคิด” เกี่ยวกับวิกฤตหนี้สาธารณะและการขาดดุลงบประมาณของยูโรโซนซึ่งคงยังไม่จบลงในเร็วๆ นี้ ก่อกระแสวิตกต่อเสถียรภาพของเงินสกุลยูโรขึ้นมาอีกครั้งหนึ่ง

ส่วนความเสี่ยงในระดับภูมิภาคก็มีเรื่อง “สองเกาหลี” ที่ยังคงเป็น “เกาเหลา” อย่างไม่เสื่อมคลาย แม้ว่าเดิมจะเป็นชนชาติเดียวกัน เป็นพี่น้องร่วมสายเลือดกันมาก่อน แต่ด้วยความกระหายในอำนาจของคนกลุ่มหนึ่ง ทำให้เกิดความเสี่ยงของภาวะสงคราม และการพัฒนาอาวุธนิวเคลียร์ที่มีแต่สร้างปัญหาให้กับสังคมโลกในอนาคต

ความเสี่ยงบ้านเราเองก็ใช่ย่อย แม้ว่า “พ.ร.บ.กู้เงิน 2.2 ล้านล้านบาท” จะผ่านสภาไปด้วยดี แต่ที่กำลังถกกันอย่างเมามันในสภาขณะนี้คือ “เรื่องแก้รัฐธรรมนูญ” ซึ่งไม่ว่าจะ “ออกหัวหรือออกก้อย” แต่ผลลัพธ์น่าจะ “ร้ายมากกว่าดี”

เมษาปีนี้ท่าจะ “ร้อน” กว่าที่คาด แล้วจะให้ “หยุดยาว” อย่างสบายกายสบายใจได้อย่างไร

ข่าวล่าสุด

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี