
เสน่ห์
หลายต่อหลายคนจับตาการเดินทางเยือนเมียนมาร์ของบิ๊กบอส “กูเกิล” เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ซึ่งเป็นทริปแรกที่ผู้บริหารยักษ์เทคโนโลยีอเมริกันที่ไปเยือนประเทศแห่งนี้
หลายต่อหลายคนจับตาการเดินทางเยือนเมียนมาร์ของบิ๊กบอส “กูเกิล” เมื่อไม่กี่วันที่ผ่านมา ซึ่งเป็นทริปแรกที่ผู้บริหารยักษ์เทคโนโลยีอเมริกันที่ไปเยือนประเทศแห่งนี้
“อีริก ชมิดต์” ประธานบริหารของกูเกิล บอกว่าจะทำงานร่วมกับภาคเอกชนของเมียนมาร์ เพื่อช่วยพัฒนาเซ็กเตอร์โทรคมนาคมที่ยังล้าหลัง แต่มีศักยภาพทางธุรกิจอย่างมาก โดยจะเน้นพัฒนาโครงสร้างพื้นฐาน
เขายังย้ำในระหว่างปาฐกถาที่มหาวิทยาลัยในย่างกุ้งด้วยว่า รัฐบาลจะต้องเปิดให้ภาคเอกชนเข้ามาลงทุนในอุตสาหกรรมนี้ อีกทั้งต้องดำเนินการอย่างรวดเร็ว และใช้เครือข่าย 3จี และ 4จี ที่เอื้อต่อการรับส่งข้อมูล ซึ่งจะช่วยพัฒนาระบบการสื่อสารในประเทศได้มาก
ก่อนหน้านี้ การติดต่อสื่อสารถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อนภายใต้การปกครองในระบอบทหารที่ผูกขาดไว้เองทั้งหมด ทำให้ราคาซิมการ์ดสูงถึง 150350 เหรียญสหรัฐ เทียบกับในไทยที่ราคาอยู่ที่ 4 เหรียญสหรัฐ ชาวเมียนมาร์จึงไม่สามารถเข้าถึงระบบโทรศัพท์ได้ง่ายนัก
แต่ตอนนี้สถานการณ์เปลี่ยนไปแทบจะเป็นหนังคนละม้วน เพราะรัฐบาลชุดนี้เปิดให้นักลงทุนเอกชนมากขึ้น รวมถึงเอกชนต่างชาติที่ต้องการประมูลใบอนุญาต ทั้งยังให้คำมั่นว่าราคาซิมการ์ดจะค่อยๆ ลดลงจนเหลือไม่กี่เหรียญ
นี่หมายถึงโอกาสมหาศาลสำหรับกูเกิล เจ้าของระบบแอนดรอยด์ที่เข้ามาลงหลักปักฐานในตลาดสมาร์ตโฟนของเมียนมาร์ก่อนแล้ว เพราะมือถือราคาถูกที่เข้ามาในตลาดนั้น ส่วนใหญ่เป็นโทรศัพท์ระบบแอนดรอยด์
ทั้งนี้ ประชากร 60 ล้านคนของเมียนมาร์ มีเพียง 5.4 ล้านคน ที่เป็นเจ้าของโทรศัพท์มือถือ แบรนด์ชั้นนำในตลาดเมียนมาร์ ได้แก่ “หัวเว่ย” ของจีน และ “ซัมซุง” ของเกาหลีใต้ ที่ใช้ระบบปฏิบัติการแอนดรอยด์ของกูเกิล
ขณะที่รัฐบาลเมียนมาร์มีเป้าหมายที่จะเพิ่มสัดส่วนการเป็นเจ้าของมือถือให้อยู่ที่ 80% ของจำนวนประชากรทั้งหมด ภายในปี 2559 จากตอนนี้ที่มีแค่ 9% ยิ่งตอกย้ำโอกาสธุรกิจของกูเกิลที่จะตามมา
ล่าสุด บริษัทให้ความสำคัญกับข้อมูลข่าวสารเป็นอันดับแรก โดยเพิ่งเปิดตัวเสิร์ชเอนจินที่ใช้โดเมนของเมียนมาร์ google. com.mm และมีแผนจะนำเสนอเนื้อหาที่เป็นภาษาเมียนมาร์ รวมถึงบริการแผนที่
พร้อมกันนี้ บิ๊กบอสกูเกิลยังเรียกร้องให้รัฐบาลเลิกควบคุมอินเทอร์เน็ต แต่ควรจะเปิดกว้างมากขึ้น เพื่อรับฟังเสียงของประชาชน
ไม่เพียงแต่กูเกิล บริษัทอเมริกัน “ซิสโก้” ก็ประกาศตั้งศูนย์ฝึกอบรมในเมียนมาร์เช่นกัน สะท้อนความสนใจของเหล่ายักษ์เทคโนโลยีที่มีต่อเมียนมาร์







