
De Monte กาแฟไทยพร้อมโกอินเตอร์
โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล
โดย...ชลธิชา ภัทรสิริวรกุล
ภาพรวมการตลาดธุรกิจร้านกาแฟในช่วงระยะเวลา 34 ปีที่ผ่านมานี้ มีอัตราการเติบโตรวดเร็วอย่างเห็นได้ชัด ขณะเดียวกันกระแสความนิยมการดื่มกาแฟของคนไทยก็เริ่มเปลี่ยนแปลงไป หันมานิยมเข้าร้านกาแฟสดคั่วบดจากเดิมที่นิยมดื่มกาแฟสำเร็จรูป นั่นเองจึงทำให้ธุรกิจร้านกาแฟยังมีแนวโน้มที่สดใส
พรรณพัชร กองจริต เจ้าของบริษัท กาแฟเดอ มอนเต้ ผู้ประกอบการเอสเอ็มอีไทยที่สะสมประสบการณ์ธุรกิจร้านกาแฟมานานหลายปี ภายใต้แฟรนไชส์ “ภูน้ำหนาว” ที่รู้จักกันดีในพื้นที่ อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ และพื้นที่ชายแดน เนื่องจากมีแฟรนไชส์กระจายมากถึง 60 สาขา ขณะนี้กำลังมุ่งทำตลาดกาแฟสำเร็จรูป 3 อิน 1 และส่งไปขายต่างประเทศ
สำหรับกาแฟสำเร็จรูป 3 อิน 1 ที่กำลังพัฒนาขึ้น จะส่งไปลองตลาดในประเทศจีน เพราะจีนยังไม่นิยมบริโภคกาแฟสด นอกจากนี้ยังเห็นว่าตลาดจีนยังใหม่และมีขนาดใหญ่ จึงน่าจะมีโอกาสที่จะเข้าไปชิงส่วนแบ่งการตลาดได้ไม่ยากนัก เพราะมั่นใจว่ารสชาติ กาแฟไทยมีความโดดเด่นกว่าประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน ทั้งเรื่องของความหอมและความเข้มข้น โดยใช้ชื่อแบรนด์ว่า “เดอ มอนเต้”
ทั้งนี้ บริษัทเตรียมก่อสร้างโรงงานผลิตเป็นของตัวเองที่ อ.เขาค้อ จ.เพชรบูรณ์ ใช้เงินลงทุนกว่า 10 ล้านบาท ปัจจุบันใช้เครื่องคั่วบดขนาดเล็ก คาดว่าจะแล้วเสร็จภายในปีนี้ ก่อนพร้อมเริ่มกำลังการผลิตอย่างจริงจังในปี 2558 และที่สำคัญร้านกาแฟเดอ มอนเต้ ตั้งอยู่บนถนนทางหลวงหมายเลข 12 หรือเส้น R12 (พิษณุโลกหล่มสัก) ซึ่งอยู่ในเส้นอีสคอร์ริดอร์ที่สามารถเชื่อมไปประเทศเพื่อนบ้านอย่างลาว พม่า และทะลุไปถึงประเทศจีน
พรรณพัชร มั่นใจว่า กาแฟพันธุ์ไทยแท้อย่าง เดอ มอนเต้ มีความพร้อมที่จะเข้าสู่การแข่งขันในตลาดอาเซียน โดยกำลังเร่งสร้างแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักและยอมรับทั้งในและต่างประเทศ ซึ่งจะชูจุดขายที่ความเป็นกาแฟระดับพรีเมียม ซึ่งมีเอกลักษณ์และรสชาติไม่แพ้กาแฟจากชาติใดในโลก
นอกจากนี้ ยังมีแผนที่จะนำพันธุ์กาแฟจากเวียดนาม อินโดนีเซีย และมาเลเซีย มาทดลองปลูกในพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์ และพัฒนาพันธุ์เพื่อปรับปรุงสูตรอย่างต่อเนื่อง เพื่อนำออกสู่ตลาดและก้าวสู่การเป็นแบรนด์กาแฟชั้นนำที่สามารถครองใจคอกาแฟทั่วโลกได้เร็ววันนี้
“แนวโน้มเมล็ดกาแฟในประเทศจะขาดแคลนแน่นอนในอีก 2-3 ปีข้างหน้า เพราะขณะนี้ตลาดกำลังบูม ทำให้มีการแย่งกันซื้อจนเมล็ดกาแฟที่ปลูกได้ในพื้นที่ จ.เพชรบูรณ์ ไม่เพียงพอ ต้องขยายการรับซื้อไปยังจังหวัดใกล้เคียง ส่งผลให้ผู้ประกอบการต้องเข้าไปส่งเสริมให้เกษตรกรปลูกกาแฟเพิ่มขึ้น” พรรณพัชร กล่าว
ทั้งนี้ จากสถิติเมื่อปี 2555 ระบุว่า ความต้องการใช้เมล็ดกาแฟของโรงงานแปรรูปในประเทศอยู่ที่ประมาณ 6.76 หมื่นตัน เพิ่มขึ้นจากปีที่ผ่านมาถึง 10% และคาดว่าความต้องการใช้เมล็ดกาแฟในปี 2556 จะเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง 12% แต่ปริมาณผลผลิตเมล็ดกาแฟของไทยที่ผ่านมายังไม่เพียงพอต่อความต้องการ จึงต้องมีการนำเข้าเมล็ดกาแฟจากต่างประเทศ
ดังนั้น เมื่อเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน หรือเออีซี ในปี 2558 จึงไม่ใช่เรื่องยากเลยที่ธุรกิจกาแฟไทยจะก้าวออกไปแข่งขันในเวทีอาเซียน รวมทั้งเป้าหมายที่จะให้ประเทศไทยเป็นศูนย์กลาง (ฮับ) การแปรรูปกาแฟในอาเซียน
หากผู้ประกอบการเอสเอ็มอีรายใดสนใจสามารถสอบถามรายละเอียดหรือคำแนะนำในการสร้างแบรนด์ของกาแฟเดอ มอนเต้ ได้ที่ พรรณพัชร กองจริต 087-101-3366 หรือ 080-515-8910







