
Food Valley สำคัญไฉน?
นโยบายของรัฐบาลได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับด้านอุตสาหกรรมอาหารของไทยและอุตสาหกรรมแปรรูปผลิตผลทางการเกษตร ก็คือ นโยบาย “ครัวไทยสู่ครัวโลก”
นโยบายของรัฐบาลได้ดำเนินการอย่างต่อเนื่องเกี่ยวกับด้านอุตสาหกรรมอาหารของไทยและอุตสาหกรรมแปรรูปผลิตผลทางการเกษตร ก็คือ นโยบาย “ครัวไทยสู่ครัวโลก”
“ครัวไทยสู่ครัวโลก” คือ นโยบายที่มุ่งส่งเสริมให้มีการผลิตอาหารและผลิตภัณฑ์อาหารที่มีคุณภาพและเป็นไปตามความต้องการของผู้บริโภคทั้งในและต่างประเทศ โดยให้ความสำคัญอย่างครบวงจรกับคุณภาพ ความปลอดภัยของอาหารตลอดจนคุณประโยชน์ต่อสุขภาพของผู้บริโภค
คือตั้งเป้าว่าภายใน พ.ศ. 2557 มูลค่าการส่งออกของเกษตรแปรรูปและอาหารของไทยจะสูงกว่า 1.03 ล้านล้านบาท
และในวันนี้เรากำลังพูดถึงนโยบาย “อุทยานอาหาร” หรือ “Food Valley” ที่มีประเทศเนเธอร์แลนด์เป็นต้นแบบ
เพราะประเทศเล็กๆ อย่างเนเธอร์แลนด์เป็นประเทศที่ส่งออกผลผลิตภัณฑ์ทางการเกษตรและอาหารสูงเป็นอันดับ 2 ของโลก รองจากประเทศสหรัฐ มูลค่าการส่งออกเฉพาะด้านผลิตภัณฑ์ทางอาหารคิดเป็น 21% ของมูลค่าการส่งออกทั้งหมดของประเทศ โดยมีการจ้างงานในภาคเกษตรและอาหารกว่า 6 แสนคนและมีผลิตภัณฑ์มวลรวม (GDP) ในสาขาดังกล่าวกว่า 5.3 หมื่นล้านยูโร (หรือ 2 ล้านล้านบาท)
ความสำคัญนี้ทำให้เนเธอร์แลนด์กลายเป็น “ตัวอย่าง” หรือ Best Practice ของประเทศต่างๆ ที่มีศักยภาพในเรื่องของผลิตภัณฑ์อาหาร
แนวความคิดเรื่อง Food Valley ของเนเธอร์แลนด์เกิดขึ้นในปี ค.ศ. 2004 (พ.ศ. 2547) โดยจัดตั้งเป็นองค์กรอิสระในรูปของ “มูลนิธิ” ซึ่งได้รับการสนับสนุนงบประมาณทั้งจากภาครัฐและเอกชน ทั้งนี้มีบริษัทเอกชน สถาบันการศึกษาและสถาบันวิจัยต่างๆ ให้การสนับสนุนด้านเครือข่ายความร่วมมือและองค์ความรู้ที่เกี่ยวข้อง โดยเฉพาะอย่างยิ่ง “มหาวิทยาลัย Wageningen” ซึ่งเป็นสถาบันการศึกษาที่เชี่ยวชาญด้านเกษตรและอาหาร ทำหน้าที่ผลิตบุคลากรด้านอุตสาหกรรมอาหารและการวิจัยป้อนหน่วยงานต่างๆ ใน Food Valley
ปัจจุบัน Food Valley มีนักวิทยาศาสตร์กว่า 8,000 คน กระจายอยู่ในบริษัทอุตสาหกรรมอาหาร 70 แห่ง และสถาบันวิจัย 20 แห่งในพื้นที่เมือง Wageningen
การบริหารงานของ Food Valley เป็นรูปแบบของคณะกรรมการ “Triple Helix” ซึ่งประกอบด้วย 3 ภาคส่วน คือ ภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม (เอกชน) และสถาบันวิจัยโดยบุคลากรทั้ง 3 ภาค หมุนเวียนผลัดเปลี่ยนกันเป็นกรรมการเพื่อการเรียนรู้และบริหารจัดการโดยมีประสบการณ์จากการปฏิบัติงานในภาคต่างๆ เป็นพื้นฐานเพื่อมาบูรณาการกัน
จุดเริ่มต้นที่สำคัญของการเป็น Food Valley คือการรวมกลุ่มของธุรกิจอุตสาหกรรมอาหารในพื้นที่ Wageningen จำนวน 120 ราย ที่ต้องการเปลี่ยนแปลงไปสู่ธุรกิจที่มีมูลค่าเพิ่มขึ้น โดยร่วมกันจัดกิจกรรมพบปะสังสรรค์ ประชุมแลกเปลี่ยนความรู้ประสบการณ์และศึกษาดูงานตามสถานที่ต่างๆ ก่อนที่จะได้รับการสนับสนุนงบประมาณอย่างเป็นทางการจากภาครัฐ และการจัดตั้งองค์กร Food Valley จากการรวมตัวของภาคส่วนต่างๆ เพื่อบริหารจัดการ
ภายใต้ Food Valley ได้มีการจัดตั้งองค์กรที่เรียกว่า “Top Institute Food & Nutrition” (TIFN) ซึ่งเป็นความร่วมมือระหว่างภาครัฐ ภาคอุตสาหกรรม 20 แห่ง และสถาบันวิจัยจำนวน 6 แห่ง เพื่อสร้างผลงานวิจัยและนวัตกรรมในเชิงพาณิชย์ร่วมกัน
หน่วยงาน TIFN เน้นการวิจัยสู่ภาคอุตสาหกรรมใน 4 หัวข้อหลัก ได้แก่ โภชนาการและสุขภาพ (Nutrition and Health) รสสัมผัสและโครงสร้าง (Sensory and Structure) องค์ประกอบทางชีวภาพและหน้าที่ (Bioingredients and Functionality) ความยั่งยืนและความเป็นพลวัตของห่วงโซ่อาหาร (Food Chain Sustainability and Dynamics) ปัจจุบัน TIFN มีผลงานวิชาการกว่า 1,000 เรื่อง มีสิทธิบัตรใน 21 สาขา สร้างรายได้รวมในปี ค.ศ. 2010 (พ.ศ. 2553) มากกว่า 27 ล้านยูโร
จุดเด่นของ Food Valley คือ งานวิจัยที่สามารถไปสู่ภาคปฏิบัติในโรงงานได้จริงเพื่อขายสู่ตลาด นอกจากนี้ยังจัดประกวดผลงานวิจัยและนวัตกรรมทุกปี
ทุกวันนี้พูดถึงศักยภาพของไทยเราคงไม่แพ้ใครในโลก จะมีข้อกังขาก็เพียงแต่ “ความร่วมมือในเชิงบูรณาการงานเพื่อผลสัมฤทธิ์” และ “งานวิจัยที่มีผลในเชิงพาณิชย์และอุตสาหกรรม” เท่านั้นเอง ครับผม !







