
ยกไทยวางมาตรฐานเกษตร
สร้างเอกภาพชาติสมาชิกอาเซียนเอื้อนำเข้าส่งออกคล่องตัวรวดเร็ว
สร้างเอกภาพชาติสมาชิกอาเซียนเอื้อนำเข้าส่งออกคล่องตัวรวดเร็ว
อังกฤษกระตุ้นไทยเป็นผู้นำสร้างมาตรฐานกลางด้านการเกษตรของอาเซียน
นายเดวิด ฮีท รมช.กิจการเกษตรและอาหาร กระทรวงสิ่งแวดล้อม อาหาร และกิจการท้องถิ่น สหราชอาณาจักร เปิดเผยว่า ต้องการให้ไทยเป็นผู้นำของอาเซียนในการแก้ปัญหาเรื่องมาตรฐานสินค้าอาหารและเกษตร เนื่องจากแต่ละประเทศในกลุ่มอาเซียนมีการกำหนดมาตรฐานที่แตกต่างกัน
หากสามารถทำเป็นมาตรฐานเดียวกันได้ทั้งหมด จะส่งผลดีต่อการนำเข้าและส่งออกสินค้าเกษตรภายในภูมิภาคและผู้นำเข้านอกภูมิภาคด้วย
ทั้งนี้ ที่ผ่านมาในสหภาพยุโรป (อียู)ได้มีการปรับมาตรฐาน เช่น กฎระเบียบในการนำเข้าสินค้าเกษตร การควบคุมการนำเข้าสินค้าเกษตร รวมถึงมาตรฐานด้านอาหาร เป็นมาตรฐานเดียวกันทั้งภูมิภาค ซึ่งช่วยลดอุปสรรคด้านการค้า ขณะที่ประเทศกลุ่มอาเซียนยังมีความแตกต่างด้านนี้อยู่มาก
การเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี) ในปี 2558 ประเทศไทยถือว่ามีบทบาทสำคัญมากในภูมิภาค โดยอังกฤษจะใช้ประโยชน์จากการมีความสัมพันธ์ที่ดีกับไทย เพื่อสานสายสัมพันธ์อันดีกับประเทศอื่นในภูมิภาคนี้ต่อไป
นายฮีท แสดงความคิดเห็นเกี่ยวกับการเจรจาเปิดการค้าเสรี (เอฟทีเอ) ระหว่างไทยอียู ว่า เชื่อว่าจะส่งผลดีต่อประเทศในทั้งสองภูมิภาค โดยอังกฤษจะให้การสนับสนุนอย่างเต็มที่เพื่อให้เกิดความสัมพันธ์ทางการค้าที่ดีระหว่างกัน
เนื่องจากอังกฤษเป็นตลาดสินค้าเกษตรที่สำคัญของประเทศไทย ขณะที่ไทยก็เป็นตลาดส่งออกสำคัญของอังกฤษในด้านเทคโนโลยีการเกษตร ดังนั้นจึงพร้อมที่จะดำเนินการผลักดันให้บรรลุข้อตกลงการค้า เพื่อประโยชน์ของทั้งสองฝ่าย
ด้านการลงทุน ปัจจุบันมีทั้งบริษัทไทยที่ไปลงทุนด้านอุตสาหกรรมการเกษตรในอังกฤษและบริษัทอังกฤษเข้ามาลงทุนทำธุรกิจหลายด้านในประเทศไทย ซึ่งทั้งสองฝ่ายมีแผนที่จะขยายการลงทุนระหว่างกันมากขึ้นในอนาคตและถือเป็นสัญญาณที่ดี โดยอังกฤษมีสำนักงานการค้าการลงทุนที่ทำงานใกล้ชิดกับสถานทูต เพื่ออำนวยความสะดวกให้นักลงทุน และพร้อมให้การสนับสนุนหาพันธมิตรทางธุรกิจให้กับนักลงทุนที่สนใจด้วย
นายฮีท กล่าวต่อถึงแนวโน้มในธุรกิจการเกษตรว่า ผู้บริโภคชาวอังกฤษมีความต้องการสินค้าที่มีคุณภาพ มาตรฐานมากขึ้น สามารถตรวจสอบย้อนกลับไปที่แหล่งกำเนิดได้ เมื่อสินค้าเกษตรมีปัญหาขึ้นมา ดังนั้นผู้ผลิตจำเป็นต้องปรับตัวให้เข้ากับความต้องการใหม่ๆ ในระยะกลาง เพื่อตอบโจทย์ความต้องการลูกค้าได้ตรงประเด็น
ขณะที่ในระยะยาวผู้ผลิตสินค้าการเกษตรจะต้องเน้นการผลิตแบบยั่งยืน รักษาสิ่งแวดล้อม และคำนึงถึงคุณภาพ มาตรฐานให้มากที่สุด







