posttoday
บีทีเอสตุน3หมื่นล้านลุยโครงการใหม่

บีทีเอสตุน3หมื่นล้านลุยโครงการใหม่

19 มีนาคม 2556

บีทีเอสเผยเตรียมนำเงินจากการเสนอขายกองทุนบีทีเอสโกรทไปลงทุนโครงการใหม่

บีทีเอสเผยเตรียมนำเงินจากการเสนอขายกองทุนบีทีเอสโกรทไปลงทุนโครงการใหม่

นายคีรี  กาญจนพาสน์  ประธานกรรมการและประธานกรรมการบริหาร บริษัท บีทีเอส กรุ๊ป โฮลดิ้งส์  หรือ BTS   เปิดเผยว่า  บริษัทจะนำเงินที่ได้จากการเสนอขายกองทุนรวมโครงสร้างพื้นฐานระบบขนส่งมวลชนทางรางบีทีเอส โกรท (BTSGIF) มูลค่าประมาณ 6-6.25 หมื่นล้านบาท นำไปซื้อหน่วยลงทุนของกองทุน 33%  มูลค่าประมาณ 2-2.1 หมื่นล้านบาท ชำระหนี้หุ้นกู้ประมาณ 9,000 ล้านบาทและที่เหลือ 3 หมื่นล้านบาท เตรียมนำไปลงทุนในโครงการใหม่

"ตอนนี้เราพร้อมที่จะประมูลโครงการใหม่ๆ ของรัฐบาลทั้งโครงการส่วนต่อขยายสายสีเขียว จากหมอชิตไปสะพานใหม่ และจากแบร์ริ่งไปสมุทรปราการ สายสีชมพู จากแครายไปมีนบุรี และรถไฟฟ้าขนาดเบาจากบางนาไปท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ โดยหากเงินไม่พอก็จะกู้เงินเพิ่มเติมได้ เนื่องจากปัจจุบันบริษัทแทบไม่มีหนี้เหลือแล้ว"นายคีรี กล่าว

นอกจากนี้ภายใน 1-2 เดือนนี้จะประชุมเพื่อพิจารณาค่าโดยสารรถไฟฟ้า หลังจากไม่ได้ปรับขึ้นมานานแล้ว โดยยืนยันว่าการปรับอัตราค่าโดยสารใหม่จะไม่ปรับสูงเท่าเพดานค่าโดยสารที่ 52 บาทตามที่ กทม.ได้กำหนดเพดานสูงสุดไว้ให้ จากปัจจุบันค่าโดยสารสูงสุดอยู่ที่ 40 บาท

นายคีรี กล่าวว่า หลังขายสินทรัพย์ให้กองทุนแล้ว บริษัท บริษัท ระบบขนส่งมวลชนกรุงเทพ (BTSC) ซึ่งเป็นบริษัทย่อยจะบันทึกกำไรจากการขายสินทรัพย์ให้กองทุนประมาณ 2 หมื่นล้านบาท  ส่วนจะมีการพิจารณาจ่ายเงินปันผลพิเศษให้แก่ผู้ถือหุ้น BTS หรือไม่นั้น ขึ่นอยู่กับคณะกรรมการจะพิจารณา

ทั้งนี้ กองทุน BTSGIF เป็นกองทุนโครงสร้างพื้นฐานกองแรกของไทย มูลค่าเสนอขายสูงสุดในไทย โดยมีบริษัทหลักทรัพย์จัดการกองทุนรวมบัวหลวงบริหารจัดการ และมีบริษัทหลักทรัพย์ภัทร เป็นที่ปรึกษาทางการเงินและรับประกันการจำหน่ายหน่วยลงทุน โดยจะเปิดขายนักลงทุนทั่วไปในวันที่  29 มี.ค. -4 เม.ย. 2556 และจะนำหน่วยลงทุนเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยในวันที่ 19 เม.ย.นี้ โดยกองทุนจะลงทุนในรายได้ค่าโดยสารสุทธิจากรถไฟฟ้าสายสีเขียว 2 สายหลัก ได้แก่ สายหมอชิต-อ่อนนุช และสายสะพานตากสิน -สนามกีฬาแห่งชาติ ในช่วงระยะเวลาที่ได้รับสัมปทานถึงวันที่ 4 ธ.ค. 2572

นายอนุวัฒน์ ร่วมสุข ผู้ช่วยกรรมการผู้จัดการ หัวหน้าฝ่ายตลาดตราสารทุน บล.ภัทร เปิดเผยว่า ขณะนี้นักลงทุนสถาบันทั้งในและต่างประเทศจำนวน 20 แห่ง ได้จองซื้อกองทุนในราคาเสนอขายสูงสุดที่ 10.80 บาทต่อหน่วย จำนวน 2,333 ล้านหน่วย หรือ 2.52 หมื่นล้านบาท จากจำนวนเสนอขาย 5,788 ล้านหน่วย

ข่าวล่าสุด

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่

ทีทีบีเตือนยุค AI งานซ้ำเสี่ยงหาย เร่งสร้างทักษะใหม่