posttoday
ทุกขลาภ 2 ล้านล้านรับเหมาเสี่ยงเจ็บตัว

ทุกขลาภ 2 ล้านล้านรับเหมาเสี่ยงเจ็บตัว

02 เมษายน 2556

ในอีกไม่ช้าไม่นานเงินจำนวนมหาศาล 2 ล้านล้านบาท จะถูกหว่านลงในทั่วทุกหัวระแหง เพื่อลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ หลังจากมือในสภาได้โหวตให้ร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ ผ่านฉลุยในวาระแรก ส่วนวาระ 2 และ 3 ก็คงไม่มีปัญหา เมื่อมือ สส.ในฟากรัฐบาลยังคงเหนียวแน่นเหมือนที่ผ่านมา

ในอีกไม่ช้าไม่นานเงินจำนวนมหาศาล 2 ล้านล้านบาท จะถูกหว่านลงในทั่วทุกหัวระแหง เพื่อลงทุนพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ หลังจากมือในสภาได้โหวตให้ร่าง พ.ร.บ.ให้อำนาจกระทรวงการคลังกู้เงินเพื่อการพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานด้านคมนาคมขนส่งของประเทศ ผ่านฉลุยในวาระแรก ส่วนวาระ 2 และ 3 ก็คงไม่มีปัญหา เมื่อมือ สส.ในฟากรัฐบาลยังคงเหนียวแน่นเหมือนที่ผ่านมา

ตามแผนเงิน 2 ล้านล้านบาท จะใช้ในการลงทุนตลอด 7 ปี นับตั้งแต่ปี 2556 ไปจนถึงปี 2563 ซึ่งแน่นอนว่าเม็ดเงินจะใช้ไปกับภาคการก่อสร้างเป็นด้านหลัก ทำให้ธุรกิจก่อสร้างถูกจับตามองว่าจะอู้ฟู่จากเงินก้อนมหึมาที่จะถูกอัดเข้าสู่ระบบ โดยเฉพาะบริษัทรับเหมารายใหญ่ขาประจำที่พร้อมด้วยศักยภาพน่าจะควงคู่มากับบริษัทที่ชำนาญการในแต่ละด้านจากต่างประเทศเข้าประมูล กลุ่มนี้จะเป็นผู้จัดสรรเค้กลงไปสู่ผู้รับเหมารายกลางและรายเล็กอีกทอด

อย่างไรก็ตาม เงินก้อนนี้ในอีกมิติหนึ่งเป็นเหมือนทุกขลาภที่อาจจะสร้างปัญหาให้กับผู้รับเหมาได้ หากเอาเงินเป็นตัวตั้งและไม่ระมัดระวังให้ดี เพราะความเสี่ยงที่ซ่อนอยู่ก็มีไม่น้อยเช่นกัน

กฤษดา จันทร์จำรัสแสง อุปนายกสมาคมอุตสาหกรรมก่อสร้างไทย ในพระบรมราชูปถัมภ์ วิเคราะห์ว่า ในช่วง 7 ปีข้างหน้าจะมีเงินสะพัดในภาคก่อสร้างมากถึงปีละกว่า 1 ล้านล้านบาท เพราะไม่เพียงแต่เงินจาก พ.ร.บ.กู้เงิน 2 ล้านล้านบาท ที่เฉลี่ยปีละ 2.8 แสนล้านบาท ยังมีเงินลงทุนจากงบประมาณปกติอีก 3 แสนล้านบาท และเงินจากการลงทุนภาคเอกชนอีก 11.5 เท่าของเงินลงทุนภาครัฐ หรือไม่ต่ำกว่า 67.5 แสนล้านบาท

เงินก้อนมหาศาลจะเข้ามาในภาคการก่อสร้าง ต้องจ้างงาน ต้องใช้บุคลากรตั้งแต่แรงงานระดับล่างไปจนถึงผู้จัดการโปรเจกต์อีกเป็นจำนวนมาก แต่ถามว่า จริงๆ แล้วใครจะเป็นผู้ได้ประโยชน์จากเงินก้อนนี้ หากไล่เรียงดูแล้วเฉพาะงานระบบราง ซึ่งเป็นงานก่อสร้างส่วนใหญ่ของเงิน 2 ล้านล้านบาท มีอยู่ 5-6 รายในประเทศที่ทำได้ ไม่รวมบริษัทก่อสร้างจากต่างประเทศที่จะเข้ามาร่วมวงด้วยแน่

ดังนั้น จึงขึ้นอยู่กับรัฐบาลว่าจะกระจายงานออกมาอย่างไร เพื่อให้ผู้รับเหมาได้รับโอกาสและประโยชน์อย่างเท่าเทียมกันจากการลงทุนครั้งนี้ เช่น แยกงานรางออกจากงานสถานี เป็นการซอยงานให้ผู้รับเหมาไทย รายกลาง รายเล็ก ได้มีโอกาสได้งานอย่างทั่วถึง

ขณะที่ผู้รับเหมาเองต้องเตรียมตัวให้พร้อมและประเมินกำลังของตัวเองให้ดี อย่ารับงานเกินตัว และดูราคาให้ดี เพราะเงินก้อนนี้เมื่ออัดฉีดเข้ามาเหมือนเป็นการเร่งการโตแบบผิดธรรมชาติ คนที่ได้งานจะต้องมีภาระในด้านการลงทุนเพิ่มเพื่อซื้อเครื่องมือ เครื่องจักร เข้ามาทำงาน และหากรัฐไม่เปิดนำเข้าแรงงานเพิ่มจะเกิดปัญหาแรงงานจะขาดแคลนหนักขึ้นกว่าที่เป็นอยู่ในขณะนี้หลายเท่า ผู้รับเหมาต้องแย่งตัวแรงงานมากขึ้น ขณะที่ราคาวัสดุจะขาดแคลน และราคาปรับสูงขึ้นเช่นเดียวกัน

ทุกอย่างจึงมีความเสี่ยงมากขึ้นกับผู้รับเหมารายกลาง รายเล็ก เช่น เมื่อลงทุนซื้อเครื่องจักรเข้ามาในช่วงที่ปริมาณงานมาก หลังจากหมด 7 ปีไปแล้วงานลดลง เครื่องจักรที่ลงทุนไว้จะเอาไปทำอะไร หรือแรงงานที่ต้องใช้เงินทุ่มซื้อตัวมากขึ้น ราคาวัสดุที่เพิ่มขึ้น ไม่นับรวมค่าเบี้ยบ้ายรายทางที่ต้องจ่าย ล้วนมีผลให้เงินลงทุนสูงขึ้นเป็นเงาตามตัว ขณะที่ความเสี่ยงที่จะได้งานไม่มีคุณภาพก็มีมากขึ้นถึงขนาดที่ส่งมอบไม่ได้ ก็มีความเป็นไปได้

ดังนั้น โอกาสที่ผู้รับเหมาจะเจ็บตัวจากงานนี้ก็มีอยู่ไม่น้อย หากไม่รัดกุมรอบคอบกันตั้งแต่ต้น โดยไม่เอาเงินเป็นตัวตั้ง แต่ต้องประเมินกำลังความสามารถของตัวเองให้ดีก่อนที่จะรับงาน เพราะเงิน 2 ล้านล้านบาทที่กำลังจะเข้ามาในไม่ช้า อาจไม่หอมหวานอย่างที่คิด แต่ในทางกลับกัน อาจเป็นเหมือนทุกขลาภที่ได้รับมาแล้วกลายเป็นเงินที่สร้างภาระต่อเนื่องให้ต้องแบกรับต่อไปอีกนาน

ข่าวล่าสุด

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี

วัย 60+ ยังมีไฟ จัดหางานดันผู้สูงอายุมีงานทำ สร้างรายได้กว่า 116 ล้านต่อปี