
เอกชนงัดกลยุทธ์รับมือโลจิสติกส์แข่งเดือด
โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ
โดย...ปรียนิจ กุลตั้งเจริญ
เส้นทางขนส่งทางบกภายในภูมิภาค ถือเป็นทางเลือกหนึ่งที่ผู้ประกอบการนิยมใช้ เพื่อขนส่งสินค้าข้ามแดนไปยังเพื่อนบ้าน เนื่องจากราคาถูกกว่าขนส่งทางอากาศ แถมประหยัดเวลากว่าขนส่งทางเรือ
ที่สำคัญ เส้นทางขนส่งได้รับการพัฒนาให้เชื่อมต่อกันตลอดทั้งภูมิภาคยาวขึ้นไปจนถึงประเทศจีน นี่จึงเป็นโอกาสของผู้ประกอบการโลจิสติกส์ไทย ที่มีความพร้อมในการเข้าไปให้บริการการขนส่งกับลูกค้าทั้งไทยและต่างประเทศ
ธนิต โสรัตน์ ประธานกรรมการบริษัท วีเซิร์ฟ ครอส บอร์เดอร์ ซึ่งทำธุรกิจโลจิสติกส์ครบวงจรมานานกว่า 32 ปี ทั้งศูนย์กระจายสินค้า คลังสินค้า ตัวแทนออกของ บรรจุสินค้า หัวรถขนส่ง รับบริการขนส่งข้ามแดน และรับสินค้าจากประเทศที่สามผ่านไทยไปประเทศเป้าหมายอื่นๆ ในอาเซียน กล่าวว่า การขนส่งระหว่างประเทศส่วนใหญ่กว่า 95% จะใช้การขนส่งทางเรือ อีก 0.01% เป็นการขนส่งทางอากาศ และที่เหลือเป็นการขนส่งทางบก แต่ปัจจุบันเมื่อแต่ละประเทศในอาเซียนเริ่มพัฒนาระบบโครงสร้างพื้นฐาน ถนนเชื่อมต่อกัน เส้นทางบกจึงเกิดเป็นทางเลือกขึ้นมา เพราะประเทศในส่วนของอาเซียนที่เป็นแผ่นดินใหญ่ มีชายแดนติดกันหมด ยิ่งหากตามเส้นทางมีศูนย์กระจายสินค้า จะยิ่งทำให้เกิดความน่าสนใจมากขึ้น จากนี้เมื่ออาเซียนพร้อมใจกันพัฒนา การขนส่งทางถนนน่าจะมีสัดส่วนที่เพิ่มมากขึ้นมาอยู่ในระดับ 1 ใน 4 ของการขนส่งภาพรวม โดยเฉพาะการขนส่งไปยังประเทศเพื่อนบ้านเพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มมากขึ้น บริษัทได้เข้าไปตั้งสาขาในอาเซียนในเวียดนาม เมืองโฮจิมินห์ เพื่อเป็นศูนย์กลางการขนส่งสินค้าไปยังฮานอย เลยเข้าสู่จีน
ขณะที่ทางใต้มีสาขาอยู่ที่ อ.สะเดา จ.สงขลา เพื่อรับสินค้าจากชายแดนมาเลเซีย และมีแผนจะเปิดสาขาที่ปีนัง มาเลเซีย ภายในปี 2556 เนื่องจากปีนังเป็นเมืองที่มีศักยภาพ มีท่าเรือขนาดใหญ่ เป็นช่องทางของสินค้าไทย ซึ่งสินค้าที่ลงใต้กว่า 90% เป็นไม้ยางพารา ที่จะส่งขึ้นไปยังจีน โดยจาก อ.สะเดา มีรถไฟไปถึงปีนัง และลงเรือต่อไปยังจีน ซึ่งเป็นเส้นทางที่มีศักยภาพมาก
ขณะเดียวกัน ในปี 2556 จะเปิดสาขาที่ย่างกุ้ง พม่า เพื่อให้สอดรับกับสาขาที่แม่สอด จ.ตาก ปัจจุบันมีตู้คอนเทนเนอร์ประมาณ 300 ตู้ต่อเดือนเข้าพม่า
ในกัมพูชาอยู่ระหว่างศึกษาลู่ทาง แต่คงตั้งสาขาในฝั่งชายแดนไทยก่อน มองไว้ที่ อ.อรัญประเทศ จ.สระแก้ว จากนั้นค่อยไปเปิดสาขาที่กัมพูชา พื้นที่เป้าหมายอยู่ที่จังหวัดบันเตียเมียนเจย ติดไทยทางทิศตะวันตกที่เมืองปอยเปต ห่างจากชายแดนไทย 46 กิโลเมตร โดยจะทำศูนย์ขนส่ง รองรับคนไทยที่เข้าไปลงทุนในกัมพูชา เพราะพื้นที่อยู่ใกล้กับนิคมอุตสาหกรรมศรีโสภณ และนิคมอุตสาหกรรมโอเนียง สินค้าที่ผลิตในกัมพูชาจะส่งเข้าไทยเพื่อไปลงเรือต่อที่ท่าเรือแหลมฉบัง จ.ชลบุรี
ด้านลาวได้เข้าไปตั้งบริษัท วีเซิร์ฟ เวียงจันทน์ มาแล้ว แต่ยังไม่ค่อยประสบความสำเร็จ เนื่องจากลาวยังไม่มีศักยภาพในด้านขนส่งมากนัก ส่วนใหญ่ธุรกิจในลาวจะเป็นด้านบริการท่องเที่ยว แต่ที่ต้องเข้าไปตั้งบริษัท เนื่องจากลาวมีข้อตกลงขนส่งข้ามแดนกับเวียดนาม จึงต้องการอาศัยจุดนี้ส่งสินค้าไทยเข้าลาวไปต่อเวียดนามได้สะดวก
สำหรับอุปสรรคในเรื่องการขนส่งของอาเซียนส่วนใหญ่อยู่ที่กฎระเรียบต่างๆ ที่ยังไม่สอดคล้องกัน โดยเฉพาะการขนส่งทางบก การตรวจสอบเอกสารการข้ามแดน แต่ละประเทศมีความแตกต่างกันมากทำให้เสียเวลาตรวจสอบบริเวณชายแดนนาน จำเป็นต้องปรับเป็นระบบการให้บริการที่เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน (one stop service) ใช้ระบบอิเล็กทรอนิกส์ภายใต้ฐานข้อมูลเดียวกัน ในอนาคตจึงต้องพัฒนาให้สะดวกกกว่านี้
ปัจจุบันอาเซียนถือเป็นพื้นที่ที่ได้รับความสนใจจากผู้ประกอบการโลจิสติกส์มาก ส่งผลให้มีคู่แข่งเข้ามาแข่งขันค่อนข้างมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่งบริษัทจากยุโรป และญี่ปุ่น ที่เข้าครอบครองเครือข่ายการขนส่งในอาเซียนอย่างรวดเร็ว ในฐานะบริษัทของคนไทยถือว่าเป็นการแข่งขันที่สูงมาก เพราะบริษัทขนาดเล็กจะเสียเปรียบในเรื่องของทุน เครือข่าย และอุปกรณ์ต่างๆ เช่น บริษัทใหญ่มีกองเรือเป็นของตัวเอง ส่งผลให้ต้นทุนและราคาค่าบริการแตกต่างกัน รวมถึงยังมีความน่าเชื่อถือมากกว่า โดยบริษัทขนาดใหญ่จะเข้ามารับงานของบริษัทในสัญชาติเดียวกัน เช่น บริษัทญี่ปุ่นใช้บริการโลจิสติกส์ของบริษัทญี่ปุ่น เป็นต้น
นอกจากนี้บริษัทของต่างชาติจะเข้ามาทำธุรกิจพร้อมกับการสนับสนุนของรัฐบาลและมาพร้อมกับการสนับสนุนประเทศในอาเซียนในด้านเงินทุนต่างๆ เช่น การช่วยลงทุนสร้างถนน ส่งผลให้สามารถทำธุรกิจได้อย่างสะดวกมากขึ้น ทำให้ผู้ให้บริการของไทยค่อนข้างเสียเปรียบ
อย่างไรก็ตาม การแข่งขันในธุรกิจนี้ ปัจจุบันค่อนข้างรุนแรงจากฝั่งยุโรปและญี่ปุ่น แต่ผู้ประกอบการไทยยังมีช่องทางที่จะแข่งขันได้ด้วยการวางโครงสร้างพื้นฐานเป็นของตัวเอง เช่น มีคลังสินค้า มีอุปกรณ์ มีสาขาในต่างประเทศ บุคลากรต้องมีความรู้การค้าระหว่างประเทศ เข้าใจภาษา วัฒนธรรม โดยบริษัทจ้างเจ้าหน้าที่ท้องถิ่นมาประจำสาขาด้วย ขณะที่การสนับสนุนจากรัฐบาลไทยจำเป็นต้องเข้าใจการค้าชายแดนให้มากกว่านี้ เพราะการค้าชายแดนในปัจจุบันไม่ใช่แค่การค้าขายบริเวณชายแดน แต่สินค้าถูกส่งไปไกลกว่านั้น จึงต้องปรับรูปแบบการพัฒนาให้เหมาะสมให้เป็นสากล ไม่ใช่พัฒนาแบบเฉพาะท้องถิ่น
“ทุกวันนี้ ไทยถือว่าอยู่ในฐานะศูนย์กลางขนส่งในทุกรูปแบบ เพียงแต่ผู้ประกอบการจะฉวยโอกาส พัฒนาธุรกิจให้ตอบสนองความต้องการของลูกค้าได้มากแค่ไหน ยิ่งทำได้มากก็ยิ่งได้เปรียบคู่แข่ง” ธนิต กล่าว







