
ลงทุนในตราสารหนี้ น่าสนใจอย่างไร
ในทุกวันนี้ ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ “ภาวะเงินเฟ้อ” หรือภาวะที่ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในท้องตลาดปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น ได้กลายมาเป็นหัวข้อสำคัญและมักจะถูกหยิบยกขึ้นมากล่าวถึงให้นักลงทุนหลายๆ ท่านได้รับฟังกันอยู่บ่อยครั้ง เพราะนอกจากจะส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตประจำวันแล้ว นักลงทุนยังมีอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจในการสร้างผลตอบแทนให้อยู่ในระดับสูง และทางเลือกที่ว่านี้ก็คือ การลงทุนในตราสารหนี้ครับ
ในทุกวันนี้ ประเด็นที่เกี่ยวข้องกับ “ภาวะเงินเฟ้อ” หรือภาวะที่ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคในท้องตลาดปรับตัวเพิ่มสูงขึ้น ได้กลายมาเป็นหัวข้อสำคัญและมักจะถูกหยิบยกขึ้นมากล่าวถึงให้นักลงทุนหลายๆ ท่านได้รับฟังกันอยู่บ่อยครั้ง เพราะนอกจากจะส่งผลกระทบต่อการดำรงชีวิตประจำวันแล้ว นักลงทุนยังมีอีกหนึ่งทางเลือกที่น่าสนใจในการสร้างผลตอบแทนให้อยู่ในระดับสูง และทางเลือกที่ว่านี้ก็คือ การลงทุนในตราสารหนี้ครับ
แต่ก่อนอื่นนั้น เราลองมาทำความเข้าใจกันว่า ภาวะเงินเฟ้อ หรือ Inflation ได้เข้ามามีบทบาทหรือส่งผลกระทบต่อชีวิตเราอย่างไรบ้าง โดยตัวอย่างง่ายๆ ที่มักเกิดขึ้นให้พบเห็นอยู่เป็นประจำ ได้แก่ การปรับขึ้นของราคาอาหารนั่นเองครับ ซึ่งจากสถิติในช่วง 10 ปีที่ผ่านมา เราจะพบว่าราคาอาหารที่เคยขายกันอยู่ที่ประมาณจานละ 1520 บาท ก็เพิ่มสูงขึ้นอย่างต่อเนื่อง และล่าสุดเราต้องจ่ายเงินสูงถึง 3040 บาท หรือค่าโดยสารรถเมล์ ที่ปรับค่าตั๋วจาก 3.5 บาท/เที่ยว ในปี 2547 มาอยู่ที่ 8 บาท/เที่ยว ในปัจจุบัน
ดังนั้น ด้วยสถานการณ์ที่ราคาสินค้าอุปโภคบริโภคต่างก็มีทิศทางที่จะปรับตัวเพิ่มสูงขึ้นเพียงอย่างเดียว จึงเป็นเหตุผลให้เราต้องหันมาพึ่งตนเองด้วยการพยายามหาช่องทางการลงทุน ซึ่งตราสารหนี้ถือเป็นทางเลือกหนึ่งที่น่าสนใจ ด้วยเหตุผลหลัก 3 ข้อด้วยกันครับ โดยเหตุผลข้อแรกคือ ผลตอบแทนของตราสารหนี้ดีกว่าเงินเฟ้อ ซึ่งหากเราพิจารณาจากข้อมูลย้อนหลังไปในช่วง 9 ปีที่ผ่านมา (25452554) จะพบว่ามีเพียงปี 2548 เท่านั้นที่ต่ำกว่าการขยายตัวของ Inflation
ประเด็นที่น่าสนใจในลำดับถัดมาคือ ผลตอบแทนของตราสารหนี้ดีกว่าดอกเบี้ยเงินฝาก ซึ่งเมื่อเปรียบเทียบจากข้อมูลในช่วงระยะเวลาเดียวกัน (25452555) จะพบว่า มีเพียงปี 2548 เพียงปีเดียวเช่นกันที่ดอกเบี้ยเงินฝากประจำ 2 ปี อยู่ในระดับที่สูงกว่าผลตอบแทนจากการลงทุนในตราสารหนี้ และยิ่งไปกว่านั้นแล้ว หากเราพิจารณาเฉพาะดอกเบี้ยเงินฝาก จะพบข้อมูลที่น่าสนใจว่าผลตอบแทนที่ได้รับจริงจากดอกเบี้ยเงินฝาก (เมื่อหักด้วยเงินเฟ้อแล้ว) ส่วนใหญ่แล้วอยู่ในระดับที่ติดลบ หรือพูดให้ง่ายขึ้นก็คือ ดอกเบี้ยที่ได้จากการฝากเงินไม่สามารถนำไปซื้อสินค้าที่มีราคาแพงขึ้นตามภาวะเงินเฟ้อได้นั่นเอง และสำหรับประเด็นที่น่าสนใจในข้อสุดท้ายคือ ความเสี่ยงของตราสารหนี้อยู่ในระดับต่ำ เมื่อเปรียบเทียบกับการลงทุนในทางเลือกอื่นๆ โดยเฉพาะอย่างยิ่งกับตราสารหนี้ที่ออกโดยรัฐบาลด้วยแล้ว เราถือว่าเป็นตราสารที่ปราศจากความเสี่ยงที่จะไม่ได้รับเงินต้นคืน (Default Risk)
แต่ทั้งนี้ผู้ลงทุนต้องทำความเข้าใจก่อนว่าตราสารหนี้ยังคงมีความเสี่ยงด้านอื่นๆ อยู่บ้าง ดังนั้นการศึกษาหาข้อมูลและตัดสินใจเลือกลงทุนอย่างรอบคอบ จึงถือเป็นข้อปฏิบัติข้อแรกที่ต้องให้ความสำคัญและไม่ควรมองข้ามครับ







