
ตำรวจรุยแก้ปัญหาทัวริสต์เสนอตั้งศาลดูแลเฉพาะ
โดย...พีรดา ปราศรีวงค์
โดย...พีรดา ปราศรีวงค์
เหตุการณ์นักท่องเที่ยวต่างชาติถูกทำร้ายได้รับบาดเจ็บ สูญเสียทรัพย์สิน หรือถึงขั้นเสียชีวิต สร้างบาดแผลลึกให้กับภาพลักษณ์การท่องเที่ยวไทย และในโลกของการสื่อสารไร้พรมแดนทางโซเชียลเน็ตเวิร์ก เมื่อเหตุร้ายเกิดขึ้น ข่าวสารด้านลบของประเทศไทยได้ถูกแพร่ไปอย่างรวดเร็ว ได้ตอกย้ำการเป็นแหล่งท่องเที่ยวที่ไม่ปลอดภัยในสายตานักท่องเที่ยว
พล.ต.ต.รอย อิงคไพโรจน์ ผู้บังคับการตำรวจท่องเที่ยว เล่าว่า การเติบโตอย่างก้าวกระโดดทางการท่องเที่ยวของประเทศไทยในช่วง 12 ปีที่ผ่านมา ส่งผลให้ตำรวจท่องเที่ยวไม่สามารถดูแลนักท่องเที่ยวต่างชาติได้อย่างทั่วถึง เนื่องจากอัตรากำลังเจ้าหน้าที่มีจำนวนจำกัด รวมถึงกระบวนการยุติธรรมของประเทศไทยมีหลายขั้นตอน บ่อยครั้งการจับกุมผู้กระทำความผิดเพื่อเข้าสู่กระบวนการสืบสวนสอบสวน จนถึงกระบวนการยุติธรรมมีความล่าช้า ทำให้นักท่องเที่ยวเกิดความเข้าใจผิด ว่าเจ้าหน้าที่รัฐเพิกเฉยต่อการดำเนินการ ภาพลักษณ์ด้านลบจึงเกิดขึ้นบ่อยครั้งในโลกอินเทอร์เน็ต
ทั้งนี้ การแก้ไขปัญหาที่เกิดขึ้น มองว่าภาครัฐควรพิจารณาออกกฎหมาย โดยตั้งกระบวนการยุติธรรม ศาลที่ทำหน้าที่ดูแลคดีที่เกิดกับนักท่องเที่ยวต่างชาติโดยเฉพาะ เพื่อให้กระบวนการต่างๆ ทำงานอย่างรวดเร็ว สามารถสร้างความเชื่อมั่นให้กับนักท่องเที่ยวต่างชาติ รวมถึงยกระดับขีดความสามารถการทำงานของกระบวนการยุติธรรม รองรับการเปิดประชาคมเศรษฐกิจอาเซียน (เออีซี)
“การดูแลนักท่องเที่ยว มองว่าทุกฝ่ายต้องร่วมมือกันอย่างบูรณาการทั้งระบบ ที่ผ่านมากระบวนการต่างๆ เดินอย่างรวดเร็ว เมื่อมีบางส่วนสะดุด ทำให้ชาวต่างชาติเข้าใจว่าไทยเพิกเฉย ข่าวสารด้านลบจึงเกิดขึ้นทางยูทูบบ่อยครั้ง” พล.ต.ต.รอย กล่าว
นอกจากนี้ ตำรวจท่องเที่ยวต้องการเชื่อมโยงข้อมูลการเดินทางเข้าออกของนักท่องเที่ยวต่างชาติ ร่วมกับสำนักงานตรวจคนเข้าเมือง (ตม.) เอื้อต่อการสืบค้นประวัติผู้ต้องสงสัยในการก่อเหตุร้ายได้
สำหรับแผนยุทธศาสตร์การทำงานในปีนี้ เตรียมเสนอให้กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา พิจารณาเพิ่มกำลังพลตำรวจท่องเที่ยวประมาณ 200 นาย จากปัจจุบันมีกำลังพล 800 นาย จำนวน 35 สถานีทั่วประเทศไทย โดยมองว่าไม่เพียงพอที่จะดูแลนักท่องเที่ยวได้อย่างทั่วถึง
นอกจากได้วางแผนเชิงรุกนำร่องที่ จ.ภูเก็ต สมุย พัทยา เชียงใหม่ และขอนแก่น โดยให้ตำรวจท่องเที่ยวร่วมมือกับผู้ประกอบการในพื้นที่ ร้านอาหาร ร้านค้า อพาร์ตเมนต์ เกสต์เฮาส์ และโฮมสเตย์ จัดทำข้อมูลพร้อมแผนที่สถานที่ตั้งผู้ประกอบการ เพื่อใช้เป็นฐานข้อมูล กรณีเกิดเหตุการณ์สามารถเข้าถึงพื้นที่ได้อย่างทันท่วงที
พล.ต.ต.รอย กล่าวว่า ได้สั่งการให้ตำรวจท่องเที่ยวทุกสถานี ตั้งกลุ่มสนทนาผ่านทางแอพพลิเคชันไลน์ร่วมกับผู้ประกอบการในแต่ละท้องที่ เพื่อให้รับทราบข้อมูลข่าวสารความเคลื่อนไหวต่อทุกเหตุการณ์ในพื้นที่ตลอดเวลา รวมถึงรณรงค์ให้คนในชุมชนร่วมเป็นส่วนหนึ่งในการเป็นเจ้าภาพที่ดี สร้างภาพลักษณ์ความเชื่อมั่นด้านความปลอดภัยให้กลับคืนมา







