
ลุ้นลดดอกพยุงบาท
พุธที่ 3 เม.ย.นี้ จะเป็นวันที่ภาคเศรษฐกิจ ตลาดการเงิน ตลาดตราสารหนี้จะต้องลุ้นระทึกอีกครั้ง เนื่องจากคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะประชุมเพื่อพิจารณาเรื่องนโยบายดอกเบี้ย
พุธที่ 3 เม.ย.นี้ จะเป็นวันที่ภาคเศรษฐกิจ ตลาดการเงิน ตลาดตราสารหนี้จะต้องลุ้นระทึกอีกครั้ง เนื่องจากคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) จะประชุมเพื่อพิจารณาเรื่องนโยบายดอกเบี้ย
จะ “ลง หรือ คงดอกเบี้ย” คือสิ่งที่ตลาดต่างจับตามอง
การตัดสินอย่างหนึ่งอย่างใดมีผลต่อระบบเศรษฐกิจและการกำหนดทิศทางนโยบายเศรษฐกิจของรัฐบาลเป็นอย่างยิ่ง
สมชัย สัจจพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานเศรษฐกิจการคลัง (สศค.) เปิดเผยว่า สถานการณ์หลังจากนี้ไปค่าเงินบาทยังมีแนวโน้มแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง เพราะสัญญาณเงินทุนจากต่างประเทศที่ไหลเข้าไทยยังมีอย่างต่อเนื่อง ปัญหาเงินบาทเป็นสิ่งที่ต้องจับตาตลอดทั้งปีนี้
หน่วยงานจะต้องติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิดและรายงานไปยังรัฐบาลทุกวัน
สมชัย ยืนยันว่า เครื่องมือในการดูแลค่าเงินบาทของหน่วยงานต่างๆ ที่มีอยู่ในขณะนี้เพียงพอที่จะรับมือปัญหาค่าเงินบาท และยังไม่เห็นความจำเป็นที่กระทรวงการคลังต้องออกมาตรการด้านภาษีมาสกัดเงินทุนไหลเข้า
สมชัย กล่าวว่า เห็นด้วยกับข้อเสนอที่ต้องการให้ กนง.ลดดอกเบี้ยลงในการประชุมวันที่ 3 เม.ย.นี้ จากที่อยู่ระหว่าง 2.75% แม้ว่าดอกเบี้ยจะไม่ใช่ปัจจัยหลักที่จะมีผลทำให้เงินบาทอ่อนค่าลง แต่ถ้าไม่ทำอะไรเลย เงินบาทของไทยจะแข็งค่าขึ้นอย่างต่อเนื่อง
สมชัย กล่าวว่า ขณะนี้ สศค.ได้ปรับลดเป้าหมายเงินบาทที่นำมาประเมินภาวะเศรษฐกิจ คาดว่าอยู่ในระดับ 29.40 บาท/เหรียญสหรัฐ โดยมีช่วงค่าเงินที่ 28.4030.40 บาท/เหรียญสหรัฐ แข็งค่าขึ้นจากเดิมที่ประเมินไว้ 30.70 บาท/เหรียญสหรัฐ
ด้าน อุสรา วิไลพิชญ์ นักเศรษฐศาสตร์อาวุโส ธนาคารสแตนดาร์ดชาร์เตอร์ด (ไทย) ประเมินว่า การประชุมของ กนง. ในวันที่ 3 เม.ย.นี้ มีโอกาสมากขึ้นที่จะมีมติลดดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% จากระดับ 2.75% มาอยู่ที่ 2.5% เพื่อส่งสัญญาณเตือนในเชิงจิตวิทยาต่อตลาด หลังจากค่าเงินบาทแข็งค่าจนหลุดแนวรับสำคัญที่ 29.50 บาท เหรียญสหรัฐ ซึ่งอาจส่งผลต่อเนื่องต่อการขยายตัวทางเศรษฐกิจ
อุสรา กล่าวว่า ปัจจัยที่จะมีผลให้คณะกรรมการจากภายนอกให้ความสำคัญกับอัตราแลกเปลี่ยนมากขึ้นในครั้งนี้ คือ ตัวเลขดัชนีทางเศรษฐกิจ เช่น การผลิตในภาคอุตสาหกรรม การลงทุน และการส่งออกในเดือน ก.พ. ที่เริ่มอ่อนแรงลง ขณะที่ความกังวลต่ออัตราเงินเฟ้อเริ่มลดลง ตามราคาน้ำมันและสินค้าโภคภัณฑ์ในตลาดโลก ทำให้ประเด็นเรื่องการเติบโตทางเศรษฐกิจจะก้าวขึ้นมามีน้ำหนักมากกว่าเงินเฟ้อ
“ความเสี่ยงในขณะนี้จึงอยู่ที่การเติบโตทางเศรษฐกิจ ซึ่งได้รับผลกระทบจากค่าเงินมากกว่า ครั้งนี้จึงมีความเป็นไปได้ที่จะใช้ผลทางจิตวิทยาบรรเทา” อุสรา กล่าว
ด้าน ชาลี มาดาน ประธานกรรมการผู้จัดการใหญ่ ธนาคารเดอะรอยัลแบงก์ ออฟ สกอตแลนด์ ประจำประเทศไทย กล่าวว่า ค่าเงินบาทที่ยังน่าดึงดูดในสายตาต่างชาติ ทำให้มีความเป็นไปได้เช่นกัน กนง.อาจลดดอกเบี้ยเพื่อส่งสัญญาณเชิงจิตวิทยาต่อตลาด
ขณะที่ กอบศักดิ์ ภูตระกูล ผู้ช่วยผู้จัดการใหญ่ ธนาคารกรุงเทพ เชื่อว่า กนง. จะคงอัตราดอกเบี้ยไว้ในระดับเดิมที่ 2.75% เนื่องจากเศรษฐกิจไทยยังไปได้ดีในทุกภาคส่วน เงินบาทเริ่มกลับมาอ่อนค่าลง
“เมื่อเศรษฐกิจยังไปได้ ก็ไม่จำเป็นต้องลดดอกเบี้ยเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจ” กอบศักดิ์ กล่าว







