
ยันโรงไฟฟ้าไม่ใช่สาเหตุปัญหาหมอกควัน
กฟผ.ยันโรงไฟฟ้าแม่เมาะไม่ใช่ต้นเหตุของปัญหาหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือ
กฟผ.ยันโรงไฟฟ้าแม่เมาะไม่ใช่ต้นเหตุของปัญหาหมอกควันในพื้นที่ภาคเหนือ
นายธาตรี ริ้วเจริญ ผู้อำนวยการฝ่ายสื่อสารองค์การ การไฟฟ้าฝ่ายผลิตแห่งประเทศไทย (กฟผ.) เปิดเผยว่า ภาวะหมอกควันทีเกิดขึ้นในพื้นที่9 จังหวัดภาคเหนือช่วงเดือนก.พ.-มี.ค. 2556 มีสาเหตุหลักมาจากการเผาป่าและพื้นที่ทางการเกษตร ไม่ใช่เกิดจากโรงไฟฟ้าแม่เมาะ จ.ลำปาง เนื่องจากสภาพภูมิประเทศของภาคเหนือที่มีภูเขาล้อมรอบ ไม่เอื้ออำนวยต่อการระบายควันไฟที่เกิดจากการเผา ทำให้ควันที่เกิดจากการเผามีการสะสมในอากาศมาก
สำหรับในพื้นที่รอบอ.แม่เมาะ และตัวเมืองจ.ลำปาง จากการตรวจสอบจุดความร้อนสะสม หรือฮอตสปอต (Hotspot) ซึ่งเป็นวิธีตรวจสอบจุดเกิดความร้อนจากเพลิงไหม้โดยดาวเทียม พบว่าเกิดไฟป่าบนพื้นที่ภูเขาในหลายบริเวณ รวมถึงมีการเผาพื้นที่ทางการเกษตรอย่างต่อเนื่อง และกระแสลมได้พัดควันไฟมาปกคลุมในพื้นที่อำเภอแม่เมาะ ทำให้บริเวณดังกล่าวมีหมอกควันมาก
นอกจากนี้ จากผลการตรวจวัดคุณภาพอากาศของสถานีตรวจวัดอากาศทั้งของกรมควบคุมมลพิษ และ กฟผ. แม่เมาะ 11 สถานี ซึ่งมีการเก็บข้อมูลต่อเนื่องทุกวันพบว่า ค่าเฉลี่ยความเข้มข้นของก๊าซซัลเฟอร์ไดออกไซด์ในเวลา 24 ชั่วโมง มีค่าไม่เกิน 300 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ค่าเฉลี่ยความเข้มข้นของก๊าซไนโตรเจนไดออกไซด์ในเวลา 1 ชั่วโมง มีค่าไม่เกิน 780 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร และค่าเฉลี่ยฝุ่นละอองรวม (TSP) ในเวลา 24 ชั่วโมง มีค่าไม่เกิน 330 ไมโครกรัมต่อลูกบาศก์เมตร ซึ่งผลสรุปคุณภาพอากาศรวม มีค่าอยู่ในเกณฑ์ดีกว่ามาตรฐานกำหนดของคณะกรรมการสิ่งแวดล้อมแห่งชาติ
นายธาตรี กล่าวว่า ที่ผ่านมาโรงไฟฟ้าแม่เมาะได้จัดกิจกรรมที่ช่วยรณรงค์ลดการเผาป่า อาทิ เดินรณรงค์ ไม่เผาป่า รวมพลังทำแนวกันไฟป่า การประชุมเชิงปฏิบัติการการป้องกันและระงับไฟป่า ตลอดจนการประชาสัมพันธ์สายด่วนของกรมบรรเทาสาธารณภัย 1784 รวมถึงชุดปฏิบัติการของสวนป่าแม่เมาะหมายเลข 084-3635466 รับแจ้งปัญหาไฟป่าและการเผาในพื้นที่ชุมชน สำหรับประชาชนโดยทั่วไปสามารถตรวจสอบจุดฮอท สปอต ได้ที่ กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช รวมถึงรับทราบข้อมูลคุณภาพอากาศในพื้นที่อำเภอแม่เมาะได้ที่ กรมควบคุมมลพิษ







