
อัดหมื่นล.ผุดท่าเรือปากบาราสร้างเสร็จได้ใช้ก่อน‘ทวาย’
กรมเจ้าท่าเผยใช้ 3 หมื่นล้าน จากเงินกู้ 2 ล้านล้าน ผุดท่าเรือสงขลาปากบารา เชื่อได้ใช้ก่อนทวาย
กรมเจ้าท่าเผยใช้ 3 หมื่นล้าน จากเงินกู้ 2 ล้านล้าน ผุดท่าเรือสงขลาปากบารา เชื่อได้ใช้ก่อนทวาย
นายศรศักดิ์ แสนสมบัติ อธิบดีกรมเจ้าท่า (จท.) เปิดเผยว่า กรมเจ้าท่าได้รับการจัดสรรวงเงินงบประมาณภายใต้ พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท ประมาณ 3 หมื่นล้านบาท เพื่อนำพัฒนาโครงการที่สำคัญ คือ โครงการก่อสร้างท่าเรือน้ำลึกปากบารา จ.สตูล วงเงิน 11,786.76 ล้านบาท รองรับเรือขนาด 57 หมื่นเดตเวตตัน และโครงการก่อสร้างท่าเรือสงขลาแห่งที่ 2 วงเงิน 3,613 ล้านบาท ทั้งสองโครงการมีการศึกษารายละเอียดเรียบร้อยแล้ว และจะสร้างเสร็จก่อนท่าเรือน้ำลึกทวายแน่นอน เนื่องจากการถูกบรรจุอยู่ใน พ.ร.บ.เงินกู้ 2 ล้านล้านบาท มีระยะเวลาการก่อสร้างภายใน 7 ปี จะทำให้การใช้งบประมาณเป็นไปตามแผนงานที่กำหนด และหากเปิดให้บริการแล้วก็จะนำรายได้ไปพัฒนาท่าเรือทวายต่อไปได้
นอกจากนี้ ยังมีโครงการก่อสร้างสถานีขนส่งสินค้าทางน้ำเพื่อประหยัดพลังงานที่ จ.อ่างทอง โครงการเพิ่มประสิทธิภาพการขนส่งสินค้าในแม่น้ำป่าสัก โครงการก่อสร้างเขื่อนยกระดับน้ำเพื่อการเดินเรือในแม่น้ำเจ้าพระยาและน่าน และโครงการก่อสร้างท่าเรือสมุทรสาคร จ.สมุทรสาคร
ทั้งนี้ แผนพัฒนาท่าเรือในแม่น้ำเจ้าพระยาและคลองแสนแสบ แบ่งเป็นท่าเรือแม่น้ำเจ้าพระยา 12 ท่า โดยจะเป็นการปรับปรุงการก่อสร้างขยายอาคารผู้โดยสาร งานก่อสร้างโป๊ะเทียบเรือ ชานพักคอย หลังคาอาคารเดิมและทางเชื่อม เริ่มดำเนินการในปี 2557 ส่วนคลองแสนแสบจะมีการปรับปรุงโครงสร้างหลังคาท่าเรือ การพัฒนาท่าเรือให้สามารถใช้งานได้สะดวกมีประสิทธิภาพ ขณะเดียวกันยังจะมีการติดตั้งกล้องซีซีทีวีตามท่าเรือต่างๆ ทั้งในแม่น้ำเจ้าพระยาและคลองแสนแสบ เพื่อดูแลเรื่องความปลอดภัยให้กับผู้ใช้บริการด้วย
สำหรับการพัฒนาการขนส่งผู้โดยสารและสินค้าทางน้ำโดยเรือเฟอร์รีในเส้นทางระหว่างพัทยาชะอำหัวหิน เพื่อเพิ่มรายได้ให้การท่องเที่ยว และการขนส่งทางน้ำนั้น ขณะนี้อยู่ระหว่างศึกษา หากดำเนินการได้จะช่วยให้เกิดการเชื่อมโยงการเดินทาง การขนส่งผู้โดยสารและการขนส่งสินค้าทางน้ำได้เป็นอย่างดี
นายศรศักดิ์ กล่าวว่า ในช่วง 3 ปีต่อจากนี้ กรมเจ้าท่าได้ตั้งเป้าหมายไว้ 3 เรื่องด้วยกัน คือ 1.การรับประกันความลึกของร่องน้ำเพื่อให้เรือขนส่งสินค้าในแม่น้ำสายหลักๆ ได้ตลอด 24 ชั่วโมง ทั้งปี เพื่ออำนวยความสะดวกในการขนถ่ายสินค้าของผู้ประกอบการ 2.การจัดทำระบบออนไลน์ระหว่างเรือพาณิชย์กับท่าเรือจะต้องเชื่อมโยงกันได้อย่างสะดวก เช่น ท่าเรือจะต้องทราบว่าเรือที่จะเข้าสู่ท่าเรือแต่ละแห่งชื่ออะไร ขนสินค้าอะไรบ้าง จำนวนเท่าไร
นอกจากนี้ จะประสานกับกรุงเทพมหานคร (กทม.) จัดทำจุดจอดเพื่อให้สามารถเชื่อมต่อรถและเรือโดยสารได้สะดวกมากยิ่งขึ้น หากท่าเรือโดยสารที่ถนนเชื่อมมาไม่สะดวกปลอดภัย จะขอให้ กทม.เข้ามาดูแลเรื่องนี้ด้วย







