posttoday
เรื่องที่มักเข้าใจผิดเกี่ยวกับยื่นภาษี

เรื่องที่มักเข้าใจผิดเกี่ยวกับยื่นภาษี

20 มีนาคม 2556

เข้าสู่โค้งสุดท้ายของการยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดากันแล้วนะคะ ท่านใดที่ยังไม่ได้ยื่นภาษีก็ต้องรีบแล้วค่ะ เพราะเหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว และแน่นอนว่าในการเตรียมตัวยื่นภาษีนั้นต้องรวบรวมข้อมูลทั้งหมดที่มี รวมทั้งเอกสารหนังสือรับรองต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ท่านใดที่ยื่นภาษีเรียบร้อยแล้วก็สบายไป ส่วนท่านใดที่ยังไม่ได้ยื่น การยื่นแบบกระดาษจะทำได้ภายในวันที่ 1 เม.ย. 2556 นี้ ส่วนการยื่นทางอินเทอร์เน็ตจะทำได้ถึงวันที่ 9 เม.ย. 2556 ค่ะ

เข้าสู่โค้งสุดท้ายของการยื่นภาษีเงินได้บุคคลธรรมดากันแล้วนะคะ ท่านใดที่ยังไม่ได้ยื่นภาษีก็ต้องรีบแล้วค่ะ เพราะเหลือเวลาอีกไม่มากแล้ว และแน่นอนว่าในการเตรียมตัวยื่นภาษีนั้นต้องรวบรวมข้อมูลทั้งหมดที่มี รวมทั้งเอกสารหนังสือรับรองต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง ท่านใดที่ยื่นภาษีเรียบร้อยแล้วก็สบายไป ส่วนท่านใดที่ยังไม่ได้ยื่น การยื่นแบบกระดาษจะทำได้ภายในวันที่ 1 เม.ย. 2556 นี้ ส่วนการยื่นทางอินเทอร์เน็ตจะทำได้ถึงวันที่ 9 เม.ย. 2556 ค่ะ

โดยทั่วไปการยื่นภาษีแล้วได้รับเงินคืนช้ามักมาจากการยื่นข้อมูลไม่ครบหรือส่งเอกสารยังไม่ครบถ้วน ก็มีบ้างทั้งที่ลืมและก็มีทั้งที่เข้าใจผิดค่ะ ดังนั้น เพื่อให้การยื่นเสียภาษีสะดวกรวดเร็ว ลองมาดูกันว่าเรื่องเข้าใจผิดเกี่ยวกับการยื่นภาษีมีอะไรกันบ้าง

1.เข้าใจว่าไม่ต้องยื่นภาษี คนส่วนใหญ่มักจำว่าต้องมีรายได้ตั้งแต่เงินเดือน 2 หมื่นขึ้นไป หรือรายได้รวมปีละ 2.4 แสนบาท จึงจะเริ่มต้องเสียภาษี แต่จริงๆ แล้วหน้าที่ในการยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีนั้น ถ้าคนโสดมีรายได้ปีละ 3 หมื่นบาท หรือมีรายได้จากเงินเดือนทั้งปี ปีละตั้งแต่ 5 หมื่นบาทขึ้นไป ก็มีหน้าที่ที่จะต้องยื่นเสียภาษีแล้วค่ะ ส่วนกรณีคู่สมรสจดทะเบียนก็จำง่ายๆ ว่าคูณสองเข้าไป คือกรณีมีรายได้ทั้งปีตั้งแต่ 6 หมื่นบาทขึ้นไป หรือรายได้จากเงินเดือน 1 แสนบาท ก็ต้องมีหน้าที่ยื่นแบบแสดงรายการเสียภาษีเช่นเดียวกันค่ะ

2.มีรายได้อื่นแต่ยื่น ภ.ง.ด.91 ในการยื่นเสียภาษีจะมีแบบในการยื่น 2 แบบให้เลือก นั่นคือ ภ.ง.ด.90 และ ภ.ง.ด.91 ค่ะ ถ้ามีรายได้จากมนุษน์เงินเดือนอย่างเดียว เช่น มีรายได้พวกเงินเดือน โบนัส ก็ให้ใช้แบบ ภ.ง.ด.91 ส่วนถ้าใครมีรายได้อื่นด้วย เช่น มีเงินปันผล มีรายได้ค่าเช่า ก็ให้ยื่น ภ.ง.ด.90 หรือใครที่ไม่ได้มีรายได้จากเงินเดือนเลย มีแต่รายได้ประเภทอื่นก็ให้ยื่น ภ.ง.ด.90 เช่นกันค่ะ ในการยื่นเสียภาษีแต่ละปีเป็นไปได้ว่าเราอาจมีรายได้แตกต่างกัน เช่น ปีที่แล้วทำงานเป็นมนุษย์เงินเดือนอย่างเดียวก็ยื่นแบบ ภ.ง.ด.91 ส่วนปีนี้ตัดสินใจเล่นหุ้นด้วย มีรายได้จากเงินปันผลเพิ่มเข้ามาก็ต้องยื่นแบบ ภ.ง.ด.91 ค่ะ ดังนั้น จะใช้แบบ ภ.ง.ด.ใดในการยื่นเสียภาษีก็จะขึ้นอยู่กับประเภทเงินได้ของเราค่ะ ซึ่งการยื่นแบบที่ถูกต้องก็ทำให้ประหยัดเวลา ไม่ต้องไปเสียเวลาแก้แบบค่ะ

3.หักลดหย่อนคุณพ่อคุณแม่ผิด บางคนเข้าใจว่าคุณพ่อคุณแม่อายุเกิน 60 ปีแล้ว สามารถหักลดหย่อนท่านได้คนละ 3 หมื่นบาท โดยลืมดูรายได้ของท่านค่ะว่าต้องไม่เกิน 3 หมื่นด้วย ดังนั้น ถ้าคุณพ่อคุณแม่ยังมีรายได้อยู่ เช่น เป็นข้าราชการบำนาญหรือมีรายได้อื่น เช่น เล่นหุ้นได้เงินปันผล ก็ต้องตรวจให้ดีๆ ว่ารายได้ของท่านเกิน 3 หมื่นบาทต่อปีหรือเปล่า ถ้าเกินก็จะไม่สามารถใช้สิทธิหักลดหย่อนได้ค่ะ นอกจากนี้ สิ่งที่ต้องเช็กอีกอย่างก็คือ พี่น้องเราได้ใช้สิทธิลดหย่อนนี้ไปแล้วหรือยัง เพราะสิทธินี้ให้ลูกหักลดหย่อนได้คนเดียวค่ะ ถ้าใครมีพี่น้องหลายคนก็อย่าลืมถามๆ กันหน่อยนะคะว่ามีคนไหนใช้สิทธิไปแล้วหรือยัง จะได้ไม่ใช้ซ้ำกัน เพราะสรรพากรเขาตรวจสอบได้จากเลขที่บัตรประชาชนค่ะ

4.ประกันสุขภาพคุณพ่อคุณแม่ต้องดูอายุด้วย หลายคนอยากเป็นลูกกตัญญู อยากซื้อประกันสุขภาพให้บิดามารดา ส่วนตัวเองก็จะได้นำมาหักลดหย่อนภาษีด้วย แต่คนทั่วไปมักจำผิดว่านอกจากบิดามารดาต้องมีรายได้ไม่เกินปีละ 3 หมื่นบาทแล้ว ยังต้องมีอายุเกิน 60 ปีด้วย ซึ่งจริงๆ แล้ว สิทธิลดหย่อนในข้อนี้ไม่มีข้อจำกัดในเรื่องของอายุค่ะ มีแต่เรื่องรายได้อย่างเดียว ทั้งนี้ วงเงินที่หักลดหย่อนได้ต้องไม่เกิน 1.5 หมื่นบาทนะคะ ซึ่งตรงนี้หากพี่น้องเราก็ซื้อประกันสุขภาพให้คุณพ่อคุณแม่ด้วย ก็ต้องมาเฉลี่ยกันค่ะ

5.ขายกองทุน RMF LTF ถูกเงื่อนไขก็ไม่ต้องยื่นแบบ บางคนอายุครบเกณฑ์ 55 ปีบริบูรณ์ ลงทุนและถือกองทุนรวมเพื่อการเลี้ยงชีพ (RMF) ถูกต้องตามเงื่อนไข หรือลงทุนและถือกองทุนรวมหุ้นระยะยาว (LTF) ครบ 5 ปีปฏิทิน ตามข้อกำหนดแล้ว เข้าใจว่าเวลาขายคืนออกไปก็ไม่ต้องยื่นแบบอีก แต่จริงๆ แล้วเวลาขายคืนแล้วมีรายได้เข้ามา ท่านมีหน้าที่ต้องยื่นแสดงรายได้ที่ได้รับจากการขายคืนหน่วยลงทุนด้วยค่ะ โดยให้ยื่นแบบ ภ.ง.ด.90 ซึ่งกรณีลงทุนถูกต้องถือหน่วยลงทุนครบตามอายุที่กฎหมายกำหนด กำไรที่ได้รับก็ได้รับยกเว้นไม่ต้องเสียภาษีค่ะ นอกจากนี้ กำไรจากการขายหน่วยลงทุนตรงนี้ยังสามารถนำมารวมนับเป็นรายได้ที่เราจะซื้อกองทุน RMF และกองทุน LTF ในปีที่ขายได้อีกด้วยค่ะ

รู้อย่างนี้แล้วก่อนยื่นภาษีก็อย่าลืมตรวจสอบนะคะว่าเรายื่นแบบถูกต้องหรือไม่ ใช้สิทธิลดหย่อนครบถ้วนหรือเปล่า ถ้ายื่นแบบถูกต้อง เอกสารแนบครบถ้วน ก็หมดห่วง ไม่ต้องถูกทวงเอกสารจากสรรพากรค่ะ

ข่าวล่าสุด

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน

สันติธารชู 3 แผนสร้างเสถียภาพพลังงาน ชงอาเซียนผนึกทุนสู้โลกร้อน