
กสิกรไทยคงคาดการณ์ศก.ปี56โต4.8%
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คงประมาณการเศรษฐกิจไทยใน 4.8% แม้ส่งออกจะโตต่ำที่ 5.5% แต่ยังมีใช้จ่ายในประเทศหนุน
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คงประมาณการเศรษฐกิจไทยใน 4.8% แม้ส่งออกจะโตต่ำที่ 5.5% แต่ยังมีใช้จ่ายในประเทศหนุน
ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ให้มุมมองทิศทางเครื่องชี้เศรษฐกิจไทยในช่วงเดือนก.พ. 2556 ว่า สะท้อนภาพการกลับสู่ภาวะปกติมากขึ้น ขณะที่ ผลจากจำนวนวันทำการที่น้อยในระหว่างเดือนก.พ. 2556 และผลของฐานเปรียบเทียบที่สูงขึ้นในช่วงเดือนก.พ. 2555 ตามกิจกรรมฟื้นฟูหลังน้ำท่วม ก็ทำให้อัตราการขยายตัวของภาพรวมการบริโภคและการลงทุนภาคเอกชนชะลอลง (สอดคล้องกับทิศทางการผลิตภาคอุตสาหกรรมที่รายงานโดยสำนักงานเศรษฐกิจอุตสาหกรรมในช่วงก่อนหน้านี้)
อย่างไรก็ตาม เครื่องชี้การใช้จ่ายภายในประเทศบางรายการยังคงขยายตัวในระดับที่สูงกว่าปกติ ท่ามกลางบรรยากาศที่เอื้อต่อการบริโภค (โดยเฉพาะภาวะเสถียรภาพของภาพรวมเศรษฐกิจ-เงินเฟ้อ รวมถึงอัตราการว่างงานและอัตราดอกเบี้ยที่อยู่ในระดับต่ำ) และผลจากโครงการกระตุ้นการใช้จ่ายของภาครัฐในปีก่อนที่มีผลต่อเนื่องมาในปีนี้ อาทิ โครงการรถคันแรก
ทั้งนี้ ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า ภาพรวมของทิศทางเศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งแรกของปี 2556 น่าจะขยายตัวได้อย่างต่อเนื่อง โดยมีแรงหนุนสำคัญจากการใช้จ่ายภายในประเทศ ขณะที่ การส่งออกอาจทยอยฟื้นตัวขึ้นเฉพาะในสินค้าบางรายการ/บางตลาดส่งออกในช่วงครึ่งปีแรก ก่อนจะมีจังหวะการเติบโตที่ดีขึ้นในช่วงครึ่งหลังของปี
การใช้จ่ายในประเทศยังช่วยชดเชยฐานะดุลการค้าที่อ่อนแอ
ภาพรวมของการใช้จ่ายของภาคเอกชนในเดือนก.พ. 2556 ขยายตัวในอัตราที่ชะลอลง จากผลของฐานในเดือนก.พ. 2555 ที่การฟื้นตัวจากน้ำท่วมเริ่มมีภาพชัดเจนขึ้น โดยการบริโภคภาคเอกชนขยายตัว 3.3% (YoY) จากช่วงเดียวกันปีก่อน เทียบกับ 6.7% (YoY) ในเดือนม.ค. 2556 ขณะที่ การเติบโตของการลงทุนภาคเอกชนในเดือนก.พ. 2556 ก็มีทิศทางชะลอตัวสอดคล้องกันมาที่ 9.5% (YoY) จาก 22.2% (YoY) ในเดือนก่อนหน้า
อย่างไรก็ดี เครื่องชี้การใช้จ่ายในประเทศในหลายๆ องค์ประกอบ ยังคงขยายตัวในระดับสูงได้อย่างต่อเนื่อง อาทิ ยอดขายรถยนต์นั่ง รถกระบะ และปูนซิเมนต์ ที่ขยายตัว 92.1% (YoY) 14.0% (YoY) และ 14.5% (YoY) ในเดือนก.พ. 2556 จาก 108.6% (YoY) 36.5% (YoY) และ 15.8% (YoY) ในเดือนม.ค. ตามลำดับ
ดุลการค้ายังคงอ่อนแอ นอกจากจังหวะการแข็งค่าของเงินบาทที่เกิดขึ้นท่ามกลางความผันผวนของเศรษฐกิจโลก จะมีผลต่อเส้นทางการฟื้นตัวของภาคการส่งออกไทยแล้ว ยังอาจส่งผลทำให้ฐานะดุลการค้ามีภาพที่อ่อนแอลงตามไปด้วย เนื่องจากทิศทางเงินบาทที่แข็งค่าขึ้นค่อนข้างมากนับจากต้นปี น่าจะเอื้อให้การนำเข้าในส่วนที่ไม่เกี่ยวข้องกับปัจจัยตามฤดูกาลหรือการผลิตเร่งตัวขึ้นมากกว่าปีที่ผ่านมา อาทิ การนำเข้าทองคำ (การนำเข้าทองคำยังมีมูลค่าสูงถึง 2.2 พันล้านดอลลาร์ฯ ในเดือนก.พ. แม้จะน้อยกว่าระดับ 2.7 พันล้านดอลลาร์ฯ ในเดือนม.ค.ก็ตาม) ทั้งนี้ แม้ดุลการค้าบันทึกยอดเกินดุลที่ 574.6 ล้านดอลลาร์ฯ ในเดือนก.พ. จากที่ขาดดุล 2,820.6 ล้านดอลลาร์ฯ ในเดือนม.ค. แต่หากไม่นับรวมทองคำแล้ว ดุลการค้าในเดือนก.พ. จะสามารถบันทึกยอดเกินดุลสูงถึง 2.6 พันล้านดอลลาร์ฯ
แนวโน้มเศรษฐกิจไทยในครึ่งปีแรก และภาพรวมทั้งปี 2556
แม้จะมีความกังวลต่อประเด็นผลกระทบจากการแข็งค่าของเงินบาทในช่วงไตรมาสแรกของปี 2556 แต่จากภาพรวมเครื่องชี้เศรษฐกิจไทยในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2556 ที่ออกมายังค่อนข้างสอดคล้องกับที่คาด ทำให้ศูนย์วิจัยกสิกรไทย ประเมินว่า การใช้จ่ายของภาครัฐและภาคเอกชนยังสามารถทำหน้าที่เป็นแรงขับเคลื่อนหลักของเศรษฐกิจไทยในช่วงไตรมาส 1/2556 และเมื่อประกอบเข้ากับที่คาดว่า จะมีการเพิ่มขึ้นของระดับสินค้าคงคลังตามการเร่งตัวขึ้นของการนำเข้า
ทำให้ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า อัตราการเติบโตของเศรษฐกิจไทย อาจขยายตัวที่ประมาณ 5.3% (YoY) ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2556 (ชะลอลงจากที่ขยายตัวสูงถึง 18.9 %YoY ในไตรมาสที่ 4/2555 จากผลของการเทียบกับฐานที่ต่ำช่วงอุทกภัยปี 2554) โดยในส่วนของการส่งออกนั้น แม้จะพลิกกลับมาหดตัวลงในเดือนก.พ. 2556 (ตามจำนวนวันทำการที่น้อยในประเทศคู่ค้าสำคัญ โดยเฉพาะประเทศจีน) แต่ยังคงมีความเป็นไปได้ที่การส่งออกของไทยทั้งไตรมาสที่ 1/2556 จะบันทึกตัวเลขอัตราการขยายตัวในภาพรวมไว้ได้ที่ 5.5% (YoY)
สำหรับในช่วงไตรมาสที่ 2/2556 นั้น ศูนย์วิจัยกสิกรไทย มองว่า สภาวะอากาศที่แห้งแล้งน่าจะส่งผลกระทบต่อผลผลิตทางการเกษตรในช่วงไตรมาสที่ 2/2556 ต่อเนื่องจากช่วงไตรมาสแรกของปี แต่บรรยากาศการใช้จ่ายของภาคเอกชน น่าจะยังคงได้รับแรงหนุนจากมาตรการเพิ่มกำลังซื้อและดูแลภาวะค่าครองชีพประชาชนของภาครัฐ โดยการทยอยส่งมอบรถตามมาตรการคืนเงินภาษีรถยนต์คันแรก อาจช่วยหนุนปริมาณการจำหน่ายเชื้อเพลิงให้ขยายตัวตามตามยอดขายยานยนต์ในประเทศ ขณะที่ การเร่งเบิกจ่ายงบประมาณของรัฐบาล อาจช่วยเสริมบรรยากาศการลงทุน และเพิ่มแรงหนุนต่อกิจกรรมทางเศรษฐกิจโดยรวม ซึ่งเป็นภาพที่สอดรับกับทิศทางเศรษฐกิจของประเทศคู่ค้าบางประเทศของไทย ที่อาจเริ่มได้รับผลบวกจากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจที่ประกาศออกมาในช่วงก่อนหน้านี้
อย่างไรก็ดี แม้ศูนย์วิจัยกสิกรไทยจะคาดว่า โมเมนตัมของกิจกรรมทางเศรษฐกิจในช่วงไตรมาสที่ 2/2556 น่าจะมีความต่อเนื่องในหลายภาคส่วน แต่ด้วยปัจจัยเรื่องฐานเปรียบเทียบก็อาจทำให้อัตราการเติบโตของจีดีพีชะลอลงมาที่ 4.3% (YoY) โดยอัตราการขยายตัวของเครื่องชี้หลายๆ ประเภท น่าจะเริ่มสะท้อนภาพการชะลอตัวกลับสู่อัตราปกติมากขึ้น ตามลำดับ
สำหรับภาพรวมทั้งปี 2556 ศูนย์วิจัยกสิกรไทย คาดว่า การส่งออกที่มีทิศทางที่ดีขึ้นกว่าปี 2555 และเม็ดเงินการใช้จ่ายของภาครัฐที่น่าจะมีความต่อเนื่องตามแผนงบประมาณประจำปี 2556 (และอาจสมทบด้วยแผนการลงทุนในโครงการพิเศษอื่นๆ) อาจช่วยประคองให้อัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยชะลอลงเล็กน้อยมาที่ 4.8% (กรอบประมาณการร้อยละ 4.3-5.3) จาก 6.4% ในปี 2555 ทั้งนี้ ประเด็นที่ต้องติดตาม ก็คือ สถานการณ์การขาดดุลการค้าและดุลบัญชีเดินสะพัดของไทยที่อาจมีความอ่อนไหวในบางช่วงตามทิศทางค่าเงินบาท รวมถึงความชัดเจนของแนวทางลงทุนในโครงสร้างพื้นฐานของภาครัฐ ซึ่งจะช่วยเสริมให้โมเมนตัมของการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยมีจังหวะที่มั่นคงมากขึ้นในช่วงหลายปีข้างหน้า







