
การบ้านผู้ว่าฯกทม.
การเลือกตั้งผู้ว่ากรุงเทพมหานคร (กทม.) เมื่อวันที่ 3 มี.ค.ที่ผ่านมา มีผู้ผิดหวังหลายกลุ่ม กลุ่มแรก คือ “ท่านพงศพัศ พงษ์เจริญ” ที่ทุกสำนักทุกโพลให้นำมาตลอด เป็นตัวเต็งที่มีแบ็กอย่างดี คือ รัฐบาลท่านนายกฯ ปู และอดีตนายกฯ ต่างแดน ก่อนเปิดหีบนำอยู่ 10% แต่พอปิดหีบกลับตามอยู่ 20% อีกกลุ่มคือ พรรคการเมืองเพื่อไทย ที่หมายมั่นปั้นมือจะบริหารควบรัฐบาลกลางกับรัฐบาลท้องถิ่น คือ กทม. แต่ก็ทำไม่สำเร็จเหมือนหลายครั้งที่ผ่านมา
การเลือกตั้งผู้ว่ากรุงเทพมหานคร (กทม.) เมื่อวันที่ 3 มี.ค.ที่ผ่านมา มีผู้ผิดหวังหลายกลุ่ม กลุ่มแรก คือ “ท่านพงศพัศ พงษ์เจริญ” ที่ทุกสำนักทุกโพลให้นำมาตลอด เป็นตัวเต็งที่มีแบ็กอย่างดี คือ รัฐบาลท่านนายกฯ ปู และอดีตนายกฯ ต่างแดน ก่อนเปิดหีบนำอยู่ 10% แต่พอปิดหีบกลับตามอยู่ 20% อีกกลุ่มคือ พรรคการเมืองเพื่อไทย ที่หมายมั่นปั้นมือจะบริหารควบรัฐบาลกลางกับรัฐบาลท้องถิ่น คือ กทม. แต่ก็ทำไม่สำเร็จเหมือนหลายครั้งที่ผ่านมา
ส่วนกลุ่มที่สมหวังอย่างไม่ค่อยจะคาดหมาย คือ เจ้าเก่าท่านผู้ว่าฯ สุขุมพันธุ์ ที่เป็นนักสู้จริงๆ แม้โพลจะให้เป็นตัวรองแต่สู้จนนาทีสุดท้ายจนสำเร็จและแสนจะน้อยใจว่าโพลล์ที่ทำจากสำนักด้านวิชาการจากมหาวิทยาลัย ทำไมเป็นเช่นนี้ โดยเฉพาะสวนดุสิต บ้านสมเด็จ เอแบค ม.กรุงเทพ ยกเว้นนิด้า ที่ให้ท่านสุขุมพันธุ์นำแค่ 2% นอกนั้นติดงบ 10% ทำให้ประชาชนหมดความเชื่อถือโพลล์จากสถาบันการศึกษาศรัทธาแทบจะหมดสิ้นในไม่กี่วัน
หลายคนสรุปว่าที่เป็นเช่นนั้นเพราะ 1) มีการรับจ้างทำ โพลล์ที่มีเป้าหมายเฉพาะอยู่แล้ว 2) วิธีวิจัยที่เลือกตัวอย่างโดยมีอคติ 3)ต้องทำโพลล์ตามนายจ้าง หลายคนจึงลงความเห็นว่า โพลล์จากสถาบันการศึกษา “จะต้องมีความรับผิดชอบมีจรรยาบรรณทั้งด้านวิชาการและการปฏิบัติ”
นอกจากท่านสุขุมพันธุ์จะดีใจแล้ว พรรคประชาธิปัตย์ที่ในระยะแรกน่าเป็นห่วงว่าจะถูกการเมืองกวาดเรียบทั้งเมืองใหญ่และส่วนกลางก็ดีใจมาก เพราะในอดีตยุคหนึ่ง สส.กทม. เคยเหลือคนเดียว คือ คุณถนัด คอมันตร์ มาแล้ว
ส่วนการหาเสียงเลือกตั้งของทั้ง 2 พรรคถือว่าดีมาก เป็นการหาเสียงอย่างสร้างสรรค์นำเสนอนโยบายที่ชัดเจน ไม่ทำร้ายคู่แข่งขัน ท้ายสุดท่านพงศพัศยังออกมาแสดงสปิริตยอมรับผลการเลือกตั้ง ซึ่งก็ได้คะแนนสูงมากถึง 1 ล้านคะแนน แสดงความยินดีกับท่านสุขุมพันธุ์ เป็นนิมิตหมายและตัวอย่างที่ดีกับการเลือกตั้งของไทย อีกทั้งท่านนายกฯปูก็ออกมาแสดงสปิริตให้สัมภาษณ์ว่าจะให้ความร่วมมือกับผู้ว่าฯกทม.จากประชาธิปัตย์โดยจะไม่มีรอยต่อ (ความจริงจะเป็นอย่างไรต้องคอยดู)
ส่วนผู้ชนะก็อย่าหลงระเริง ตัวท่านสุขุมพันธุ์ก็มีเลือดนักการเมืองอย่างแท้จริง สู้ไม่ถอย ไม่เสียกำลังใจ ทั้งที่ตลอดเวลาถูกโพลล์การเมืองกระหน่ำให้อ่อนเพลีย ทั้งกลุ่มประชาธิปัตย์โดยอดีตนายกฯอภิสิทธิ์ อดีตผู้ว่าฯอภิรักษ์ ผู้อำนวยการเลือกตั้งท่านองอาจ ออกมาสู้สมกับที่เขาเรียกพรรคประชาธิปัตย์ว่า “เป็นนักเลือกตั้งที่แท้จริงๆ” แต่เวลาให้อำนาจลงไปทำงานแล้ว ผลงานอ่อนปวกเปียก เหมือนกับที่ท่านสุขุมพันธุ์ ถูกวิพากษ์วิจารณ์ ในสมัยที่ผ่านมา
หลังเลือกตั้งแล้วจะเกิดอะไรขึ้น เรื่องแรก “รอยปริและตะเข็บระหว่างการเมืองกลางกับท้องถิ่น กทม. อาจจะกว้างขึ้น ทั้งๆ ที่ท่านนายกฯ ปูออกมาสัญญาไว้ว่าจะทำงานกับผู้ว่าฯ คนใหม่อย่างไร้รอยต่อ แต่การประสานงานกับรัฐมนตรีกระทรวงต่างๆ โดยเฉพาะมหาดไทย คมนาคม คลัง คงจะยากขึ้น โครงการที่ท่านสุขุมพันธุ์สัญญาไว้อาจจะติดขัด สะดุด ทำได้ยากด้วยเหตุผลทางการเมือง
ระหว่างในพรรคประชาธิปัตย์ด้วยกัน ทางพรรคคงจะส่งนักการเมืองลงมาร่วมบริหาร กทม. อย่างใกล้ชิด จนท่านสุขุมพันธุ์คงจะต้องอึดอัดใจ กลายเป็นเพียงตัวแทนพรรคนั่งดูนักการเมืองส่วนกลางลงมาทำงาน สัญญาที่ให้ประชาชนอาจจะถูกเบี้ยว สัญญาประชาคมในระหว่างเลือกตั้งก็อาจจะติดขัดเพราะพรรคไม่เห็นด้วย ผลงานรอบ 2 ก็จะถูกกระหน่ำอีกว่า ไม่รักษาคำพูดไม่มีผลงานสู่ประชาชนอีก
ส่วนประชาชนจะได้อะไรในการเลือกตั้งคราวนี้ ตัวเต็ง 2 คนสู้กันด้วยนโยบายโครงการเป็นรูปธรรมดีมากๆ เพราะคน กทม. นอกจากมีรายได้สูง ยังมีโอกาสได้รับการศึกษาที่ดี เข้าถึงข้อมูลได้ดี เข้าใจปัญหารายละเอียดดี หลอกยาก และเลือกด้วยนโยบายมิใช่ “เลือกผม เชื่อผม” ทำเช่นนี้ใน กทม. ไม่ได้ เพราะคนกรุงอาจฉลาดกว่านักการเมืองหลายๆ คนด้วยซ้ำ
นโยบายหลัก คือ “การขนส่งมวลชน...” รัฐบาลกลางลงมาทำแน่ๆ รถไฟฟ้า 10 สาย 450 กม. 2 แสนล้านล้านบาท และรวบ BTS มาทำเองด้วย จะเหลืออะไรให้ท้องถิ่นทำ
ที่ท่านสุขุมพันธุ์จะทำได้ตามหาเสียง คือ Light Rail ที่ทาง สนข. และเอกชนบางส่วนอยากจะเห็น คือ “ระบบ Feeder” การเชื่อมสถานีใหญ่ๆ และบางเส้นที่ยังขาดอยู่ต้องรีบทำ ถ้าจะรอระบบขนส่งมวลชนสาย 111213 และ 14 คงจะร่วม 10 กว่าปี จากรัฐบาลกลาง และงานที่ยังทำขาดอยู่ คือ การเชื่อม Sky Walk เมืองชั้นในที่สร้างค้างไว้โดยใช้งบของ กทม. ไม่ต้องพึ่งงบรัฐบาล ไม่ต้องกู้เป็นหนี้สาธารณะเพิ่ม ก็จะเป็นผลงานที่จะแก้ตัวได้จากครั้งที่แล้ว
ด้านสิ่งแวดล้อม ท่านสุขุมพันธุ์สัญญาว่าจะทำสวนต่ออีก 5,000 ไร่ ต้องทำให้ได้จริงๆ จะเป็นสวนบก สวนน้ำ ก็ต้องรีบทำ เป็นสวนน้ำบ้างก็จะดี เวลาท่านปลอดจะบังคับเอาน้ำท่วม กทม. จะได้มีที่รองรับ อุโมงค์ ทางด่วนน้ำ ก็ต้องรีบทำ ก่อนที่ท่านปลอดจะมาสั่ง ปัญหาอาชญากร ยาเสพติด อย่ารับปากให้เกินจริง งานส่วนใหญ่เป็นของรัฐ เช่น การปราบปราม กทม. ไม่มีอำนาจ จะทำได้ก็คือ ป้องกัน เช่น อาสาสมัครทุกหย่อมหญ้า CCTV และ Wifi ทั้ง กทม.
ท้ายสุดคือ คนจนเมืองที่มีรายได้น้อย ต้องการงานในเมืองและที่อยู่อาศัยในเมือง กทม. ก็ต้องช่วยจัดให้ เช่น สำนักงานเขต กทม. สร้างที่อยู่อาศัย เช่าระยะยาว ร่วมมือกับเอกชน หรือการเคหะแห่งชาติ ส่วนการพา “กรุงเทพฯ ไปสู่อนาคต” ท่านสุขุมพันธุ์ทำได้ดีมีนโยบายชัด นโยบายยกระดับ กทม. เป็นเมืองท่องเที่ยวชั้นนำของโลก ร่วมมือเอกชนสร้าง “Shopping street of Asia” เช่นที่ ราชประสงค์ เป็นต้นแบบ ส่วนความปลอดภัยนักท่องเที่ยวจำเป็นมาก การร้องเรียนผ่าน 1555 ของ กทม. ต้องทำให้ดีกว่านี้
สรุปคน กทม. จะติดตามผลงานของท่านสุขุมพันธุ์ใกล้ชิดกว่าครั้งแรก ต้องปิดจุดอ่อนที่ผ่านมา ท่านบ่นว่าทำเยอะ แต่คนไม่เห็นไม่รู้นั่น เพราะประชาสัมพันธ์อ่อนมากๆ หรือไม่ก็ทำในสิ่งที่ประชาชนไม่เห็น วาระที่สองของท่านสุขุมพันธุ์คงจะไม่มี Honey moon period เดือนแรกต้องมีผลงานและกรุณาเอาคนรุ่นใหม่มาทำงานให้มากๆ เพราะ กทม. เป็นของคนรุ่นใหม่ มิใช่คนรุ่นเก่าอย่างเราๆ ส่วนท่านผู้ใหญ่ที่อยากทำงานกรุณาอยู่ข้างหลัง สนับสนุนช่วยเหลือก็พอแล้ว
เราจะติดตามดูท่านผู้ว่าฯ คนใหม่ ทำงานอย่างใกล้ชิด เพราะท่านสัญญาว่าจะทำงานหนักกว่าเดิม เพราะท่านยังหนุ่มแน่น ขอให้ กทม.โชคดี อย่าทะเลาะกันให้มากนัก รัฐบาลกลางช่วยท้องถิ่นทำให้ประชาชนก็จะขอบคุณมาก ไม่ต้องแย่งกันทำดีจนประชาชนไม่ได้ประโยชน์เลย







