
ส่งออกปีนี้ติดหล่มเจอบาทแข็ง
พาณิชย์ห่วงบาทแข็งฉุดยอดส่งออกโตต่ำเป้า เอกชนแนะรัฐบาลใช้มาตรการเบา ต่างชาติดาหน้าซื้อตราสารหนี้
พาณิชย์ห่วงบาทแข็งฉุดยอดส่งออกโตต่ำเป้า เอกชนแนะรัฐบาลใช้มาตรการเบา ต่างชาติดาหน้าซื้อตราสารหนี้
กระทรวงพาณิชย์รายงานต่อที่ประชุมคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 26 มี.ค. ว่า มีความเป็นห่วงการส่งออกในปีนี้ที่ตั้งเป้าหมายไว้ว่าจะขยายตัว 8-9% คิดเป็นมูลค่า 2.5 แสนล้านเหรียญสหรัฐ อาจโตไม่ถึงเป้าหมาย เนื่องจากมีปัจจัยเสี่ยงเรื่องค่าเงินบาทที่แข็งค่าอย่างรวดเร็วและรุนแรง ทำให้การกำหนดราคาสินค้ายาก และแพงกว่าประเทศคู่แข่ง
ทั้งนี้ ตั้งแต่ต้นปีที่ผ่านมาค่าเงินบาทแข็งค่าขึ้น 5% หลุดกรอบ 29 บาทต่อเหรียญสหรัฐลงมา จากเงินทุนไหลเข้าต่างชาติที่มาลงทุนในตลาดพันธบัตรกว่าแสนล้านบาท
สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า กระทรวงพาณิชย์ วิเคราะห์ปัจจัยภายนอกที่จะมีผลกระทบต่อการส่งออกของไทย ได้แก่ 1.เศรษฐกิจกลุ่มประเทศยุโรปมีแนวโน้มเข้าสู่ภาวะถดถอย2.เศรษฐกิจจีนเริ่มฟื้นตัว แต่มีแนวโน้มเติบโตอย่างเชื่องช้า ขณะที่จีนเป็นคู่ค้าสำคัญของไทย
3.เศรษฐกิจญี่ปุ่นเริ่มส่งสัญญาณฟื้นตัวอย่างต่อเนื่อง จากจากการส่งออกเดือนม.ค.2556 ที่ปรับตัวดีขึ้น และความพยายามผลักดันงบประมาณพิเศษเพื่อกระตุ้นเศรษฐกิจในเดือนก.พ.นี้ และ4.ความวิตกกังวลต่อความผันผวนของอัตราแลกเปลี่ยนและการแข็งค่าของค่าเงินบาท
นายบุญทรง เตริยาภิรมย์ รมว.พาณิชย์ กล่าวว่า ค่าเงินบาทที่แข็งค่ายังไม่กระทบต่อการส่งออกในไตรมาสแรก แต่ต้องติดตามผลต่อไปอย่างใกล้ชิด ในเดือน พ.ค.นี้ จะมีการทบทวนเป้าหมายส่งออก เพราะได้เรียกประชุมผู้อำนวยการสำนักงานส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (ทูตพาณิชย์) ทั่วโลก
“พาณิชย์ยังคงยืนยันเป้าหมายการส่งออกปี 2556 ขยายตัวระดับ 8-9% มูลค่า 2.47-2.5 แสนล้านเหรียญสหรัฐ” นายบุญทรง กล่าว
นายนิวัฒน์ กาญจนภูมินทร์ กรรมการผู้จัดการ สมาคมตลาดตราสารหนี้ไทย กล่าวว่า ควรใช้มาตรการลงทะเบียนผู้นำเงินมาซื้อพันธบัตรเพื่อดูแลเงินทุนไหลเข้าถือเป็นมาตรการเบา ต่างประเทศ เช่น อินเดียหรือจีนก็ใช้ เป็นมาตรการที่ไม่มีผลกระทบต่อตลาดหุ้น
นายเมธี สุภาพงษ์ ผู้อำนวยการอาวุโส ฝ่ายนโยบายเศรษฐกิจการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) กล่าวว่า เดือน เม.ย.นี้ ธปท.จะทบทวนอัตราการขยายตัวของเศรษฐกิจไทยปีนี้ เนื่องจากมีปัจจัยทางเศรษฐกิจที่เปลี่ยนแปลงในทางที่ดี







