posttoday
บจ.ใช้เครื่องมือเสริมแกร่ง

บจ.ใช้เครื่องมือเสริมแกร่ง

01 เมษายน 2556

3 เดือน 110 บริษัทเกือบเท่าทั้งปีก่อนลงสินทรัพย์ถาวรมีเงินสดขยายธุรกิจ

3 เดือน 110 บริษัทเกือบเท่าทั้งปีก่อนลงสินทรัพย์ถาวรมีเงินสดขยายธุรกิจ

บจ.แห่ใช้เครื่องมือการเงิน ไตรมาสแรกเกือบเท่าทั้งปีก่อน สะท้อนพื้นฐานแกร่ง

น.ส.ปวีณา ศรีโพธิ์ทอง ผู้ช่วยผู้จัดการ กลุ่มงานผู้ออกหลักทรัพย์และบริษัทจดทะเบียน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย (ตลท.) เปิดเผยว่า จากการสำรวจมติที่ประชุมของคณะกรรมการของบริษัทจดทะเบียน (บจ.) ทั้งใน ตลท.และตลาดหลักทรัพย์ เอ็ม เอ ไอ (mai) สิ้นไตรมาสแรก พบว่า บจ.เตรียมขอมติผู้ถือหุ้นออกเครื่องมือทางการเงินทั้งหมด 110 บริษัท ซึ่งเป็นจำนวนที่เพิ่มขึ้นมากและเกือบจะเท่าทั้งปีของปี 2555 ที่ใช้เครื่องมือทางการเงินไปทั้งหมด 113 บริษัท

ทั้งนี้ บจ.จ่ายปันผลเป็นหุ้นปันผลทั้งหมด 51 บริษัท การออกใบสำคัญแสดงสิทธิในการซื้อหุ้น (วอร์แรนต์) อีก 40 บริษัท ซึ่งทั้งสองประเด็นสะท้อนว่า บจ.วางแผนที่จะใช้เงินสดเพื่อลงทุนในอนาคต และสุดท้ายการแตกมูลค่าหุ้นที่ตราไว้ (พาร์) ทั้งหมด 13 บริษัท

การเพิ่มทุนของ บจ.จะเพิ่มอีกหรือไม่ต้องรอดู 23 เดือนสุดท้ายของปี เพราะจะเป็นช่วงที่ บจ.จะจัดประชุมผู้ถือหุ้น เพื่อขอมติเพิ่มทุนนำไปขยายธุรกิจต่อ

“เครื่องมือทางการเงินที่จะออกมาทั้งหมดจุดประสงค์ก็เพื่อเตรียมสภาพคล่องทางการเงินให้พร้อมสำหรับการลงทุนในอนาคต และเพื่อเพิ่มสภาพคล่องให้กับหุ้น ซึ่งที่ผ่านมาช่วยเพิ่มสภาพคล่องหุ้นมีปริมาณหมุนเวียน (ฟรีโฟลต)” น.ส.ปวีณา กล่าว

สำหรับตัวอย่างบริษัทที่ใช้เครื่องมือทางการเงินดี อาทิ บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา (CPN) ที่มีทั้งการเพิ่มทุนและแตกพาร์ ซึ่งเมื่อผลประกอบการออกมามีการเติบโตต่อเนื่องทุกอย่างก็จะกลับไปสะท้อนที่ราคาหุ้น

ปัจจุบันมี บจ.ที่มีพาร์ 10 บาท เหลืออยู่เพียง 118 บริษัท เมื่อเทียบกับ 3 ปีก่อนมีมากถึง 150 บริษัท โดยเฉพาะกลุ่มนอก SET100 (Non SET100) ที่มีการเพิ่มสภาพคล่องมากในช่วง 3 ปีนี้ เพราะปัจจุบันเหลือ บจ.ที่มีพาร์ 10 บาท เพียง 94 บริษัท จาก 3 ปีก่อนมากถึง 123 บริษัท ขณะที่ บจ.ที่มีพาร์ 1 บาท ก็เพิ่มเป็นจำนวนมากถึง 330 บริษัท หรือคิดเป็น 60% ของจำนวน บจ.ทั้งหมด เทียบกับ 3 ปีก่อน อยู่ที่ 309 บริษัท

อย่างไรก็ดี บจ.ที่ยังไม่ต้องการแตกพาร์จากปัจจุบันอยู่ที่ 10 บาท มีทั้งเหตุผลที่ไม่ต้องการจำนวนผู้ถือหุ้นที่มีรายย่อยมากเกินไป และมองว่าผลประกอบการยังไม่เหมาะสม ซึ่งหากมีการแตกพาร์ไปราคาจะยิ่งไม่เหมาะสม

น.ส.ปวีณา กล่าวต่อว่า ปี 2555 แม้ว่า บจ.ไทยจะมีการลงทุนในสินทรัพย์ถาวร 4.47 แสนล้านบาท หรือเพิ่มขึ้นถึง 15.81% เทียบกับปี 2554 ที่มีการลงทุนเท่ากับ 3.86 แสนล้านบาท แต่ยังสามารถจ่ายเงินปันผลทั้งในรูปของเงินสดสูงเป็นประวัติการณ์กว่า 3.4 แสนล้านบาท และยังสามารถจ่ายเป็นหุ้นปันผลอีก ซึ่งแสดงให้เห็นว่าปัจจุบัน บจ.ไทยมีปัจจัยพื้นฐานที่แข็งแกร่งมาก

ขณะที่ปี 2555 บจ.มีการลงทุนในสินทรัพย์ถาวร 4.47 แสนล้านบาท เมื่อเทียบกับปี 2554 ที่มีการลงทุน 3.86 แสนล้านบาท โดยกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีเงินลงทุนมากที่สุด 5 อันดับแรก คือ กลุ่มพลังงาน กลุ่มอาหาร กลุ่มสื่อสาร กลุ่มขนส่งและโลจิสติกส์ และกลุ่มพาณิชย์

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน